ว่าด้วยเรื่องความปลอดภัยของเหยื่อ ผมว่าการประหารไม่ใช่คำตอบที่ถูกทาง

ครับ พอดีเมื่อวานผมได้ใช้เวลาทั้งวันในการอ่านความเห็นในทุกแง่มุมแล้ว ทั้งจากกระแส ข่มขืน = ประหาร ที่มีการรณรงค์กันทั่วสังคมออนไลน์ และฝ่ายผู้ไม่เห็นด้วยกับการให้ ข่มขืน = ประหาร ซึ่งตอนแรกตัวผมเองก็ยังไม่ได้ร่วมหรือค้าน แต่ก็ได้ใช้เวลาทั้งวันในการคิด จากนั้นจึงคิดได้ว่าการเพิ่มโทษให้ข่มขืนกลายเป็นประหารสถานเดียวนั้นไม่ใช่คำตอบในการแก้ไขปัญหา และอาจทำให้ปัญหาทวีความรุนแรงยิ่งขึ้น ด้วยเหตุผลต่างๆที่ผมกำลังจะยกมาหลังจากนี้นะครับ ขอให้ตั้งใจอ่านจนจบ และอย่าเพิ่งตั้งธงนะครับ

1. ถ้าไปดูประมวลกฏหมายอาญาที่บังคับใช้อยู่ในปัจจุบันจะเห็นว่าการฆ่าข่มขืนนั้นมีโทษถึงประหารอยู่แล้ว ส่วนข่มขืนเฉยๆโดยไม่ฆ่าก็จะมีโทษจำคุก 4-20 ปี

[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้

2. จากข้อ 1 หลายคนอาจมองว่าถ้าเป็นแบบนี้ก็น่าจะเพิ่มโทษข่มขืนโดยไม่ฆ่าให้ประหารชีวิตไปด้วย ซึ่งผมก็มีเหตุผลในการคัดค้านดังนี้นะครับ

2.1 อย่าลืมว่าคนที่ทำความผิดทุกคนเขารู้ดีว่าการข่มขืนเป็นเรื่องที่ขัดต่อกฏหมายและหลักศีลธรรม แต่เขาก็ยังทำ ทั้งที่การฆ่าข่มขืนมีโทษถึงชีวิต และการข่มขืนโดยไม่ฆ่าก็ยังต้องจำคุกไม่น้อยกว่า 4 ปี เมื่อเป็นเช่นนี้ก็หมายความว่าในเวลานั้นทุกอย่างมันมืดครับ เขาไม่ได้คิดถึงผลที่จะตามมาแม้แต่น้อย ดังนั้น การเพิ่มโทษจึงไม่ใช่การแก้ปัญหา

2.2 ข้อนี้สำคัญครับ ผมมองว่าเหตุผลที่กฏหมายกำหนดโทษข่มขืนโดยไม่ฆ่าให้ต่ำกว่าการฆ่าข่มขืนนั้นมันมีอยู่ครับ นั่นก็คือ "การเซฟเหยื่อ" ลองคิดดูครับว่าถ้าโทษของสองอย่างนี้เท่ากันอะไรจะเกิดขึ้น? เมื่อคนร้ายรู้ว่าข่มขืนแล้ว ไม่ว่าจะฆ่าหรือไม่ฆ่าก็โดนประหารอยู่ดี ผมคิดว่าคนร้ายย่อมเลือกที่จะฆ่าเหยื่อนะครับ เพื่อปิดปากไม่ให้ข้อมูลแพร่งพรายออกไป การฆ่าจะทำให้โอกาสรอดของเขามีสูงกว่า ดังนั้น อย่าลืมนะครับว่าชีวิตเหยื่อสำคัญที่สุด ต้องเซฟเหยื่อครับ

3. ทีนี้ถามว่าแล้วจะแก้ยังไง จะปล่อยให้เป็นแบบนี้ต่อไปหรือเปล่า ไม่ใช่ครับ เราต้องคิดหาวิธีแก้ปัญหา ซึ่งผมก็ลองคิดดูในหลายแนวทาง ได้แก่

3.1 ปิดช่องให้เล็กที่สุด พุ่งเป้าไปที่ภาครัฐครับ ภาครัฐจะต้องทำยังไงก็ได้ให้ช่องทางที่คนร้ายจะลงมือมีน้อยที่สุด เช่น ติดไฟส่องสว่างในพื้นที่เปลี่ยว ติดตั้งกล้องวงจรปิดที่ใช้งานได้จริงตามตรอกซอกซอยต่างๆ และบนรถไฟ ตลอดจนแก้ปัญหาเรื่องแท็กซี่ที่จะต้องคัดกรองคนขับ ไม่ใช่ให้ใครอยากขับก็ขับได้ หรืออาจจะมี Lady Taxi ก็ได้ครับ

3.2 หลายครั้งจะเห็นว่าคนร้ายเป็นคนเดียวกับที่เคยก่อเหตุมาแล้ว เคยติดคุกมาแล้ว และบางคนเคยได้รับการอภัยโทษ ฉะนั้น วิธีช่วยลดปัญหาอย่างหนึ่งก็คือต้องไม่อภัยโทษพร่ำเพรื่อเกินไปครับ ผมคิดว่าไม่ควรอภัยโทษให้คนที่เคยติดคุกในคดีร้ายแรงมากกว่า 1 ครั้ง เพราะคนกลุ่มนี้ถ้าจะสำนึกผิดเขาย่อมคิดได้ตั้งแต่ครั้งแรกครับ ถ้ามีครั้งที่ 2 ก็แสดงว่ายังคิดไม่ได้ เดี๋ยวก็จะมีครั้งที่ 3-4-5-6 ตามมาอีก ต้องให้รับโทษจนครบ ไม่มีการปล่อยตัวก่อน

ตอนนี้คิดได้แค่นี้

ผมตัดสินใจโพสต์กระทู้นี้ แม้ไม่รู้ว่าผลตอบรับจะออกมายังไง ผมอาจจะโดนถล่มจนยับก็ได้ แต่เหตุผลที่ผมตัดสินใจก็เพราะผมเห็นว่ามันยังไปไม่ถูกทาง และน่ากลัวว่ามันจะเป็นการเพิ่มปัญหาตามข้อ 2.2 ผมอยากให้เราหันมาป้องกันปัญหามากกว่าการไปมองเรื่องบทลงโทษที่มันเกิดไปแล้ว และหวังว่าทุกท่านจะอ่านอย่างตั้งใจและเข้าใจในแนวคิดนะครับ ผมพร้อมรับฟังทุกความเห็น มันไม่ใช่เรื่องที่ใครอยากให้เกิดเลยจริงๆ แต่ข้อเสนอ ข่มขืน = ประหาร สำหรับผมมันน่ากลัวต่อสังคมที่สุดครับ

ขอบคุณที่รับฟังนะครับ
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่