คือเรื่องของผมเป็น ชาย ชาย นะครับ ผมคบกับแฟนมาสักพักแล้วครับ ก็ปรับตัวมาเรื่อยๆ ถือว่าอยู่ในระดับดีเลยนะครับ แต่อาจเป็นเพราะว่าผมเป็นคนนอยด์ คิดมาก sensitive พอสมควรเลยเพราะว่ารักใครผมค่อยข้างให้หมด แล้วไม่อยากเสียใจอะครับ แฟนคนปัจจุบันนี้(บอย ชื่อสมมุตินะครับ)
► ผม เป็นลูกชายคนโต ที่บ้านมีพี่น้องสองคน แต่ทางบ้านเฉพาะแม่กับน้องสาวรับรู้ว่าเป็นเกย์ครับ ชอบผู้ชาย เค้าก็รับได้เพราะว่าเคยเปิดอกคุยกันมาแล้ว แม่ก็บอกว่า "ไม่ได้ว่าอะไรเลย ลูกแม่ไม่ได้เป็นโจร ไม่ได้ติดยา เป็นคนดีของสังคม ตั้งใจเรียน รักครอบครัวแบบนี้ก็ดีแลว แต่แม่อยากให้แฟนเรารักเหมือนที่แม่รักลูกก็พอแล้ว" .... เอาเป็นว่าผมหมดกังวลแล้ว เหลือแต่ก็แค่พ่อคนเดียวซึ่ง ผมว่าพ่อน่าจะรู้อยู่บ้างแหละครับ ...ส่วนสังคมเพื่อนรอบๆก็สงสัยบ้าง ถ้าใครถามเดี๋ยวนี้ก็กล้าบอกแล้วว่ามีแฟนเป็นผู้ชายนะ ประมาณนี้ครับบ ถึงแม้ผมก็เคยมีแฟนผู้หญิงมา แล้วก็ยังมีอารมณ์ชอบผู้หญิงบ้างถ้าตรงสเปค ผมคงเป็นไบแหละครับ
►บอย เป็นลูกคนเดียว พ่อแม่ค่อนข้างหวง และ ห่วงครับ แน่นอนว่าที่บ้านไม่รับรู้แต่บอยบอกว่าเหมือนจะรู้แต่ยังไม่พร้อม ยังไม่กล้าที่จะบอก เพราะผมก็เข้าใจแหละครับ ลูกคนเดียวย่อมเป็นความหวังอยู่แล้ว ยิ่งเป็นลูกชายด้วย แต่บอยมีแฟนผู้หญิงมาก่อนสมัยตอนเรียนมัธยมแต่ก็เลิกราไป ดังนั้นผมก็เป็นแฟนผู้ชายคนแรกของบอย _"_
ผมกับบอยคบกันไปไหนด้วยกัน ถ้าว่างและเงินพอนะครับก็จะไปเที่ยวกัน ช่วงแรกๆบอยฝึกงานอยู่ไม่ไกลบ้านผม ผมปิดเทอมก็ไปเที่ยวด้วยกันที่ห้างใกล้ๆ ก็เที่ยวกันปกติครับ ไปไหว้พระกันบ้าง ... ตอนนี้บอยฝึกงานเสร็จแล้วอยู่บ้าน มีแพลนว่าสิ้นเดือนนี้จะไปเที่ยวต่างจังหวัดกันก่อนเปิดเทอม .... ผมกับบอยก็รักกันขึ้นเรื่อยๆครับ พัฒนาไปเรื่อยๆสักพักก็เริ่มว่า ไปไหนอย่า tag หรืออะไรกับบอยนะ แม้แต่เพื่อนๆบางทีก็ tag บอยไม่ได้ เพราะ facebookบอย มีพ่อกับแม่ร่วมด้วย ผมก็เลยย้ายสำมะโนมาที่ instagram แทน ลงรูปลงอะไร tag บอย แต่ก็อะนะครับ หลบๆซ่อนๆ ใน social ทุกอย่างเลยก็ว่าได้
ผมก็เริ่มนอยด์บ้าง น้อยใจบ้างและครับ อย่างถ้าเราไปเที่ยวเชียงใหม่ ไปญี่ปุ่นอะไรแบบนี้ เราก็ tag หรือ ถ่ายรูปร่วมอะไรแบบนี้ไม่ได้อะสิครับ ผมไม่ได้ต้องการว่าจะถ่ายแล้วอวดชาวบ้านให้รับรู้นะครับ แต่มันขัดกับที่ว่าผมไปไหนผมจะอัพรูป อัพสเตตัส ณ ตรงนั้น เพราะทำมาตลอดไม่ว่ากับแฟนคนไหนก็ตาม เพื่อนคนไหนก็ตาม เพราะผมคิดว่า social ก็เหมือน diary เล่มนึงในชีวิตของผม ย้อนกลับมาดู ภาพ ณ ตรงนั้นก็ยังไม่หายไป ....
จากที่ผมเก็บมาตลอด เมื่อคืนเป็นบ้าอะไรของผมก็ไม่รู้ ระเบิดขึ้นมาขณะโทรคุยกันตามปกติทุกคืน ก็ระบายอะไรอัดอั้นออกมา ภาพmv คำพูดพี่อ้อยพี่ฉอด มาเต็มอะครับ ก็จบด้วยว่า "เค้าเริ่มเห็นจุดจบของเราแล้วแหละ" เรื่องก็คือน้อยใจเรื่องข้างต้นที่บอยให้ผมไม่ได้ tag ก็ไม่ได้ อัพอะไรก็ไม่ได้ ต้องหลบๆซ่อนๆ อย่างถ้าไปญี่ปุ่น ไปเชียงใหม่ ผมก็ต้องอะไรคนเดียวอัพรูป อัพสเตตัสคนเดียว แสดงว่าผมไปไหนคนเดียวใช่ไหมทั้งๆที่ไปด้วยกัน แล้วสุดท้ายบอยก็บอกว่า "ถ้าอยากทำเดี๋ยวเปิดfacebookใหม่ก็ได้" คือตอนนั้นผมว่ามันไม่ได้ต่างอะไรเลย ผมก็ไปถอน tag ใน instagram ออกให้หมด อารมณ์ประมาณว่าพาลครับ ....เข้าใจว่าถ้าทำไป พ่อแม่บอยจะรับไม่ได้ ผมก็ไม่อยากให้เกิดปัญหาครอบครัว สาเหตุมาจากผม แต่บอยก็บอกเหมือนที่บ้านจะแงมๆเรื่องว่ามีอะไรจะบอกแม่ไหม แต่บอยก็ยังไม่พร้อม ไม่กล้าที่จะบอก แต่บอยเคยบอกกับผมประมาณว่า ถ้าทำงานแล้วอะไรแล้วมั่นคงแล้วคงพร้อมจะบอกกับที่บ้านเรื่องนี้ (ตอนนี้อยู่ปี4ด้วยกันทั้งคู่ครับ แต่คนละมหาวิทยาลัย)
ถามรักไหมก็รัก ถามว่าวางแผนอนาคตเรื่องงานเรื่องที่อยู่ร่วมกันไหมก็มี เรียกว่าค่อนข้างดีจนเพื่อนผมหลายๆคนอิจฉาก็ว่าได้ แต่สิ่งที่ผมกลัวคือว่า เรื่องทางครอบครัวทางบอย และ ตัวบอย จะอึดอัดไหม และถ้าทางบ้านนั้นรับไม่ได้จริงๆ ผมจะโดนบีบให้เลิกกับบอยไหม คือคิดมากไปมากๆเลยครับอย่างว่าผมไม่อยากเจ็บไม่อยากเสียใจครับ และผมควรปรับความคิดเรื่องต้องหลบๆซ่อนๆในsocialยังไงครับ ... ผมเคยปรึกษากับแฟนเก่าก็บอกว่า ปัญหาเยอะแบบนี้ก็เลิกไปเลย ผมก็สู้คิดว่าสักวันถ้าผ่านอุปสรรคตรงนี้ไปคงจะดีไม่น้อย
......ผมไม่อยากทะเลาะไม่อยากคิดอะไรแบบนี้แล้วครับแย่ทั้งความรู้สึกของผมและบอย หรือ มีวิธีไหนผมหรือบอยควรจะทำต่อจากนี้ไปครับ .......
ขอบคุณครับ
[Y]..ความรักเราที่ต้องหลบๆซ่อนๆแบบนี้ จะไปด้วยกันได้ไหมครับ
► ผม เป็นลูกชายคนโต ที่บ้านมีพี่น้องสองคน แต่ทางบ้านเฉพาะแม่กับน้องสาวรับรู้ว่าเป็นเกย์ครับ ชอบผู้ชาย เค้าก็รับได้เพราะว่าเคยเปิดอกคุยกันมาแล้ว แม่ก็บอกว่า "ไม่ได้ว่าอะไรเลย ลูกแม่ไม่ได้เป็นโจร ไม่ได้ติดยา เป็นคนดีของสังคม ตั้งใจเรียน รักครอบครัวแบบนี้ก็ดีแลว แต่แม่อยากให้แฟนเรารักเหมือนที่แม่รักลูกก็พอแล้ว" .... เอาเป็นว่าผมหมดกังวลแล้ว เหลือแต่ก็แค่พ่อคนเดียวซึ่ง ผมว่าพ่อน่าจะรู้อยู่บ้างแหละครับ ...ส่วนสังคมเพื่อนรอบๆก็สงสัยบ้าง ถ้าใครถามเดี๋ยวนี้ก็กล้าบอกแล้วว่ามีแฟนเป็นผู้ชายนะ ประมาณนี้ครับบ ถึงแม้ผมก็เคยมีแฟนผู้หญิงมา แล้วก็ยังมีอารมณ์ชอบผู้หญิงบ้างถ้าตรงสเปค ผมคงเป็นไบแหละครับ
►บอย เป็นลูกคนเดียว พ่อแม่ค่อนข้างหวง และ ห่วงครับ แน่นอนว่าที่บ้านไม่รับรู้แต่บอยบอกว่าเหมือนจะรู้แต่ยังไม่พร้อม ยังไม่กล้าที่จะบอก เพราะผมก็เข้าใจแหละครับ ลูกคนเดียวย่อมเป็นความหวังอยู่แล้ว ยิ่งเป็นลูกชายด้วย แต่บอยมีแฟนผู้หญิงมาก่อนสมัยตอนเรียนมัธยมแต่ก็เลิกราไป ดังนั้นผมก็เป็นแฟนผู้ชายคนแรกของบอย _"_
ผมกับบอยคบกันไปไหนด้วยกัน ถ้าว่างและเงินพอนะครับก็จะไปเที่ยวกัน ช่วงแรกๆบอยฝึกงานอยู่ไม่ไกลบ้านผม ผมปิดเทอมก็ไปเที่ยวด้วยกันที่ห้างใกล้ๆ ก็เที่ยวกันปกติครับ ไปไหว้พระกันบ้าง ... ตอนนี้บอยฝึกงานเสร็จแล้วอยู่บ้าน มีแพลนว่าสิ้นเดือนนี้จะไปเที่ยวต่างจังหวัดกันก่อนเปิดเทอม .... ผมกับบอยก็รักกันขึ้นเรื่อยๆครับ พัฒนาไปเรื่อยๆสักพักก็เริ่มว่า ไปไหนอย่า tag หรืออะไรกับบอยนะ แม้แต่เพื่อนๆบางทีก็ tag บอยไม่ได้ เพราะ facebookบอย มีพ่อกับแม่ร่วมด้วย ผมก็เลยย้ายสำมะโนมาที่ instagram แทน ลงรูปลงอะไร tag บอย แต่ก็อะนะครับ หลบๆซ่อนๆ ใน social ทุกอย่างเลยก็ว่าได้
ผมก็เริ่มนอยด์บ้าง น้อยใจบ้างและครับ อย่างถ้าเราไปเที่ยวเชียงใหม่ ไปญี่ปุ่นอะไรแบบนี้ เราก็ tag หรือ ถ่ายรูปร่วมอะไรแบบนี้ไม่ได้อะสิครับ ผมไม่ได้ต้องการว่าจะถ่ายแล้วอวดชาวบ้านให้รับรู้นะครับ แต่มันขัดกับที่ว่าผมไปไหนผมจะอัพรูป อัพสเตตัส ณ ตรงนั้น เพราะทำมาตลอดไม่ว่ากับแฟนคนไหนก็ตาม เพื่อนคนไหนก็ตาม เพราะผมคิดว่า social ก็เหมือน diary เล่มนึงในชีวิตของผม ย้อนกลับมาดู ภาพ ณ ตรงนั้นก็ยังไม่หายไป ....
จากที่ผมเก็บมาตลอด เมื่อคืนเป็นบ้าอะไรของผมก็ไม่รู้ ระเบิดขึ้นมาขณะโทรคุยกันตามปกติทุกคืน ก็ระบายอะไรอัดอั้นออกมา ภาพmv คำพูดพี่อ้อยพี่ฉอด มาเต็มอะครับ ก็จบด้วยว่า "เค้าเริ่มเห็นจุดจบของเราแล้วแหละ" เรื่องก็คือน้อยใจเรื่องข้างต้นที่บอยให้ผมไม่ได้ tag ก็ไม่ได้ อัพอะไรก็ไม่ได้ ต้องหลบๆซ่อนๆ อย่างถ้าไปญี่ปุ่น ไปเชียงใหม่ ผมก็ต้องอะไรคนเดียวอัพรูป อัพสเตตัสคนเดียว แสดงว่าผมไปไหนคนเดียวใช่ไหมทั้งๆที่ไปด้วยกัน แล้วสุดท้ายบอยก็บอกว่า "ถ้าอยากทำเดี๋ยวเปิดfacebookใหม่ก็ได้" คือตอนนั้นผมว่ามันไม่ได้ต่างอะไรเลย ผมก็ไปถอน tag ใน instagram ออกให้หมด อารมณ์ประมาณว่าพาลครับ ....เข้าใจว่าถ้าทำไป พ่อแม่บอยจะรับไม่ได้ ผมก็ไม่อยากให้เกิดปัญหาครอบครัว สาเหตุมาจากผม แต่บอยก็บอกเหมือนที่บ้านจะแงมๆเรื่องว่ามีอะไรจะบอกแม่ไหม แต่บอยก็ยังไม่พร้อม ไม่กล้าที่จะบอก แต่บอยเคยบอกกับผมประมาณว่า ถ้าทำงานแล้วอะไรแล้วมั่นคงแล้วคงพร้อมจะบอกกับที่บ้านเรื่องนี้ (ตอนนี้อยู่ปี4ด้วยกันทั้งคู่ครับ แต่คนละมหาวิทยาลัย)
ถามรักไหมก็รัก ถามว่าวางแผนอนาคตเรื่องงานเรื่องที่อยู่ร่วมกันไหมก็มี เรียกว่าค่อนข้างดีจนเพื่อนผมหลายๆคนอิจฉาก็ว่าได้ แต่สิ่งที่ผมกลัวคือว่า เรื่องทางครอบครัวทางบอย และ ตัวบอย จะอึดอัดไหม และถ้าทางบ้านนั้นรับไม่ได้จริงๆ ผมจะโดนบีบให้เลิกกับบอยไหม คือคิดมากไปมากๆเลยครับอย่างว่าผมไม่อยากเจ็บไม่อยากเสียใจครับ และผมควรปรับความคิดเรื่องต้องหลบๆซ่อนๆในsocialยังไงครับ ... ผมเคยปรึกษากับแฟนเก่าก็บอกว่า ปัญหาเยอะแบบนี้ก็เลิกไปเลย ผมก็สู้คิดว่าสักวันถ้าผ่านอุปสรรคตรงนี้ไปคงจะดีไม่น้อย
......ผมไม่อยากทะเลาะไม่อยากคิดอะไรแบบนี้แล้วครับแย่ทั้งความรู้สึกของผมและบอย หรือ มีวิธีไหนผมหรือบอยควรจะทำต่อจากนี้ไปครับ .......
ขอบคุณครับ