กระทู้นี้ ตั้งขึ้นมาเพราะต้องการเห็นความเปลี่ยนแปลงในละครไทย
ถือว่าเป็นการรับขวัญทีวีดิจิตอล ซึ่งเป็นหนึ่งในปัจจัยที่สามารถส่งเสริมให้อุตสหกรรมโทรทัศน์สามารถเข้าใกล้ความเป็นสากลได้อีกขั้น
ดิฉันไม่ได้เรียนมาทางด้านนี้โดยตรง เป็นเพียงผู้เสพสารเท่านั้น ไม่ได้รู้เบื้องลึกเบื้องหลังในการทำงาน
การออกกอง เขียนบท หรือคิวถ่ายของนักแสดง ที่จะกล่าวทั้งหมดคือข้อคิดเห็นของดิฉันล้วนๆ
ดังนั้น หากมีผิดพลาดประการใด ดิฉันก็น้อมรับความคิดเห็นจากสมาชิกพันทิปทุกท่าน
แหม่ เกริ่นซะหลายบรรทัด ขอเริ่มเลยแล้วกัน
1. การเลือก,การดัดแปลงบทประพันธ์
ละครไทยส่วนมาก มักจะมีที่มาจากนวนิยาย น้อยยยยยมากที่จะด้นบทสดขึ้นมาเองทั้งเรื่อง
ตัวนวนิยายเอง บางส่วนก็ได้รับอิทธิพลจากละคร ตบจูบลูบคลำ ขายความรุนแรง
แย่งผัวเมียกันเป็นพิมพ์นิยม(หรือที่เรียกกันว่าแนวตลาด)
นิยายหรือละครแนวนี้ขายได้เสมอ ผลิตออกมาเรื่อยๆ ไม่มีความเสี่ยง วนเวียนกันอยู่อย่างนี้
เออ ไอ้ข้างบนช่างมันก่อน
ที่ดิฉันอยากจะกล่าวคือ นิยายดีๆมีมาก แต่ท่านผู้เขียนบทบางคนกลับเอามายำจนเละเทะ
แก่นของเรื่องสาบสูญ ด้วยกลัวว่ามันจะไม่เป็นที่นิยมในตลาด(ตลาด? ตลาดอะไรวะ?)
นางรองดีๆบางคนกลายร่างเป็นนางร้ายเปลือกทุเรียน นางเอกที่ฉลาดๆกลับกลายเป็นนังโง่บ้าผู้ชาย
พากันตบกรี๊ดตบกรี๊ด คิดมโน พูดกับตัวเองเป็นกิจวัตร ดราม่าหนักหน่วงหายไปไหน มิติของเนื้อเรื่องหายไปไหน
ไม่ต้องมีฉากแบบนี้ ละครก็ขายได้ป่ะคะถ้าบทเจ๋งจริง ซีรี่ย์บางเรื่องที่ไม่ได้อยู่ทางช่องฟรีทีวีคนยังดั้นด้นไปดู
ซีรี่ย์เกาหลี ญี่ปุ่น คนยังพยายามทำซับให้เสร็จในคืนที่ออนแอร์... แล้วละครฟรีทีวีที่แค่จิ้มรีโมทจึกเดียวก็ดูได้ยังจะกลัวอะไรอีก?
ตลาดมันไม่ได้เหมือนเดิมตลอดไปนะเออ
2. นักแสดง
นักแสดงไทยทุกวันนี้ ขายหน้าตา หรือขายฝีมือ? หนุ่มหน้าตาหล่อเหลาที่รับบทพระเอกตั้งแต่เรื่องแรกไม่ใช่เรื่องผิด
แต่ที่ผิดคือการแสดงที่แข็งโป๊กเป็นหินปาหัว... ทีมงานไม่รู้สึกแย่ รู้สึกเสียดายเงินค่าโปรดักชั่นบ้างเหรอคะ
เวลาที่พระเอกง่อยๆออนแอร์ให้คนเห็นทั้งประเทศ ทำไมไม่จับเขาไปเข้าคลาสแอคติ้งแบบเขี้ยวจัดหรืออะไรก่อนก็ได้
ดูละครไทยบางเรื่องแล้วคิดถึงเรื่องหน้ากากแก้วเป็นบ้า จะมีนักแสดงคุณภาพสักกี่คนที่มีช่วงเวลาฝ่าฟันแบบนั้น
ใช้แค่ฝีมือ ไม่ต้องพึ่งเบ้าหน้าเป็นใบเบิกทาง
ถ้าแคสไม่ตรงบท อย่างน้อยช่วยแสดงให้คนดูอินได้ไหม อ่านบทหลายๆรอบหน่อยก็ได้ อีเว้นท์เพลาๆลงบ้างเถอะพ่อคุณแม่คุณ
3. โปรดักชั่น
ในยุคที่ทีวีชัดจนเห็นหัวสิวของนักแสดงบนหน้าจอโทรทัศน์ ฉาก สถานที่ เวลา มุมกล้อง การจัดไฟ ถือเป็นสิ่งโคตรจำเป็น
คุณคงไม่อยากให้คนดูเวียนหัวอยากอ้วกจนต้องเปลี่ยนช่องหนีเพราะช็อตที่ตัดสลับไปมาใช่ไหมคะ...
แล้วคอสตูม พร็อพทั้งหลายในเรื่อง... มันแสดงถึงความใส่ใจที่คุณมีต่องานของคุณ
ละครบางเรื่องทุนน้อยเราเข้าใจ แต่ละครบางเรื่องที่บอกว่าเป็นฟอร์มยักษ์ ดีอย่างนู้น ดีอย่างนี้
ทำไมการแต่งตัวยังผิดกาลเทศะ ผิดสถานที่ ผิดวัฒนธรรม...
คือช่วยให้สมเหตุสมผลนิดหนึ่ง ญี่ปุ่นขอให้ญี่ปุ่นจริงๆ ฮ่องกงขอให้ฮ่องกงจริงๆ
กลิ่นความเป็นไทยที่เหลืออยู่(มาก)มันขัดตาผู้ชมในบางที
4. เพลงประกอบ
ขอสักครึ่งหนึ่งของซีรี่ย์เกาหลีได้ไหม แต่ง Soundtrack เองบ้างเถอะ
เบื่อเพลงดราก้อนเควสเวลาโจรกับพระเอกจะยิงกันแล้ว ด่าม ด่าม ด่าม ขึ้นมา นึกว่าจะพากันไปปราบจอมมารเลยทีเดียว
ในแต่ละฉาก ถ้าอยากให้ตราตรึง เพลงประกอบนับเป็นส่วนสำคัญที่จะแสดงถึงกลิ่นอายและสถานการณ์ในเรื่อง
สังเกตว่าละครดังๆ เพลงหลักจะติดหูคนดู ติดแบบสิบปีมาฟังอีกยังนึกหน้าพระเอกออก
ตัวอย่างง่ายๆ ถ้าใครเคยดู you who came from star เพลงนี้ ชื่อเพลงกับความหมายนั้นตรงตัว
และจังหวะที่ใส่เพลงลงไปนั้นก็เหมาะเจาะจนแค่ฟังเพลงยังนึกออกเลยว่ามีฉากไหนบ้าง
เอาเพลงเดียวมาทำเมโลดี้ใส่ บางทีไม่อินนะคะ เพราะเนื้อเพลง(ที่จำได้แล้ว)กับฉากในละครมันไปด้วยกันไม่ได้
ยิ่งเรื่องไหนใส่มาผิด หมดมู้ดทันที จากดราม่าจะพาลฮาแตกเอา
รู้ว่าข้อจำกัดทางการเงินมันเยอะ แต่การตัดต่อพลาดซ้ำซากไม่ใช่ข้ออ้างที่ดีเท่าไหร่สำหรับคนดู
หมดแล้วเท่าที่นึกออก ใครคิดอะไรได้ ช่วยเสริมด้วยนะคะ
ด้วยความเคารพ
จากผู้ชมเรื่องมากคนหนึ่ง
ปล. เชื่อว่าอุตสาหกรรมโทรทัศน์ในไทยตอนนี้สามารถตีตลาดเอเชียได้แล้ว ขาดก็แค่ความพร้อมเท่านั้น
เป็นไปได้ไหมที่เราจะเห็นคุณภาพมาก่อนปริมาณ คุณภาพมาก่อนผลประโยชน์ในกลุ่มบุคคล
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้อย่าบอกว่าดูฟรีแล้วยังจะเรื่องมาก
หนังสือเรื่องย่อก็อุดหนุน ใครได้ผลประโยชน์
เรทติ้งก็เพิ่มให้ ใครได้ผลประโยชน์ (เรทติ้งเยอะ โฆษณาก็เยอะ...)
หนังสือนิยาย บางทีก็ซื้อ ใครได้ผลประโยชน์
เรื่องไหนดีๆ แผ่นแท้ยอมซื้อเก็บ ใครได้ผลประโยชน์
ถ้าเป็นที่พูดถึงในโลกโซเชียล ในแวดวงทั่วไป ใครได้ผลประโยชน์ (ดาราและอีเว้นท์ทั้งนั้น)
ถึงเวลาแล้วหรือยัง... ที่ละครไทยจะพัฒนา
ถือว่าเป็นการรับขวัญทีวีดิจิตอล ซึ่งเป็นหนึ่งในปัจจัยที่สามารถส่งเสริมให้อุตสหกรรมโทรทัศน์สามารถเข้าใกล้ความเป็นสากลได้อีกขั้น
ดิฉันไม่ได้เรียนมาทางด้านนี้โดยตรง เป็นเพียงผู้เสพสารเท่านั้น ไม่ได้รู้เบื้องลึกเบื้องหลังในการทำงาน
การออกกอง เขียนบท หรือคิวถ่ายของนักแสดง ที่จะกล่าวทั้งหมดคือข้อคิดเห็นของดิฉันล้วนๆ
ดังนั้น หากมีผิดพลาดประการใด ดิฉันก็น้อมรับความคิดเห็นจากสมาชิกพันทิปทุกท่าน
แหม่ เกริ่นซะหลายบรรทัด ขอเริ่มเลยแล้วกัน
1. การเลือก,การดัดแปลงบทประพันธ์
ละครไทยส่วนมาก มักจะมีที่มาจากนวนิยาย น้อยยยยยมากที่จะด้นบทสดขึ้นมาเองทั้งเรื่อง
ตัวนวนิยายเอง บางส่วนก็ได้รับอิทธิพลจากละคร ตบจูบลูบคลำ ขายความรุนแรง
แย่งผัวเมียกันเป็นพิมพ์นิยม(หรือที่เรียกกันว่าแนวตลาด)
นิยายหรือละครแนวนี้ขายได้เสมอ ผลิตออกมาเรื่อยๆ ไม่มีความเสี่ยง วนเวียนกันอยู่อย่างนี้
เออ ไอ้ข้างบนช่างมันก่อน
ที่ดิฉันอยากจะกล่าวคือ นิยายดีๆมีมาก แต่ท่านผู้เขียนบทบางคนกลับเอามายำจนเละเทะ
แก่นของเรื่องสาบสูญ ด้วยกลัวว่ามันจะไม่เป็นที่นิยมในตลาด(ตลาด? ตลาดอะไรวะ?)
นางรองดีๆบางคนกลายร่างเป็นนางร้ายเปลือกทุเรียน นางเอกที่ฉลาดๆกลับกลายเป็นนังโง่บ้าผู้ชาย
พากันตบกรี๊ดตบกรี๊ด คิดมโน พูดกับตัวเองเป็นกิจวัตร ดราม่าหนักหน่วงหายไปไหน มิติของเนื้อเรื่องหายไปไหน
ไม่ต้องมีฉากแบบนี้ ละครก็ขายได้ป่ะคะถ้าบทเจ๋งจริง ซีรี่ย์บางเรื่องที่ไม่ได้อยู่ทางช่องฟรีทีวีคนยังดั้นด้นไปดู
ซีรี่ย์เกาหลี ญี่ปุ่น คนยังพยายามทำซับให้เสร็จในคืนที่ออนแอร์... แล้วละครฟรีทีวีที่แค่จิ้มรีโมทจึกเดียวก็ดูได้ยังจะกลัวอะไรอีก?
ตลาดมันไม่ได้เหมือนเดิมตลอดไปนะเออ
2. นักแสดง
นักแสดงไทยทุกวันนี้ ขายหน้าตา หรือขายฝีมือ? หนุ่มหน้าตาหล่อเหลาที่รับบทพระเอกตั้งแต่เรื่องแรกไม่ใช่เรื่องผิด
แต่ที่ผิดคือการแสดงที่แข็งโป๊กเป็นหินปาหัว... ทีมงานไม่รู้สึกแย่ รู้สึกเสียดายเงินค่าโปรดักชั่นบ้างเหรอคะ
เวลาที่พระเอกง่อยๆออนแอร์ให้คนเห็นทั้งประเทศ ทำไมไม่จับเขาไปเข้าคลาสแอคติ้งแบบเขี้ยวจัดหรืออะไรก่อนก็ได้
ดูละครไทยบางเรื่องแล้วคิดถึงเรื่องหน้ากากแก้วเป็นบ้า จะมีนักแสดงคุณภาพสักกี่คนที่มีช่วงเวลาฝ่าฟันแบบนั้น
ใช้แค่ฝีมือ ไม่ต้องพึ่งเบ้าหน้าเป็นใบเบิกทาง
ถ้าแคสไม่ตรงบท อย่างน้อยช่วยแสดงให้คนดูอินได้ไหม อ่านบทหลายๆรอบหน่อยก็ได้ อีเว้นท์เพลาๆลงบ้างเถอะพ่อคุณแม่คุณ
3. โปรดักชั่น
ในยุคที่ทีวีชัดจนเห็นหัวสิวของนักแสดงบนหน้าจอโทรทัศน์ ฉาก สถานที่ เวลา มุมกล้อง การจัดไฟ ถือเป็นสิ่งโคตรจำเป็น
คุณคงไม่อยากให้คนดูเวียนหัวอยากอ้วกจนต้องเปลี่ยนช่องหนีเพราะช็อตที่ตัดสลับไปมาใช่ไหมคะ...
แล้วคอสตูม พร็อพทั้งหลายในเรื่อง... มันแสดงถึงความใส่ใจที่คุณมีต่องานของคุณ
ละครบางเรื่องทุนน้อยเราเข้าใจ แต่ละครบางเรื่องที่บอกว่าเป็นฟอร์มยักษ์ ดีอย่างนู้น ดีอย่างนี้
ทำไมการแต่งตัวยังผิดกาลเทศะ ผิดสถานที่ ผิดวัฒนธรรม...
คือช่วยให้สมเหตุสมผลนิดหนึ่ง ญี่ปุ่นขอให้ญี่ปุ่นจริงๆ ฮ่องกงขอให้ฮ่องกงจริงๆ
กลิ่นความเป็นไทยที่เหลืออยู่(มาก)มันขัดตาผู้ชมในบางที
4. เพลงประกอบ
ขอสักครึ่งหนึ่งของซีรี่ย์เกาหลีได้ไหม แต่ง Soundtrack เองบ้างเถอะ
เบื่อเพลงดราก้อนเควสเวลาโจรกับพระเอกจะยิงกันแล้ว ด่าม ด่าม ด่าม ขึ้นมา นึกว่าจะพากันไปปราบจอมมารเลยทีเดียว
ในแต่ละฉาก ถ้าอยากให้ตราตรึง เพลงประกอบนับเป็นส่วนสำคัญที่จะแสดงถึงกลิ่นอายและสถานการณ์ในเรื่อง
สังเกตว่าละครดังๆ เพลงหลักจะติดหูคนดู ติดแบบสิบปีมาฟังอีกยังนึกหน้าพระเอกออก
ตัวอย่างง่ายๆ ถ้าใครเคยดู you who came from star เพลงนี้ ชื่อเพลงกับความหมายนั้นตรงตัว
และจังหวะที่ใส่เพลงลงไปนั้นก็เหมาะเจาะจนแค่ฟังเพลงยังนึกออกเลยว่ามีฉากไหนบ้าง
เอาเพลงเดียวมาทำเมโลดี้ใส่ บางทีไม่อินนะคะ เพราะเนื้อเพลง(ที่จำได้แล้ว)กับฉากในละครมันไปด้วยกันไม่ได้
ยิ่งเรื่องไหนใส่มาผิด หมดมู้ดทันที จากดราม่าจะพาลฮาแตกเอา
รู้ว่าข้อจำกัดทางการเงินมันเยอะ แต่การตัดต่อพลาดซ้ำซากไม่ใช่ข้ออ้างที่ดีเท่าไหร่สำหรับคนดู
หมดแล้วเท่าที่นึกออก ใครคิดอะไรได้ ช่วยเสริมด้วยนะคะ
ด้วยความเคารพ
จากผู้ชมเรื่องมากคนหนึ่ง
ปล. เชื่อว่าอุตสาหกรรมโทรทัศน์ในไทยตอนนี้สามารถตีตลาดเอเชียได้แล้ว ขาดก็แค่ความพร้อมเท่านั้น
เป็นไปได้ไหมที่เราจะเห็นคุณภาพมาก่อนปริมาณ คุณภาพมาก่อนผลประโยชน์ในกลุ่มบุคคล
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้