คำตอบที่ได้รับเลือกจากเจ้าของกระทู้
ความคิดเห็นที่ 2
เอาเท่าที่ทราบนะครับ อ่านและฟังมาอีกที ผิดถูกต้องขออภัย
มือเขียนบทในฮอลลีวู้ดมาจากคนหลากหลายสาขาครบเครื่อง หนังวิทยาศาสตร์ก็ต้องใช้คนเขียนที่มีพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์หรืออย่างน้อยก็ต้องเป็นที่ปรึกษาหรือผู้ร่วมเขียนบท หนังเกี่ยวกับหมอก็มีนักเขียนที่เป็นหมอ น่าเสียดายที่ในเมืองไทยเราคนเขียนบทส่วนใหญ่ยังจบสายศิลป์ จึงมีละครหรือหนังที่ไม่กล้าแตะเรื่องสายวิทย์กันเท่าไหร่
ค่าเขียนบทในฮอลลีวูดแพงมากๆ หนังทุนสร้างต่ำระดับสิบล้านเหรียญค่าบทก้เป็นแสนเหรียญ หนังทุนสร้างปานกลางระดับร้อยล้านค่าบทก็หนึ่งล้านเหรียญขึ้นไป ถ้าจับงานใหญ่ได้เรื่องเดียวก็มีกินไปจนแก่ ดังนั้นการแข่งขันจึงรุนแรงมากๆๆๆๆๆ เพราะคนที่แค่คิดว่ามีไอเดียและเขียนหนังสือเป็นต่างก็เข้าสู่สนามนี้ได้อย่างไม่มีข้อจำกัด
ถ้าคุณยังไม่ดังพอ คนเขียนบทหนังและคนเขียนหนังสือนวนิยายในอเมริกาจะต้องจ้างเอเจนต์ซึ่งจะกินเปอร์เซ็นต์จากผลงานของเรา เอเจนต์ที่เป็นตัวบุคคลหรือบริษัทจะช่วยวิ่งเต้นขายงานให้กับคุณตามบริษัทหนังหรือสำนักพิมพ์ ถ้าดังก็รวยคุ้ม แต่ส่วนใหญ่จะขายไม่ค่อยได้กัน ถ้าไอเดียของคุณไม่โดนพอ
แต่ฮอลลีวูดทำหนังกันปีละหกเจ็ดร้อยเรื่อง เค้าว่างบเฉลี่ยตกเรื่องละสิบล้านเหรียญ หนังทุนตำ่สุดก็ล้านเหรียญ ขนาดนั้นเรายังได้เห็นหนังฝรั่งงบร้อยล้านที่บทแสนห่วยไอเดียซ้ำซากให้เห็นเป็นส่วนใหญ่ มีหนังไอเดียดีบทดีปีละไม่กี่สิบเรื่อง ซึ่งถ้าไอเดียดีพอ ลองดูก็น่าจะคุ้มสุดๆนะครับ มันไม่เสี่ยงอะไร นอกจากอาจโดนลอกไอเดียเท่านั้น
เท่าที่ทราบ กัปตันอเมริกาภาคล่าสุดก็มีคนไทยร่วมเขียนบทด้วย และได้ยินว่ามีคนไทยเป็นทีมเขียนซีรีย์หนังฝรั่ง และอยู่ในทีมทำบทและทำภาพการ์ตูนของพิกซ่าร์ก็มีคนไทย
ปล. ตัวอย่างบทภาพยนตร์ฮอลลีวูดดังๆมีให้หาอ่านมากมายในเวปไซด์ ถ้าสนใจก็หาจากกูเกิ้ล คำว่าscreenwriterดูได้ ผมเองแค่อ่านออกเขียนได้แต่ให้เขียนเป็นภาษาอังกฤษเป็นสำนวนคมๆระดับที่ฝรั่งอ่านแล้วสนุกประทับใจคงต้องให้ไปอยู่อเมริกาเป็นสิบปีมั๊งถึงจะทำได้ หวังว่าถ้าคุณตั้งใจจรงิจะทำได้
มือเขียนบทในฮอลลีวู้ดมาจากคนหลากหลายสาขาครบเครื่อง หนังวิทยาศาสตร์ก็ต้องใช้คนเขียนที่มีพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์หรืออย่างน้อยก็ต้องเป็นที่ปรึกษาหรือผู้ร่วมเขียนบท หนังเกี่ยวกับหมอก็มีนักเขียนที่เป็นหมอ น่าเสียดายที่ในเมืองไทยเราคนเขียนบทส่วนใหญ่ยังจบสายศิลป์ จึงมีละครหรือหนังที่ไม่กล้าแตะเรื่องสายวิทย์กันเท่าไหร่
ค่าเขียนบทในฮอลลีวูดแพงมากๆ หนังทุนสร้างต่ำระดับสิบล้านเหรียญค่าบทก้เป็นแสนเหรียญ หนังทุนสร้างปานกลางระดับร้อยล้านค่าบทก็หนึ่งล้านเหรียญขึ้นไป ถ้าจับงานใหญ่ได้เรื่องเดียวก็มีกินไปจนแก่ ดังนั้นการแข่งขันจึงรุนแรงมากๆๆๆๆๆ เพราะคนที่แค่คิดว่ามีไอเดียและเขียนหนังสือเป็นต่างก็เข้าสู่สนามนี้ได้อย่างไม่มีข้อจำกัด
ถ้าคุณยังไม่ดังพอ คนเขียนบทหนังและคนเขียนหนังสือนวนิยายในอเมริกาจะต้องจ้างเอเจนต์ซึ่งจะกินเปอร์เซ็นต์จากผลงานของเรา เอเจนต์ที่เป็นตัวบุคคลหรือบริษัทจะช่วยวิ่งเต้นขายงานให้กับคุณตามบริษัทหนังหรือสำนักพิมพ์ ถ้าดังก็รวยคุ้ม แต่ส่วนใหญ่จะขายไม่ค่อยได้กัน ถ้าไอเดียของคุณไม่โดนพอ
แต่ฮอลลีวูดทำหนังกันปีละหกเจ็ดร้อยเรื่อง เค้าว่างบเฉลี่ยตกเรื่องละสิบล้านเหรียญ หนังทุนตำ่สุดก็ล้านเหรียญ ขนาดนั้นเรายังได้เห็นหนังฝรั่งงบร้อยล้านที่บทแสนห่วยไอเดียซ้ำซากให้เห็นเป็นส่วนใหญ่ มีหนังไอเดียดีบทดีปีละไม่กี่สิบเรื่อง ซึ่งถ้าไอเดียดีพอ ลองดูก็น่าจะคุ้มสุดๆนะครับ มันไม่เสี่ยงอะไร นอกจากอาจโดนลอกไอเดียเท่านั้น
เท่าที่ทราบ กัปตันอเมริกาภาคล่าสุดก็มีคนไทยร่วมเขียนบทด้วย และได้ยินว่ามีคนไทยเป็นทีมเขียนซีรีย์หนังฝรั่ง และอยู่ในทีมทำบทและทำภาพการ์ตูนของพิกซ่าร์ก็มีคนไทย
ปล. ตัวอย่างบทภาพยนตร์ฮอลลีวูดดังๆมีให้หาอ่านมากมายในเวปไซด์ ถ้าสนใจก็หาจากกูเกิ้ล คำว่าscreenwriterดูได้ ผมเองแค่อ่านออกเขียนได้แต่ให้เขียนเป็นภาษาอังกฤษเป็นสำนวนคมๆระดับที่ฝรั่งอ่านแล้วสนุกประทับใจคงต้องให้ไปอยู่อเมริกาเป็นสิบปีมั๊งถึงจะทำได้ หวังว่าถ้าคุณตั้งใจจรงิจะทำได้
สมาชิกหมายเลข 7849437 ถูกใจ, รักเฉพาะชายสูงวัย ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 922010 ถูกใจ, ปังหวานเย็นอุ่นๆหอมกรุ่นจริงๆ ถูกใจ, เอ็นจิเนียรุ่งริ่ง ถูกใจ, Snowdust ถูกใจ
▼ กำลังโหลดข้อมูล... ▼
แสดงความคิดเห็น
คุณสามารถแสดงความคิดเห็นกับกระทู้นี้ได้ด้วยการเข้าสู่ระบบ
ถ้าอยากทำงานด้านเขียนบทภาพยนตร์ในฮอลลีวูด ?
จขกท อยากรู้น่ะ >< ถึงแม้มันจะดูเป็นไปไม่ได้เลยเนอะ 55555
ไม่ก็ ทำงานในวงการฮอลลีวุดอ่าค่ะ สายแบบ คิดเรื่องราว คิดพล็อต อารมณ์นั้น
ปล มีคนไทยเคยได้ไปทำงานบ้างมั้ยคะ ??