ต้องบอกก่อนว่าแสนนึงที่ว่านี้ไม่รวมช้อปปิ้งนะคะ เป็นค่าตั๋วเครื่องบิน ค่าที่พัก ค่ากิน และค่าเดินทางเกือบทั้งหมดตลอดทริป ซึ่งทุกคนสามารถบวกลบจากยอดนี้ได้อีก เพราะอย่างที่บอกคือ เรากินอยู่ค่อนข้างดี ถ้าใครอยากประหยัดกว่านี้ก็ทำได้ค่ะ
เริ่มจากอันดับแรก
การจองตั๋วเครื่องบิน

เราหามาแล้วมากมายหลายเวปที่เค้าบอกว่าถูกอย่างงั้นอย่างงี้ แต่เชื่อมะเวปที่ถูกที่สุดคือเวปของสายการบินนั้นเอง

เราโชคดีมาก เวปแรกของสายการบินที่เราเข้าไปดูเลยคือ Emirates เหตุผลไม่มีไรมาก เพราะอยากนั่งสายการบินนี้ ชอบ สบาย อร่อย อิอิ พอเข้าไปดูปุ๊บ สายตาก็เหลือบไปเห็นโปรโมชั่น

เรารีบกดเข้าไปดูเลยค่ะ มีเที่ยวบินไปยุโรปเต็มเลย ตอนนั้นราคาที่ถูกที่สุดคือ 25,000บาท มีไปลงได้หลายที่ แต่เราเลือกสนามบิน Schiphol เมือง Amsterdam เพราะใกล้ประเทศเบลเยี่ยม (เราเคยเป็นเด็กAFSไปแลกเปลี่ยนที่เบลเยี่ยม แล้วตั้งใจจะกลับไปเยี่ยม Host Family) พอเห็นราคาก็ตัดสินใจได้เลยว่าจะไป จะไป จะไป นี่คือโอกาสละ โปรโมชั่นจะหมดในวันรุ่งขึ้น เราเลยรีบโทรหาเพื่อนเลย ตกลงกันได้วันต่อมาเราก็จองเลย วันสุดท้ายของโปรฯพอดี
พอจองเสร็จหลังจากนั้นไม่กี่วัน เพื่อนเราเปลี่ยนใจอยากไปนานขึ้น เลยต้องโทรไปเลื่อน เสียตังเพิ่มอีกคนละ3,000 บาท รวมค่าตั๋วเครื่องบินเป็นเงิน 28,000 บาท

แต่ก็ยังโออยู่
พอตกลงวันกันได้ละ ว่าจะไปเที่ยวที่ไหนบ้าง ต่อมาก็จองที่พักค่ะ ตรงนี้ต้องวางแผนดีๆนะคะ หาข้อมูลว่าเมืองที่เราจะไปมีที่เที่ยวประมาณไหน ใช้เวลาเก็บกี่วัน อยากไปไหนบ้าง ถ้าเวลาจำกัดจริงๆ ไม่ต้องเที่ยวให้ครบทุกที่หรอกค่ะ ไปแค่ที่สำคัญๆ แล้วก็ใช้เวลาเดินเล่นเก็บบรรยากาศบ้างก็พอ
ที่พักเราหาอยู่2เวป คือ Agoda กับ Booking.com เทียบราคากัน ค่าที่พักไม่แพงเลยค่ะ หารกันก็ตกคืนนึงประมาณ1พันบาท (ตรงนี้เพื่อนๆสามารถควบคุมค่าใช้จ่ายได้ เราอยากได้ที่พักดีหน่อยก็เลยราคาประมาณนี้ แต่ที่สำคัญเลยในการเลือกที่พักคือ location บางที่เราจองไปโดยไม่ได้ดู กว่าจะหาที่พักเจอ เหนื่อยเลยค่ะ) เราเสียค่าที่พักไปประมาณ 19,000 บาทค่ะ แต่ว่าค่าที่พักตรงนี้ เราก็ประหยัดไปได้ส่วนนึง เนื่องจากเราก็มีนอนบ้านโฮสบ้าง และมีไปนอนบ้านญาติเพื่อนที่เยอรมันด้วยค่ะ
พอมีที่พักแล้วทีนี้ต่อมาก็มาคิดเรื่องการเดินทาง เพราะว่าเราไปเที่ยวหลายประเทศ เวลาเป็นเรื่องสำคัญ ต้องวางแผนดีๆค่ะ ควรจองรถไฟไปแต่เนิ่นๆเลยค่ะ ตรรกะง่ายๆ ยิ่งจองใกล้ๆวันเดินทางก็ยิ่งแพงค่ะ
1. การเดินทางระหว่างประเทศ
การเดินทางข้ามประเทศที่สะดวกก็มีการเดินทางโดยรถไฟ รถทัวร์ แล้วก็โดยสายการบิน low cost ค่ะ เราเลือกที่จะเดินทางโดยรถไฟทั้งหมด (การเดินทางแต่ละแบบก็มีข้อดี ข้อเสียต่างกันค่ะ ถ้านั่งเครื่องบินก็ประหยัดเวลา ราคาจริงๆก็ไม่ต่างกับรถไฟ หรืออาจจะถูกกว่าด้วยซ้ำ แต่เราชอบนั่งรถไฟมากกว่าค่ะ เลยเลือกที่จะนั่งรถไฟ)
สำหรับรถไฟระหว่างประเทศก็จะมีพวก TGV Eurostars Thalys อะไรพวกนี้
ถ้าเป็นการเดินทางระหว่างประเทศ Netherland-Belgium, Belgium-France ก็จะเป็นรถไฟความเร็วสูงของ Thalys ค่ะ ก็เข้าไปดูในเวปเลย บางทีก็มีโปรโมชั่นถูกๆ
2. การเดินทางภายในประเทศ
ถ้าหากว่าเดินทางข้ามเมืองก็จำเป็นจะต้องนั่งรถไฟ หรือรถทัวร์ แต่ถ้าเดินทางภายในเมืองก็จะเป็นรถบัส รถราง metro ก็แล้วแต่เมืองไปค่ะ
Website ที่เราใช้จองตั๋วรถไฟมีดังนี้นะคะ
1. sncb europe - สำหรับการเดินทางในเบลเยี่ยม และระหว่างประเทศ ได้แก่ เนเธอแลนด์-เบลเยี่ยม, ฝรั่งเศส-เบลเยี่ยม แล้วก็ เบลเยี่ยม-เยอรมัน ค่ะ
2. dh-bahn สำหรับการเดินทางในประเทศเยอรมัน แล้วก็จากเยอรมันไปประเทศใกล้เคียงนะคะ (สำหรับเยอรมัน เราอยู่นานที่สุดคือ 8วัน เดินทางค่อนข้างเยอะ และค่าตั๋วรถไฟในเยอรมันค่อนข้างแพงมาก ถ้าเป็นรถไฟความเร็วสูง เช่น ICE) เราเลยซื้อตั๋ว German Rail Pass ค่ะ ซื้อแบบ 6วัน เดินทางเท่าไหร่ก็ได้ภายใน6วัน ที่เราซื้อแบบ6วันเพราะบางเมืองเราก็อยู่2วันค่ะ ก็ไม่ต้องใช้ แล้วเราก็ซื้อ Extension คือ ส่วนต่อขยาย สำหรับนั่งจากเยอรมันไปเวนิซค่ะ ก็ถือว่าถูก เราหมดค่ารถไฟส่วนนี้ไป เป็นเงิน 13,478 บาท (จริงๆทุกคนสามารถซื้อได้ถูกกว่านี้ค่ะ ถ้าซื้อผ่านเวป แต่เราซื้อแบบกะทันหันมาก เลยต้องไปที่บริษัทแห่งหนึ่ง ให้เค้าออกตั๋วให้เลย เลยเสียค่าออกตั๋วไปหลักพันอยู่ค่ะ

)
3. trenitalia สำหรับการเดินทางในประเทศอิตาลี แล้วก็จากประเทศอิตาลีไปประเทศอื่นค่ะ
แนะนำให้จองเนิ่นๆไปเลยค่ะ เราไม่ได้วางแผนในส่วนนี้ เพราะยุ่งๆ เลยกะจะไปซื้อตั๋วที่นั่นเลย เลยโดนค่าตั๋วรถไฟในอิตาลีไปทั้งหมดประมาณ8พันบาทค่ะ เดินทางทั้งหมด 4ครั้งเอง
พอจองอะไรครบหมดแล้ว เอกสารพร้อมแล้ว ทีนี้ก็ไปขอวีซ่าค่ะ เราขอที่สถานฑูตเยอรมัน เพราะเป็นประเทศที่เราจะอยู่นานที่สุด เสียเงินไป 2,700 บาท เตรียมเงินไปให้พอดีนะคะ นางแปะไว้หน้ากระจกเลยค่ะว่าต้องพอดี รอวีซ่าประมาน5วันค่ะ
พอได้วีซ่าแล้วทีนี้ก็ไปเที่ยวกันเล้ยยย
แผนการเดินทางของเรามีดังนี้ค่ะ
เราออกเดินทางไปกับเพื่อนอีก3คน รวมเป็น4คนค่ะ (การเลือกเพื่อน หรือคนที่ไปด้วยนี่ก็สำคัญมาก เป็นปัจจัยแรกเลยว่าทริปนี้เราจะสนุกไหม) ถ้าพร้อมแล้วก็เริ่มไปเที่ยวกันเลยค่ะ
วันแรก
เริ่มออกเดินทางจากสนามบินสุวรรณภูมิตอนตี1กว่าของวันที่5มิถุนายน โดยสายการบิน Emirates โดยนั่งไปใช้เวลา6ชั่วโมงนิดๆ แล้วไปเปลี่ยนเครื่องที่ดูไบ แล้วนั่งต่ออีก6ชั่วโมงกว่า ไปลงที่ Amsterdam (เวลาที่บ้านเราจะเร็วกว่าที่ยุโรป เพราะฉะนั้นก็เหมือนกับเรานั่งย้อนเวลาไป ตอนเราไปถึง Amsterdam จึงเป็นเวลาบ่ายโมงกว่าของวันที่5อยู่ค่ะ

) พอไปถึง Amsterdam แล้ว อันดับแรกก็เอาสัมภาระที่หอบหิ้วไปทั้งหมดไปเก็บที่ล้อคเกอร์ก่อนค่ะ หาล้อคเกอร์ได้ตามสถานีรถไฟค่ะ เสียค่าเก็บไป2ร้อยกว่าบาท พอตัวเบาแล้ว ทีนี้ก็เดินเที่ยวได้อย่างสบายใจค่ะ

เราไม่เสียค่ารถอะไรนะคะ เดินไปเรื่อยๆ ค่อยๆเก็บบรรยากาศ สถานีรถไฟไม่ไกลจากตัวเมืองมาก

พอตกเย็นก็จับรถไฟขึ้นไปเบลเยี่ยมค่ะ บ้านโฮสเราอยู่ที่ Antwerp ใช้เวลานั่งรถไฟจากอัมสเตอร์ดัมประมาณ 1ชั่วโมงกว่าค่ะ พอไปถึงโฮสก็มารอรับค่ะ คืนนั้นก็นอนฟรี มีความสุขค่ะ
วันที่สอง
วันนี้โฮสพาไปเที่ยวที่Bruges ค่ะ แน่นอนว่าไปกับโฮสก็ไม่เสียเงินเลยค่ะ ฮ่าๆ เมืองนี้เป็นเมืองเก่าแก่มากๆค่ะ เปรียบเสมือนเวนิซของฝั่งยุโรปตะวันตก เงียบสงบ สวยมากๆ ผู้ชายเมืองนี้ก็หล่อมากๆด้วย อิอิ น่าไปเที่ยวค่ะ แต่ไม่อาจค่อยน่าอยู่สำหรับคนชอบแสงสี

วันที่สาม
ตื่นแต่เช้าเริ่มออกเดินทางไปเมือง Köln หรือที่รู้จักกันในชื่อ Cologne ของประเทศเยอรมนีค่ะ
เดินออกมาจากสถานีรถไฟก็จะเจอโบสถ์นี้เลยค่ะ สวยมากๆ (อ้อ..อย่าลืมหาล็อคเกอร์เก็บสัมภาระก่อนนะคะ จะได้สบายตัว)

เมืองนี้ที่เที่ยวไม่เยอะมากนะคะ วันเดียวก็หมด
พอเราเดินเที่ยวจนพอใจแล้วทีนี้ก็ไปเอาของ แล้วเดินทางโดยรถไฟต่อไปยังแถวๆ Hanover บ้านญาติเพื่อนอยู่เมือง Herford ค่ะ
นอนพักบ้านญาติเพื่อน 2คืน ประหยัดเงินไปอีก กินฟรี อยู่ฟรี เที่ยวฟรีค่ะ
วันที่สี่
ญาติเพื่อนพาไปเที่ยวที่ Detmold แล้วก็เมืองใกล้ๆค่ะ

วันที่ห้า
ออกเดินทางจากบ้านญาติเพื่อนไปเมือง Hamburg ค่ะ การเที่ยวแบบกึ่ง backpack ได้เริ่มขึ้นจริงๆแล้ว (ที่เรียกว่ากึ่ง backpack เพราะเราไม่ได้แบกกระเป๋าเที่ยวค่ะ แบกไม่ไหว ฮ่าๆ)
พอเราไปถึง Hamburg กันแล้ว อันดับแรกเลยคือ พวกเราจะแวะ Tourist information ที่สถานีรถไฟก่อนเลยค่ะ ตรงนี้สำคัญมาก เพราะเราจะถามทางไปโรงแรมจากเค้า และข้อมูลอื่นๆที่อยากรู้ บางที่ก็แจกแผนที่ฟรีค่ะ หลังจากนั้นเอากระเป๋าไปเก็บที่โรงแรม แล้วเช็คอินโรงแรมกันก่อนค่ะ เก็บกระเป๋าเสร็จแล้วก็ไปขอแผนที่ฟรีจาก reception อีกใบค่ะ แผนที่แต่ละอันบางทีความละเอียดไม่เหมือนกัน เอามาเผื่อๆไว้ค่ะ
เที่ยวยุโรปช่วงฤดูร้อน มีข้อดีตรงที่ฟ้ามืดช้ามากกก กว่าจะมืดก็สี่ทุ่มค่ะ เดินเที่ยวสบายเลย แต่ร้านค้าส่วนใหญ่2ทุ่มก็ปิดแล้วค่ะ วันอาทิตย์นี่เหมือนวันหยุด ถ้าไม่ใช่ในตัวเมืองนี่ร้างเลยค่ะ แล้วก็ข้อเสียคือ ไม่รู้เวล่ำเวลาเลยค่ะ กินดึกๆ แล้วก็นอน แล้วก็อ้วน ฮ่าๆ
การเดินทางส่วนใหญ่ในเยอรมันจะเป็น metro นะคะ ถ้าวันไหนเที่ยวเยอะ หลายที่ ซื้อเป็น day ticket ก็จะคุ้มกว่าค่ะ

เมืองท่าค่ะ

เดินเที่ยวจนเมื่อยสุดๆ แล้วก็กลับที่พักค่ะ

วันที่หก
ออกเดินทางต่อไป Berlin เมืองหลวงของเยอรมนีค่ะ เหมือนเดิมเลยค่ะ เอาของไปเก็บที่Hostel ก่อน แต่วันนี้เรากับเพื่อนเก็บกดมานานค่ะ ตั้งแต่มายุโรปยังไม่ได้ช้อปปิ้ง วันนี้จัดเลยค่ะ เข้าเมืองแล้วช้อปกระจาย เดินเที่ยว ถ่ายรูป แล้วก็นั่งดื่มเบียร์ชิวๆแล้วค่อยกลับที่พักค่ะ

เราพักที่โรงแรม one80° ค่ะ ถูกและใกล้ตัวเมือง มีบาร์ที่ค่อนข้างคึกคักด้วยค่ะ
วันที่เจ็ด
ยังอยู่ที่ Berlin ค่ะ เราวางแผนไว้แล้วว่าวันนี้จะเที่ยวให้ทั่ว เลยตื่นแต่เช้าออกไปซื้อ bike tour ค่ะ เสียเงินไปประมาณคนละพันนิดๆ ขี่จักรยานเที่ยวที่สำคัญๆในเบอลินค่ะ ก็จะมีไกด์คอยอธิบายนู่นนี่ กรุ้ปนึงก็ประมาน10กว่าคนค่ะ แต่ถ้าใครขี่จักรยานอ่อนแอไม่ค่อยแนะนำค่ะ อาจเกิดอันตรายได้
เดี๋ยวพรุ่งนี้พาไปเที่ยวต่อนะคะ วันนี้ขอนอนก่อนจ้า

ใครมีข้อมูลอะไรเพิ่มเติมก็มาแชร์กันได้นะคะ ถ้ามีข้อมูลอะไรผิดพลาดก็ต้องขอโทษด้วยนะคะ เราอาจจะจำรายละเอียดได้ไม่หมด เพราะตอนแรกไม่ได้ตั้งใจจะมารีวิวค่ะ แล้วก็เดี๋ยวจะสรุปค่าใช้จ่ายตอนท้ายให้อีกรอบนะคะ
[CR] รีวิว*เที่ยวยุโรป23วัน5ประเทศมีแสนนึงสบ้ายย
เริ่มจากอันดับแรก
การจองตั๋วเครื่องบิน
เราหามาแล้วมากมายหลายเวปที่เค้าบอกว่าถูกอย่างงั้นอย่างงี้ แต่เชื่อมะเวปที่ถูกที่สุดคือเวปของสายการบินนั้นเอง
พอจองเสร็จหลังจากนั้นไม่กี่วัน เพื่อนเราเปลี่ยนใจอยากไปนานขึ้น เลยต้องโทรไปเลื่อน เสียตังเพิ่มอีกคนละ3,000 บาท รวมค่าตั๋วเครื่องบินเป็นเงิน 28,000 บาท
พอตกลงวันกันได้ละ ว่าจะไปเที่ยวที่ไหนบ้าง ต่อมาก็จองที่พักค่ะ ตรงนี้ต้องวางแผนดีๆนะคะ หาข้อมูลว่าเมืองที่เราจะไปมีที่เที่ยวประมาณไหน ใช้เวลาเก็บกี่วัน อยากไปไหนบ้าง ถ้าเวลาจำกัดจริงๆ ไม่ต้องเที่ยวให้ครบทุกที่หรอกค่ะ ไปแค่ที่สำคัญๆ แล้วก็ใช้เวลาเดินเล่นเก็บบรรยากาศบ้างก็พอ
ที่พักเราหาอยู่2เวป คือ Agoda กับ Booking.com เทียบราคากัน ค่าที่พักไม่แพงเลยค่ะ หารกันก็ตกคืนนึงประมาณ1พันบาท (ตรงนี้เพื่อนๆสามารถควบคุมค่าใช้จ่ายได้ เราอยากได้ที่พักดีหน่อยก็เลยราคาประมาณนี้ แต่ที่สำคัญเลยในการเลือกที่พักคือ location บางที่เราจองไปโดยไม่ได้ดู กว่าจะหาที่พักเจอ เหนื่อยเลยค่ะ) เราเสียค่าที่พักไปประมาณ 19,000 บาทค่ะ แต่ว่าค่าที่พักตรงนี้ เราก็ประหยัดไปได้ส่วนนึง เนื่องจากเราก็มีนอนบ้านโฮสบ้าง และมีไปนอนบ้านญาติเพื่อนที่เยอรมันด้วยค่ะ
พอมีที่พักแล้วทีนี้ต่อมาก็มาคิดเรื่องการเดินทาง เพราะว่าเราไปเที่ยวหลายประเทศ เวลาเป็นเรื่องสำคัญ ต้องวางแผนดีๆค่ะ ควรจองรถไฟไปแต่เนิ่นๆเลยค่ะ ตรรกะง่ายๆ ยิ่งจองใกล้ๆวันเดินทางก็ยิ่งแพงค่ะ
1. การเดินทางระหว่างประเทศ
การเดินทางข้ามประเทศที่สะดวกก็มีการเดินทางโดยรถไฟ รถทัวร์ แล้วก็โดยสายการบิน low cost ค่ะ เราเลือกที่จะเดินทางโดยรถไฟทั้งหมด (การเดินทางแต่ละแบบก็มีข้อดี ข้อเสียต่างกันค่ะ ถ้านั่งเครื่องบินก็ประหยัดเวลา ราคาจริงๆก็ไม่ต่างกับรถไฟ หรืออาจจะถูกกว่าด้วยซ้ำ แต่เราชอบนั่งรถไฟมากกว่าค่ะ เลยเลือกที่จะนั่งรถไฟ)
สำหรับรถไฟระหว่างประเทศก็จะมีพวก TGV Eurostars Thalys อะไรพวกนี้
ถ้าเป็นการเดินทางระหว่างประเทศ Netherland-Belgium, Belgium-France ก็จะเป็นรถไฟความเร็วสูงของ Thalys ค่ะ ก็เข้าไปดูในเวปเลย บางทีก็มีโปรโมชั่นถูกๆ
2. การเดินทางภายในประเทศ
ถ้าหากว่าเดินทางข้ามเมืองก็จำเป็นจะต้องนั่งรถไฟ หรือรถทัวร์ แต่ถ้าเดินทางภายในเมืองก็จะเป็นรถบัส รถราง metro ก็แล้วแต่เมืองไปค่ะ
Website ที่เราใช้จองตั๋วรถไฟมีดังนี้นะคะ
1. sncb europe - สำหรับการเดินทางในเบลเยี่ยม และระหว่างประเทศ ได้แก่ เนเธอแลนด์-เบลเยี่ยม, ฝรั่งเศส-เบลเยี่ยม แล้วก็ เบลเยี่ยม-เยอรมัน ค่ะ
2. dh-bahn สำหรับการเดินทางในประเทศเยอรมัน แล้วก็จากเยอรมันไปประเทศใกล้เคียงนะคะ (สำหรับเยอรมัน เราอยู่นานที่สุดคือ 8วัน เดินทางค่อนข้างเยอะ และค่าตั๋วรถไฟในเยอรมันค่อนข้างแพงมาก ถ้าเป็นรถไฟความเร็วสูง เช่น ICE) เราเลยซื้อตั๋ว German Rail Pass ค่ะ ซื้อแบบ 6วัน เดินทางเท่าไหร่ก็ได้ภายใน6วัน ที่เราซื้อแบบ6วันเพราะบางเมืองเราก็อยู่2วันค่ะ ก็ไม่ต้องใช้ แล้วเราก็ซื้อ Extension คือ ส่วนต่อขยาย สำหรับนั่งจากเยอรมันไปเวนิซค่ะ ก็ถือว่าถูก เราหมดค่ารถไฟส่วนนี้ไป เป็นเงิน 13,478 บาท (จริงๆทุกคนสามารถซื้อได้ถูกกว่านี้ค่ะ ถ้าซื้อผ่านเวป แต่เราซื้อแบบกะทันหันมาก เลยต้องไปที่บริษัทแห่งหนึ่ง ให้เค้าออกตั๋วให้เลย เลยเสียค่าออกตั๋วไปหลักพันอยู่ค่ะ
3. trenitalia สำหรับการเดินทางในประเทศอิตาลี แล้วก็จากประเทศอิตาลีไปประเทศอื่นค่ะ
แนะนำให้จองเนิ่นๆไปเลยค่ะ เราไม่ได้วางแผนในส่วนนี้ เพราะยุ่งๆ เลยกะจะไปซื้อตั๋วที่นั่นเลย เลยโดนค่าตั๋วรถไฟในอิตาลีไปทั้งหมดประมาณ8พันบาทค่ะ เดินทางทั้งหมด 4ครั้งเอง
พอจองอะไรครบหมดแล้ว เอกสารพร้อมแล้ว ทีนี้ก็ไปขอวีซ่าค่ะ เราขอที่สถานฑูตเยอรมัน เพราะเป็นประเทศที่เราจะอยู่นานที่สุด เสียเงินไป 2,700 บาท เตรียมเงินไปให้พอดีนะคะ นางแปะไว้หน้ากระจกเลยค่ะว่าต้องพอดี รอวีซ่าประมาน5วันค่ะ
พอได้วีซ่าแล้วทีนี้ก็ไปเที่ยวกันเล้ยยย
แผนการเดินทางของเรามีดังนี้ค่ะ
เราออกเดินทางไปกับเพื่อนอีก3คน รวมเป็น4คนค่ะ (การเลือกเพื่อน หรือคนที่ไปด้วยนี่ก็สำคัญมาก เป็นปัจจัยแรกเลยว่าทริปนี้เราจะสนุกไหม) ถ้าพร้อมแล้วก็เริ่มไปเที่ยวกันเลยค่ะ
วันแรก
เริ่มออกเดินทางจากสนามบินสุวรรณภูมิตอนตี1กว่าของวันที่5มิถุนายน โดยสายการบิน Emirates โดยนั่งไปใช้เวลา6ชั่วโมงนิดๆ แล้วไปเปลี่ยนเครื่องที่ดูไบ แล้วนั่งต่ออีก6ชั่วโมงกว่า ไปลงที่ Amsterdam (เวลาที่บ้านเราจะเร็วกว่าที่ยุโรป เพราะฉะนั้นก็เหมือนกับเรานั่งย้อนเวลาไป ตอนเราไปถึง Amsterdam จึงเป็นเวลาบ่ายโมงกว่าของวันที่5อยู่ค่ะ
เราไม่เสียค่ารถอะไรนะคะ เดินไปเรื่อยๆ ค่อยๆเก็บบรรยากาศ สถานีรถไฟไม่ไกลจากตัวเมืองมาก
พอตกเย็นก็จับรถไฟขึ้นไปเบลเยี่ยมค่ะ บ้านโฮสเราอยู่ที่ Antwerp ใช้เวลานั่งรถไฟจากอัมสเตอร์ดัมประมาณ 1ชั่วโมงกว่าค่ะ พอไปถึงโฮสก็มารอรับค่ะ คืนนั้นก็นอนฟรี มีความสุขค่ะ
วันที่สอง
วันนี้โฮสพาไปเที่ยวที่Bruges ค่ะ แน่นอนว่าไปกับโฮสก็ไม่เสียเงินเลยค่ะ ฮ่าๆ เมืองนี้เป็นเมืองเก่าแก่มากๆค่ะ เปรียบเสมือนเวนิซของฝั่งยุโรปตะวันตก เงียบสงบ สวยมากๆ ผู้ชายเมืองนี้ก็หล่อมากๆด้วย อิอิ น่าไปเที่ยวค่ะ แต่ไม่อาจค่อยน่าอยู่สำหรับคนชอบแสงสี
วันที่สาม
ตื่นแต่เช้าเริ่มออกเดินทางไปเมือง Köln หรือที่รู้จักกันในชื่อ Cologne ของประเทศเยอรมนีค่ะ
เดินออกมาจากสถานีรถไฟก็จะเจอโบสถ์นี้เลยค่ะ สวยมากๆ (อ้อ..อย่าลืมหาล็อคเกอร์เก็บสัมภาระก่อนนะคะ จะได้สบายตัว)
เมืองนี้ที่เที่ยวไม่เยอะมากนะคะ วันเดียวก็หมด
พอเราเดินเที่ยวจนพอใจแล้วทีนี้ก็ไปเอาของ แล้วเดินทางโดยรถไฟต่อไปยังแถวๆ Hanover บ้านญาติเพื่อนอยู่เมือง Herford ค่ะ
นอนพักบ้านญาติเพื่อน 2คืน ประหยัดเงินไปอีก กินฟรี อยู่ฟรี เที่ยวฟรีค่ะ
วันที่สี่
ญาติเพื่อนพาไปเที่ยวที่ Detmold แล้วก็เมืองใกล้ๆค่ะ
วันที่ห้า
ออกเดินทางจากบ้านญาติเพื่อนไปเมือง Hamburg ค่ะ การเที่ยวแบบกึ่ง backpack ได้เริ่มขึ้นจริงๆแล้ว (ที่เรียกว่ากึ่ง backpack เพราะเราไม่ได้แบกกระเป๋าเที่ยวค่ะ แบกไม่ไหว ฮ่าๆ)
พอเราไปถึง Hamburg กันแล้ว อันดับแรกเลยคือ พวกเราจะแวะ Tourist information ที่สถานีรถไฟก่อนเลยค่ะ ตรงนี้สำคัญมาก เพราะเราจะถามทางไปโรงแรมจากเค้า และข้อมูลอื่นๆที่อยากรู้ บางที่ก็แจกแผนที่ฟรีค่ะ หลังจากนั้นเอากระเป๋าไปเก็บที่โรงแรม แล้วเช็คอินโรงแรมกันก่อนค่ะ เก็บกระเป๋าเสร็จแล้วก็ไปขอแผนที่ฟรีจาก reception อีกใบค่ะ แผนที่แต่ละอันบางทีความละเอียดไม่เหมือนกัน เอามาเผื่อๆไว้ค่ะ
เที่ยวยุโรปช่วงฤดูร้อน มีข้อดีตรงที่ฟ้ามืดช้ามากกก กว่าจะมืดก็สี่ทุ่มค่ะ เดินเที่ยวสบายเลย แต่ร้านค้าส่วนใหญ่2ทุ่มก็ปิดแล้วค่ะ วันอาทิตย์นี่เหมือนวันหยุด ถ้าไม่ใช่ในตัวเมืองนี่ร้างเลยค่ะ แล้วก็ข้อเสียคือ ไม่รู้เวล่ำเวลาเลยค่ะ กินดึกๆ แล้วก็นอน แล้วก็อ้วน ฮ่าๆ
การเดินทางส่วนใหญ่ในเยอรมันจะเป็น metro นะคะ ถ้าวันไหนเที่ยวเยอะ หลายที่ ซื้อเป็น day ticket ก็จะคุ้มกว่าค่ะ
เมืองท่าค่ะ
เดินเที่ยวจนเมื่อยสุดๆ แล้วก็กลับที่พักค่ะ
วันที่หก
ออกเดินทางต่อไป Berlin เมืองหลวงของเยอรมนีค่ะ เหมือนเดิมเลยค่ะ เอาของไปเก็บที่Hostel ก่อน แต่วันนี้เรากับเพื่อนเก็บกดมานานค่ะ ตั้งแต่มายุโรปยังไม่ได้ช้อปปิ้ง วันนี้จัดเลยค่ะ เข้าเมืองแล้วช้อปกระจาย เดินเที่ยว ถ่ายรูป แล้วก็นั่งดื่มเบียร์ชิวๆแล้วค่อยกลับที่พักค่ะ
เราพักที่โรงแรม one80° ค่ะ ถูกและใกล้ตัวเมือง มีบาร์ที่ค่อนข้างคึกคักด้วยค่ะ
วันที่เจ็ด
ยังอยู่ที่ Berlin ค่ะ เราวางแผนไว้แล้วว่าวันนี้จะเที่ยวให้ทั่ว เลยตื่นแต่เช้าออกไปซื้อ bike tour ค่ะ เสียเงินไปประมาณคนละพันนิดๆ ขี่จักรยานเที่ยวที่สำคัญๆในเบอลินค่ะ ก็จะมีไกด์คอยอธิบายนู่นนี่ กรุ้ปนึงก็ประมาน10กว่าคนค่ะ แต่ถ้าใครขี่จักรยานอ่อนแอไม่ค่อยแนะนำค่ะ อาจเกิดอันตรายได้
เดี๋ยวพรุ่งนี้พาไปเที่ยวต่อนะคะ วันนี้ขอนอนก่อนจ้า
ใครมีข้อมูลอะไรเพิ่มเติมก็มาแชร์กันได้นะคะ ถ้ามีข้อมูลอะไรผิดพลาดก็ต้องขอโทษด้วยนะคะ เราอาจจะจำรายละเอียดได้ไม่หมด เพราะตอนแรกไม่ได้ตั้งใจจะมารีวิวค่ะ แล้วก็เดี๋ยวจะสรุปค่าใช้จ่ายตอนท้ายให้อีกรอบนะคะ