ฉันมองไปที่ท้องฟ้าอันอึมครึมๆของลอนดอน เมฆดำ เคลื่อนตัวมาอย่างช้าๆ ในตอนบ่ายๆวันเสาร์
“นี่ฝนจะตกเหรอวันนี้ ? “ .... ฉันเอื้อนเอ่ยถามสามี ในขณะที่สามีแต่งตัว เตรียมออกไปข้างนอกด้วยกัน
“ไม่รู้สิ ฉันไม่ใช่นักอุตุนิยมวิทยา” ....สามีเอ่ยปากออกมา อย่างกวน (บาทา)
“เดี๋ยวฉันเชคพยากรณ์อากาศอีกซักรอบ” .....ฉันหยิบโทรศัพท์มือถือ ที่มี แอปพลิเคชั่น ของ BBC weather พยากรณ์อากาศทั่วโลก เพียงแค่พิมพ์ชื่อเมืองลงไป ฉันว่ามันน่าเชื่อถือได้ คือ ก็ไม่รู้สินะ ไม่เคยใช้แอปพลิเคชั่นตัวอื่น
“เค้าว่าฝนจะตกประมาณ ห้าโมงเย็นนะเธอ” ......ฉันเชคแล้วเอ่ยปากออกไป ทันใดนั้น เสียงหัวเราะของแม่และน้องสาวสามีแว่ววมาเบาๆ หึหึหึหึ
น้องสาว .......“ฉันว่า มันคงตกอีกไม่กี่นาทีนี่แหละ ดูเมฆดำๆนั่นสิ”
แม่สามีเป็นลูกคู่สนับสนุน .....“ใช่ๆ พวกเธอรีบไปเถอะ ถ้าพวกเธอไม่รีบออกไปตอนนี้ ฉันว่าคงไม่ได้ออก”
นี่คงเป็นการย้ำเตือนว่า พยากรณ์อากาศมันก็ไม่ได้ถูกต้องเสมอ ฉันได้แต่มองก้อนเมฆดำๆ ก้อนนั้น
แล้วเอ่ยปากขอยืมร่มแม่สามีโดยพลัน “แม่มีร่มรึเปล่า ฉันขอยืมร่ม ด้วยค่ะ”
มาลอนดอนคราวนี้ ไม่ได้ติดร่มมาด้วยซักคัน ก็เพราะมันเป็นหน้าร้อนของที่นี่ หลายวันก่อนอากาศก็แสนจะดี แต่เอาเถอะ ประเทศนี้ อากาศแปรปรวนเป็นปกติอยู่แล้ว ขนาดลูกชายอายุห้าขวบฉันยังว่า “แม่ครับ ประเทศนี้ทำไมพิลึกจัง บางวันก็แดดออก ซักพักฝนตกอีกแล้ว ฉันงงไปหมดแล้วเนี่ย “
ฉันได้แต่ตอบไป “เพราะประเทศนี้เป็นเกาะหนะจ้ะ อากาศก็จะแปรปรวนอย่างนี้แหละ” ........
“นี่เธอ ฉันพร้อมแล้ว ออกไปกันได้รึยัง ก่อนที่ฝนจะตก” สามีเอ่ยปากหลังจากที่แต่งตัวพร้อมออกจากบ้าน
“ไปสิ ฉันพร้อมนานนนนมากแล้วนะ” ฉันเอาร่มจากมือแม่สามีที่ยื่นให้แล้วกล่าวขอบคุณ ฉันหันไปถามลูกชายที่นั่งเล่นของเล่นอีกครั้งว่า
“ไม่ไปกับแม่ใช่มั้ย อยู่กับคุณย่าดีๆ และเป็นเด็กดีนะ” ลูกชายบอกไม่ไปหรอก และรับปากเป็นอย่างดีว่าจะเป็นเด็กดี ฉันผู้เป็นแม่รู้สึกเริงร่าอย่างบอกไม่ถูก เพราะ การเป็นแม่ที่เลี้ยงลูกเอง และมีลูกตามติดอยู่เสมอๆนั้น บางครั้งบางคราว ฉันก็ต้องการเวลาเป็นส่วนตัวกับสามีบ้าง ทุกครั้งที่ครอบครัวเข้ามาเยี่ยมแม่ที่ลอนดอน และแม่อาสาดูแลลูกชายให้ เวลาที่ฉันและสามีอยากออกไปไหนกันแค่สองคน ฉันรู้สึกเหมือนได้กลับไปออกเดทกับสามีอีกครั้ง

.......
“เราจะไปไหนกันดี” ฉันถามสามี
“ไม่รู้สิ ไปไหนก็ได้ ขอให้ออกจากบ้านก่อน เดี๋ยวก็คิดได้เอง! แล้วเธอหละอยากไปไหนเป็นพิเศษรึเปล่า ?“ สามีถาม
“ฉันตามใจเธอนะ เพราะวันนี้วันเกิดเธอ แต่ฉันอยากไป Soho ไปช๊อปปิ้ง ซื้อสาหร่ายเกาหลีไว้กินกับข้าวและเค้กให้ลูกชาย เธอว่าเธออยากกินเค้กวันเกิดพ่อเธอหนะ

“ ฉันตอบสามีไป
“ฮ่าๆๆๆๆ แน่ใจนะว่าลูกอยากกินเค้ก ฉันว่าเธอนั่นแหละที่อยากกินเค้กซะเอง ชอบอ้างลูกไปเรื่อยยยยย” สามีหัวเราะขำแถมประชดประชัน ส่วนฉันหนะเหรอ หึ ......เบื่อคนรู้ทัน!!!!

“นี่เธอ ฉันไม่เอาโทรศัพท์มือถือไปนะ ฉันอยาก switch off ไม่อยากติดต่อใคร และไม่อยากให้ใครติดต่อฉันได้ ฉันอยากปลดปล่อย ชื่นชมกับวิวสวยๆตรงหน้าและมีความสุขในวันเกิดของฉัน” สามีบอกฉันก่อนออกจากบ้าน
“ตามใจเธอสิ วันเกิดเธอ” ตอนที่ฉันตอบไปนั้น ไม่ได้คิดอะไร อยากตามใจสามี เพราะวันนี้คือวันสำคัญวันหนึ่งสำหรับเรา แต่หารู้ไม่ว่า ความยุ่งยากกำลังจะมาเยือน
เมื่อถึงสถานีรถ Tube (รถไฟใต้ดินที่ลอนดอน) ...ฉันไม่ลืมที่จะหยิบแผนที่รถ Tube ที่มีแจกฟรีๆติดมือมาด้วย เพราะเราไม่รู้ว่าจะไปไหนกัน กระโดดขึ้นรถไฟปุ๊บ สามีถามปั๊ป ไปไหนดี ......ฉันเสนอความคิด ไป Richmond ดีมั้ย ฉันอยากไป อยู่ประเทศนี้มา เกือบสิบปี บางพื้นที่ของลอนดอน ฉันไม่คุ้นเคยเอาซะเลย เพราะบ้านแม่สามีอยู่ลอนดอนทางฝั่งตะวันออก เวลาออกไปพักผ่อนก็มักจะออกไปแถวๆบ้าน เพราะขี้เกียจเดินทางไกล และนี่ก็เป็นเหตุผลหนึ่งที่สามีปฏิเสธที่จะไป Richmond .....ฉันเลยเสนอความคิดไปใหม่ Wimbledon เป็นไง ไปวัดไทยกันไหม วันเกิดเธอไปทำบุญกัน สามีได้แต่สั่นหัว เธอว่า “ฉันอยากไปสถานที่ใหม่ๆ ที่ฉันไม่เคยไป ไหนขอดูแผนที่หน่อย”
“ไปตลาดกันไหม Portobello, Liverpool market?” ฉันเสนอไป เพราะรู้ว่า ผู้ชายอังกฤษอย่างสามีคงไม่เคยเดินตลาดอย่างนี้
“ไป Camden market ดีกว่า ฉันไปแต่ผับแถวๆนั้นตอนกลางคืน ไม่เคยไปเดินตลาดซักที “ สามีว่าอย่างนั้น
“ไปสิ ฉันไม่ได้ไปนานแล้วเหมือนกัน ห้า หกปีแล้วเห็นจะได้ เมื่อก่อน ชอบไปเดินบ่อยๆ ไม่รู้ว่าเปลี่ยนไปขนาดไหนแล้ว” ฉันตอบตกลงอย่างทันใด เพราะฉันเป็นคนที่ชอบเดินตลาดอยู่แล้ว เมื่อก่อนตอนอยู่ที่เมืองไทย เสาร์อาทิตย์ ชอบเดินจตุจักรมาก โซนโปรดปรานที่สุดคงโซนหนังสือที่มีทั้งหนังสือเก่าและใหม่ให้เลือกสรร โซนนี้จะไปบ่อยที่สุด แต่ตลาดนัดจตุจักร ฉันก็เดินไปเกือบทุกที่ ยกเว้น โซนสัตว์ เพราะฉันไม่ชอบเลี้ยงและไม่ชอบที่จะเห็นมันอยู่ในกรง .......ตลาดนัดที่อังกฤษบางที่ บรรยากาศก็จะแปลก แตกต่างออกไปจากตลาดนัดที่เมืองไทย.... Camden market จะคล้ายๆจตุจักรที่สุดในบรรดาตลาดนัดอื่นๆในอังกฤษที่ฉันเคยไปสัมผัสมา เพราะ เสื้อผ้าที่ขาย บางเจ้าขนมาจากประตูบ้านเรานั่นเอง คนที่มาเที่ยวจากเมืองไทยอยากได้ของไปฝากคนที่เมืองไทยก็ต้องดูด้วย ที่รู้เพราะเคยคุยกับคนขาย และจริงๆก็มีแม่ค้าคนไทยขายของอยู่ตลาดที่นี่อยู่เช่นกัน ฉันไปคราวนี้ไม่เจอคนไทยเลย (ใครผ่านมากระทู้นี้ก็แวะมาทักทายได้ คราวหน้า ถ้ามีโอกาสผ่านไปอีกจะได้แวะไปอุดหนุน) ......
นี่เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของฉัน ส่วนคนอื่นนั้นฉันไม่รู้ ....ถ้ามีโอกาส มาลอนดอน ลองมาเยือน มาดูบรรยากาศกันดูนะ.... วันนี้ ฉันจะพาเที่ยวชมบรรยากาศคร่าวๆเท่านั้นจ้ะ
เมื่อถึงสถานี Camden Town ฝนก็ตกปรอยๆ ฉันกับสามีก็ลังเล ว่าจะออกไปนอกสถานีดีไหม แต่คนเยอะมาก จนเบียดๆให้ฉันออกจากสถานีไปเองจนได้ ฉันหยิบร่มในกระเป๋าที่แม่สามีให้มาแล้วกางออก บอกสามีให้ไปกันเถอะ เพราะคนเยอะเหลือเกิน ฉันทนยืนอยู่ตรงนั้นไม่ได้แล้ว
“ไปไหนกันดีหละ” สามีถาม
“ฉันก็ไม่รู้ เดินดูไปเรื่อยๆละกัน” ฉันตอบ จุดประสงค์ในการมาตลาดครั้งนี้ ฉันไม่ได้มาเพื่อซื้อของนะ ฉันมาเพื่อดื่มด่ำบรรยากาศ และเดินถ่ายรูปเล่นๆเท่านั้นเอง
ออกมาจากสถานีก็เจอตลาดสองข้างทางแบบนี้
เดินมาตามถนน มองไปตามตึกต่างๆ โอ้วววว ฉันว่ามันเก๋มาก ฉันยืนถ่ายรูปอยู่เป็นนาน จนได้รูปพวกนี้มา
ส่วนสามีนั้นเดินนำไปไกลแล้ว .....มองหา เฮ้ย อยู่ไหน หาไม่เจอ จะกดโทรศัพท์หา แต่นึกขึ้นได้ อ้าว สามี ไม่ได้เอาโทรศัพท์มา ซวยละ ..ฉันยืนอยู่ที่เดิม ช่าง (

) เหอะ ...ถ้าหาไม่เจอจริงๆ ก็กลับบ้านเองละกัน .....ฉันจะเดินชิวๆ ต่อไป....หึหึหึ ดีซะอีก ฉันกระหยิ่มยิ้มย่องในใจ

.....ดีใจได้ไม่นาน สามีเดินตามกลับมาหาจนเจอ แล้วแถมคำประชดประชัน มาอีกหนึ่ง “ แหมมม เธอนี่ช่างเป็นนักท่องเที่ยวจริงๆ นี่อยู่อังกฤษมานานเท่าไหร่แล้ว? ถ่ายรูปอยู่นั่น เกือบหาไม่เจอ”

“ถ้าหาไม่เจอฉันจริงๆ กลับบ้านเองไปเลยนะ เจอกันที่บ้าน แล้วนี่ก็ทำไม ไม่ยอมเอาโทรศัพท์มา แหม มันช่าง (น่าตบกระบาลซะจริง ) “

ปล สามีไม่ถือนะ เพราะเธอเป็นฝรั่ง ตบหัวกันเล่นบ่อยๆ แต่เบาๆขำๆเท่านั้น ถ้าเป็นสามีคนไทย ที่ถือเรื่องเล่นหัวหละก็ คงมีลูกถีบกลับมาเป็นการโตบโต้
เราเดินเข้าไปในตลาด Camden Market อีกชื่อ ก็คือ Camden Lock ข้างในจะมีของที่ระลึก และอาหารมากมาย ตลาดนี้จะอยู่อีกฝั่งถนนของสถานนีรถไฟ เดินไปเรื่อยๆ เราก็เจอ
[CR] ชวนเธอมาเดินเล่น ที่ตลาดแคมเด้น Camden, London ในวันที่ฝนโปรยปราย แล้วแถม มีบรรยากาศ Pride ที่ โซโหด้วยนิดนึง
“นี่ฝนจะตกเหรอวันนี้ ? “ .... ฉันเอื้อนเอ่ยถามสามี ในขณะที่สามีแต่งตัว เตรียมออกไปข้างนอกด้วยกัน
“ไม่รู้สิ ฉันไม่ใช่นักอุตุนิยมวิทยา” ....สามีเอ่ยปากออกมา อย่างกวน (บาทา)
“เดี๋ยวฉันเชคพยากรณ์อากาศอีกซักรอบ” .....ฉันหยิบโทรศัพท์มือถือ ที่มี แอปพลิเคชั่น ของ BBC weather พยากรณ์อากาศทั่วโลก เพียงแค่พิมพ์ชื่อเมืองลงไป ฉันว่ามันน่าเชื่อถือได้ คือ ก็ไม่รู้สินะ ไม่เคยใช้แอปพลิเคชั่นตัวอื่น
“เค้าว่าฝนจะตกประมาณ ห้าโมงเย็นนะเธอ” ......ฉันเชคแล้วเอ่ยปากออกไป ทันใดนั้น เสียงหัวเราะของแม่และน้องสาวสามีแว่ววมาเบาๆ หึหึหึหึ
น้องสาว .......“ฉันว่า มันคงตกอีกไม่กี่นาทีนี่แหละ ดูเมฆดำๆนั่นสิ”
แม่สามีเป็นลูกคู่สนับสนุน .....“ใช่ๆ พวกเธอรีบไปเถอะ ถ้าพวกเธอไม่รีบออกไปตอนนี้ ฉันว่าคงไม่ได้ออก”
นี่คงเป็นการย้ำเตือนว่า พยากรณ์อากาศมันก็ไม่ได้ถูกต้องเสมอ ฉันได้แต่มองก้อนเมฆดำๆ ก้อนนั้น
แล้วเอ่ยปากขอยืมร่มแม่สามีโดยพลัน “แม่มีร่มรึเปล่า ฉันขอยืมร่ม ด้วยค่ะ”
มาลอนดอนคราวนี้ ไม่ได้ติดร่มมาด้วยซักคัน ก็เพราะมันเป็นหน้าร้อนของที่นี่ หลายวันก่อนอากาศก็แสนจะดี แต่เอาเถอะ ประเทศนี้ อากาศแปรปรวนเป็นปกติอยู่แล้ว ขนาดลูกชายอายุห้าขวบฉันยังว่า “แม่ครับ ประเทศนี้ทำไมพิลึกจัง บางวันก็แดดออก ซักพักฝนตกอีกแล้ว ฉันงงไปหมดแล้วเนี่ย “
ฉันได้แต่ตอบไป “เพราะประเทศนี้เป็นเกาะหนะจ้ะ อากาศก็จะแปรปรวนอย่างนี้แหละ” ........
“นี่เธอ ฉันพร้อมแล้ว ออกไปกันได้รึยัง ก่อนที่ฝนจะตก” สามีเอ่ยปากหลังจากที่แต่งตัวพร้อมออกจากบ้าน
“ไปสิ ฉันพร้อมนานนนนมากแล้วนะ” ฉันเอาร่มจากมือแม่สามีที่ยื่นให้แล้วกล่าวขอบคุณ ฉันหันไปถามลูกชายที่นั่งเล่นของเล่นอีกครั้งว่า
“ไม่ไปกับแม่ใช่มั้ย อยู่กับคุณย่าดีๆ และเป็นเด็กดีนะ” ลูกชายบอกไม่ไปหรอก และรับปากเป็นอย่างดีว่าจะเป็นเด็กดี ฉันผู้เป็นแม่รู้สึกเริงร่าอย่างบอกไม่ถูก เพราะ การเป็นแม่ที่เลี้ยงลูกเอง และมีลูกตามติดอยู่เสมอๆนั้น บางครั้งบางคราว ฉันก็ต้องการเวลาเป็นส่วนตัวกับสามีบ้าง ทุกครั้งที่ครอบครัวเข้ามาเยี่ยมแม่ที่ลอนดอน และแม่อาสาดูแลลูกชายให้ เวลาที่ฉันและสามีอยากออกไปไหนกันแค่สองคน ฉันรู้สึกเหมือนได้กลับไปออกเดทกับสามีอีกครั้ง
“เราจะไปไหนกันดี” ฉันถามสามี
“ไม่รู้สิ ไปไหนก็ได้ ขอให้ออกจากบ้านก่อน เดี๋ยวก็คิดได้เอง! แล้วเธอหละอยากไปไหนเป็นพิเศษรึเปล่า ?“ สามีถาม
“ฉันตามใจเธอนะ เพราะวันนี้วันเกิดเธอ แต่ฉันอยากไป Soho ไปช๊อปปิ้ง ซื้อสาหร่ายเกาหลีไว้กินกับข้าวและเค้กให้ลูกชาย เธอว่าเธออยากกินเค้กวันเกิดพ่อเธอหนะ
“ฮ่าๆๆๆๆ แน่ใจนะว่าลูกอยากกินเค้ก ฉันว่าเธอนั่นแหละที่อยากกินเค้กซะเอง ชอบอ้างลูกไปเรื่อยยยยย” สามีหัวเราะขำแถมประชดประชัน ส่วนฉันหนะเหรอ หึ ......เบื่อคนรู้ทัน!!!!
“นี่เธอ ฉันไม่เอาโทรศัพท์มือถือไปนะ ฉันอยาก switch off ไม่อยากติดต่อใคร และไม่อยากให้ใครติดต่อฉันได้ ฉันอยากปลดปล่อย ชื่นชมกับวิวสวยๆตรงหน้าและมีความสุขในวันเกิดของฉัน” สามีบอกฉันก่อนออกจากบ้าน
“ตามใจเธอสิ วันเกิดเธอ” ตอนที่ฉันตอบไปนั้น ไม่ได้คิดอะไร อยากตามใจสามี เพราะวันนี้คือวันสำคัญวันหนึ่งสำหรับเรา แต่หารู้ไม่ว่า ความยุ่งยากกำลังจะมาเยือน
เมื่อถึงสถานีรถ Tube (รถไฟใต้ดินที่ลอนดอน) ...ฉันไม่ลืมที่จะหยิบแผนที่รถ Tube ที่มีแจกฟรีๆติดมือมาด้วย เพราะเราไม่รู้ว่าจะไปไหนกัน กระโดดขึ้นรถไฟปุ๊บ สามีถามปั๊ป ไปไหนดี ......ฉันเสนอความคิด ไป Richmond ดีมั้ย ฉันอยากไป อยู่ประเทศนี้มา เกือบสิบปี บางพื้นที่ของลอนดอน ฉันไม่คุ้นเคยเอาซะเลย เพราะบ้านแม่สามีอยู่ลอนดอนทางฝั่งตะวันออก เวลาออกไปพักผ่อนก็มักจะออกไปแถวๆบ้าน เพราะขี้เกียจเดินทางไกล และนี่ก็เป็นเหตุผลหนึ่งที่สามีปฏิเสธที่จะไป Richmond .....ฉันเลยเสนอความคิดไปใหม่ Wimbledon เป็นไง ไปวัดไทยกันไหม วันเกิดเธอไปทำบุญกัน สามีได้แต่สั่นหัว เธอว่า “ฉันอยากไปสถานที่ใหม่ๆ ที่ฉันไม่เคยไป ไหนขอดูแผนที่หน่อย”
“ไปตลาดกันไหม Portobello, Liverpool market?” ฉันเสนอไป เพราะรู้ว่า ผู้ชายอังกฤษอย่างสามีคงไม่เคยเดินตลาดอย่างนี้
“ไป Camden market ดีกว่า ฉันไปแต่ผับแถวๆนั้นตอนกลางคืน ไม่เคยไปเดินตลาดซักที “ สามีว่าอย่างนั้น
“ไปสิ ฉันไม่ได้ไปนานแล้วเหมือนกัน ห้า หกปีแล้วเห็นจะได้ เมื่อก่อน ชอบไปเดินบ่อยๆ ไม่รู้ว่าเปลี่ยนไปขนาดไหนแล้ว” ฉันตอบตกลงอย่างทันใด เพราะฉันเป็นคนที่ชอบเดินตลาดอยู่แล้ว เมื่อก่อนตอนอยู่ที่เมืองไทย เสาร์อาทิตย์ ชอบเดินจตุจักรมาก โซนโปรดปรานที่สุดคงโซนหนังสือที่มีทั้งหนังสือเก่าและใหม่ให้เลือกสรร โซนนี้จะไปบ่อยที่สุด แต่ตลาดนัดจตุจักร ฉันก็เดินไปเกือบทุกที่ ยกเว้น โซนสัตว์ เพราะฉันไม่ชอบเลี้ยงและไม่ชอบที่จะเห็นมันอยู่ในกรง .......ตลาดนัดที่อังกฤษบางที่ บรรยากาศก็จะแปลก แตกต่างออกไปจากตลาดนัดที่เมืองไทย.... Camden market จะคล้ายๆจตุจักรที่สุดในบรรดาตลาดนัดอื่นๆในอังกฤษที่ฉันเคยไปสัมผัสมา เพราะ เสื้อผ้าที่ขาย บางเจ้าขนมาจากประตูบ้านเรานั่นเอง คนที่มาเที่ยวจากเมืองไทยอยากได้ของไปฝากคนที่เมืองไทยก็ต้องดูด้วย ที่รู้เพราะเคยคุยกับคนขาย และจริงๆก็มีแม่ค้าคนไทยขายของอยู่ตลาดที่นี่อยู่เช่นกัน ฉันไปคราวนี้ไม่เจอคนไทยเลย (ใครผ่านมากระทู้นี้ก็แวะมาทักทายได้ คราวหน้า ถ้ามีโอกาสผ่านไปอีกจะได้แวะไปอุดหนุน) ......
นี่เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของฉัน ส่วนคนอื่นนั้นฉันไม่รู้ ....ถ้ามีโอกาส มาลอนดอน ลองมาเยือน มาดูบรรยากาศกันดูนะ.... วันนี้ ฉันจะพาเที่ยวชมบรรยากาศคร่าวๆเท่านั้นจ้ะ
เมื่อถึงสถานี Camden Town ฝนก็ตกปรอยๆ ฉันกับสามีก็ลังเล ว่าจะออกไปนอกสถานีดีไหม แต่คนเยอะมาก จนเบียดๆให้ฉันออกจากสถานีไปเองจนได้ ฉันหยิบร่มในกระเป๋าที่แม่สามีให้มาแล้วกางออก บอกสามีให้ไปกันเถอะ เพราะคนเยอะเหลือเกิน ฉันทนยืนอยู่ตรงนั้นไม่ได้แล้ว
“ไปไหนกันดีหละ” สามีถาม
“ฉันก็ไม่รู้ เดินดูไปเรื่อยๆละกัน” ฉันตอบ จุดประสงค์ในการมาตลาดครั้งนี้ ฉันไม่ได้มาเพื่อซื้อของนะ ฉันมาเพื่อดื่มด่ำบรรยากาศ และเดินถ่ายรูปเล่นๆเท่านั้นเอง
ออกมาจากสถานีก็เจอตลาดสองข้างทางแบบนี้
เดินมาตามถนน มองไปตามตึกต่างๆ โอ้วววว ฉันว่ามันเก๋มาก ฉันยืนถ่ายรูปอยู่เป็นนาน จนได้รูปพวกนี้มา
ส่วนสามีนั้นเดินนำไปไกลแล้ว .....มองหา เฮ้ย อยู่ไหน หาไม่เจอ จะกดโทรศัพท์หา แต่นึกขึ้นได้ อ้าว สามี ไม่ได้เอาโทรศัพท์มา ซวยละ ..ฉันยืนอยู่ที่เดิม ช่าง (
“ถ้าหาไม่เจอฉันจริงๆ กลับบ้านเองไปเลยนะ เจอกันที่บ้าน แล้วนี่ก็ทำไม ไม่ยอมเอาโทรศัพท์มา แหม มันช่าง (น่าตบกระบาลซะจริง ) “
ปล สามีไม่ถือนะ เพราะเธอเป็นฝรั่ง ตบหัวกันเล่นบ่อยๆ แต่เบาๆขำๆเท่านั้น ถ้าเป็นสามีคนไทย ที่ถือเรื่องเล่นหัวหละก็ คงมีลูกถีบกลับมาเป็นการโตบโต้
เราเดินเข้าไปในตลาด Camden Market อีกชื่อ ก็คือ Camden Lock ข้างในจะมีของที่ระลึก และอาหารมากมาย ตลาดนี้จะอยู่อีกฝั่งถนนของสถานนีรถไฟ เดินไปเรื่อยๆ เราก็เจอ