"ชั้นรู้ว่าแกไม่โอเค" แค่คำพูดนี้เท่านั้นแหละ ทั้งที่ทำเป็นเข้มแข็งแทบตาย น้ำตาแตกเลย

กระทู้สนทนา
ที่จริงเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นมาหลายปีแล้ว แต่วันนี้นึกถึงขึ้นมา อยากแชร์

เราเป็นผู้หญิงคนนึงที่คนอื่นจะมองว่าเป็นสาวเก่ง สาวแกร่ง นางเข้มแข็ง นางทนได้ นางอึดถึกและบึกบึน! อาจเพราะเราเองไม่ใช่สาวหวานที่ดูน่ารัก น่าทะนุถนอม ที่จริงก็ทั้งเซี้ยว ทั้งดื้อพอสมควร ทุกคน แม้แต่ครอบครัวหรือเพื่อนๆ ก็จะมองว่าเราสามารถจัดการตัวเองได้ ไม่จำเป็นต้องมาดูแลอะไรเรา แม้แต่ตอนที่มีปัญหาเข้ามา เขาก็จะคิดว่าเราแก้ปัญหาเองได้อยู่แล้ว เลยไม่ค่อยมีใครคิดจะหยิบยื่นความช่วยเหลือ
เราเองก็เป็นพวกปากหนักซะอีก ถ้ามันไม่ถึงที่สุดจริงๆ ก็ไม่อยากขอร้องใคร และที่ผ่านมาจนอายุยี่สิบตอนปลายนี้ ก็ยังไม่เคยถึงที่สุดจริงๆสักที เลยเป็นคนที่พึ่งพาตัวเองมาตลอด มีปัญหาก็มักเก็บไว้กับตัว

ด้วยนิสัยแบบนี้ละมั้ง ที่ทำให้เราไม่รู้ว่าตัวเองต้องการไหล่ให้ซบ แทนที่จะเป็นไหล่ให้คนอื่นเขาซบบ้าง

เข้าเรื่อง

หลายปีก่อน (อย่าถามว่ากี่ปี) ตอนที่เราจบจากรั้วมหาลัยมาหมาดๆ เราเข้าทำงานที่บริษัทแห่งหนึ่งซึ่งมีชื่อเสียงพอสมควร เข้าไปเป็นเด็กจบใหม่คนเดียว และเด็กที่สุดด้วย ตอนนั้นจบสามปีครึ่ง เพิ่งยี่สิบเอง ยังโลกสดใสอยู่ ด้วยความที่เราเชื่อว่าตัวเองเก่ง เลยคิดว่าเราอยู่ที่นี่ได้ ทำงานที่นี่ได้ เดี๋ยวก็สนิทกับรุ่นพี่คนอื่นๆเอง ปรากฏว่า โดนหมั่นไส้จากพี่ในแผนกด้วยเหตุผลตลกๆว่า เรียบร้อยเกินไป = ="  

ทุกคนคงนึกภาพออก culture แต่ละแผนก แต่ละที่จะไม่เหมือนกัน ที่ทำงานแห่งแรกของเราน้านนนน เต็มไปด้วยเด็กนอก ไม่ก็หัวนอก ที่บอกตามตรงว่า ไม่ได้เก่งสักเท่าไหร่ นิสัยส่วนใหญ่จะเป็นคนแรงๆ เปรี้ยวๆ คุยเรื่องเซ็กซ์กันเป็นปกติ สูบบุหรี่กินเหล้าเข้าผับนี่ธรรมดา ขณะที่เราในตอนนั้น innocent มากเค่อะ ตามประสาเด็กเนิร์ดอ่ะนะ (แต่ตอนนี้ ประสบการณ์ชีวิตสูงละ เหอๆๆ) แต่งตัวก็เรียบร้อย ขณะที่คนอื่นเขาจะเปรี้ยวๆ หวือหวากัน เลยโดนหมั่นไส้ ตอนแรกเราไม่รู้ตัวด้วยว่าโดนแกล้ง มารู้ตัวก็โดนไปเป็นเดือนละ แถมพอไปคุยกะเพื่อนอีกแผนกที่เข้ามาพร้อมกัน มันยังทำท่าตกใจ "อ้าว แกเพิ่งรู้เหรอ" นี่ไม่เคยมีใครคิดจะบอกชั้นใช่มั้ย ปล่อยให้โง่อยู่ตั้งนาน >_>

สรุปคือ คนเกือบทั้งบริษัทรู้ว่า แผนกเรามีแต่คนแรงๆ เลยเดาได้ไม่ยากว่า อย่างเราเข้าไปคงจะอยู่ได้ไม่นานแน่ เพราะคงสู้รบกะพวกมากฝีมือไม่ไหว
แต่มีหรือที่เด็กหัวดื้ออย่างเราจะยอมแพ้ง่ายๆ หนอย ที่ชั้นยอมแรกๆเพราะเห็นว่าตัวเองเป็นเด็กใหม่หรอกย่ะ ชั้นทำงานเก่งกว่าพวกหล่อนอีก ลูกค้าก็ชอบงานชั้น เจ้านายก็ปลื้มชั้น ถ้าไม่ชอบหน้ากัน ก็ไม่ต้องเกรงใจกันละ

(อีกอย่างหนึ่ง คือ เราเข้าบริษัทนี้ทั้งที่ทางบ้านอยากให้ทำราชการ เลยไม่อยากรีบออก ไม่อยากถูกตราหน้าว่า เหยาะแหยะ ไม่มีความอดทน คิดแต่ว่าต้องอยู่ให้ได้ ต้องสู้เขาให้ได้ เราทำได้)

จากนั้น ความมันส์ก็บังเกิด เราเผยธาตุแท้ของตัวเองว่า เห็นหนูเรียบร้อย แต่หนูต่อยไม่ยั้งนะคะ แกล้งมา เราก็แกล้งกลับเหมือนกัน แถมเนียนกว่าด้วย เพราะคนยังติดภาพว่าเราเรียบร้อยและไม่สู้คนอยู่ ถึงไม่มีเพื่อนในแผนก เราก็คุยกับคนอื่นได้ เราสู้เรื่องจำนวนคนไม่ได้ แต่เราก็ทำงานดีกว่าละกัน ใครจะกล้าไล่ชั้นออก ชิส์
เราอดทนทำไปเกือบครึ่งปี ถามว่าทำต่อได้ไหม บอกเลยว่าได้ เพราะมันก็ไม่ได้แย่ขนาดนั้น ไม่ใช่โรงเรียนที่เจอหน้ากันตลอด ตอนทำงานก็อยู่กับตัวเอง ไม่ก็คุยกับลูกค้าบ้าง คุยโปรเจ็คบ้าง แต่ถามว่ามีความสุขไหม ไม่เลย

เราเครียดมาก เครียดทุกวัน ร้องไห้เกือบทุกคืน อยากลาออก แต่ก็ไม่กล้าออก เหมือนมีศักดิ์ศรีบ้าๆอะไรค้ำคออยู่ บ่นให้เพื่อนๆฟัง มันก็ขำๆกัน แต่ไม่ได้คิดช่วยอะไร และที่เราเกลียดมากคือ คนชอบพูดว่า "เรารู้ว่าแกเก่ง แกอยู่ได้อยู่แล้ว" พอเรายืนหยัดสู้พวกพี่ๆได้ ก็จะมีคนพูดว่า "เห็นไหม บอกแล้วว่าแกเก่ง แกทำได้"
คือ บางทีเราไม่ได้ต้องการคำชมนะ เราอยากได้คนที่เข้าใจเรา คนที่มองหน้าเราแล้วบอกได้ว่าตอนนี้เราไม่โอเค เราเครียด คนที่จะกอดเราแล้วบอกว่า ไม่เป็นไรนะ จะล้มบ้างก็ได้ ไม่ต้องเอาชนะไปหมดทุกอย่างก็ได้ แต่ยิ่งคนคิดว่าเราทำได้ เราอยู่ได้ เรายิ่งรู้สึกว่าถ้าเราทำไม่ได้ เราจะทำให้เขาผิดหวังกัน ฟังดูบ้าเนอะ

จนมีวันนึง เราเจอเรื่องที่ค่อนข้างหนักพอควร วันนั้นต้องเดินไปสงบสติอารมณ์ตัวเองในห้องประชุม ปิดไฟด้วยกลัวคนอื่นมาเห็น ใจอยากจะลาออกมันเดี๋ยวนั้น แล้วลากกระเป๋ากลับบ้านไปเลย แต่ก็รู้ว่าทำไม่ได้ จะโทรหาใครก็นึกไม่ออกว่าจะมีใครที่เข้าใจเรา ดูชื่อในมือถือก็เห็นแต่คนที่จะทำให้เรารู้สึกแย่ไปกว่าตอนนี้ แล้วอยู่ๆ เพื่อนคนนึงก็โทรมาหา

เพื่อนคนนี้เป็นคนที่ตามตัวยากมากกกก ประหนึ่ง rare item นัดกันทีไรไม่เคยจะเจอ โทรไปก็ไม่ค่อยรับ นานๆจะได้คุยสักครั้ง อยู่ๆวันนั้นโทรมาหาเองเลย เราก็คุยไปปกติ สักพักเพื่อนก็เงียบแล้วถามว่า

"แกเป็นอะไร อยากเล่าอะไรมั้ย"

ก้อนสะอื้นมันมาจุกอยู่ตรงคอเลย ทำไมพ่อแม่เรายังดูไม่ออก ทำไมเพื่อนที่ได้เจอได้คุยกันบ่อยๆยังไม่รับรู้ ว่าเรากำลังทุกข์อยู่ แต่กับคนที่ปีนึงแทบจะได้คุยกันครั้งนึง เขากลับรับรู้ได้ว่าเราไม่ปกติ เราพูดไม่ออกเลย น้ำตาจะไหล เพื่อนคนนี้เลยบอกว่า เลิกงานแล้วจะมาหานะ

เข้าใจคำว่าเพื่อนแท้ยามยากก็วันนี้แหละ

เพื่อนเราคนนี้ เป็นนักศึกษาแพทย์ค่ะ นี่แหละเหตุผลที่ตามหาตัวยากเย็น แต่วันนั้นมันบอกโดดเรียนมา คิดถึง อยากเจอ แต่เราก็รู้ว่ามันเป็นห่วงเรา ตอนเจอหน้าเราก็ทำเป็นร่าเริงเหมือนปกตินะ มันถามเราว่า "แกโอเคมั้ย" เราก็บอกโอเค เราไม่เป็นไร
มันมองหน้าเรานิดนึงแล้วจับไหล่เรา บอกว่า "ชั้นรู้ว่าแกไม่โอเค"

เท่านั้นแหละ เราร้องไห้ออกมาเลย ร้องในที่นี้ ไม่ใช่น้ำตาไหลสวยๆเหมือนนางเอกนะคะ คือร้องแบบสะอึกสะอื้น ฟูมฟาย น้ำมูกไหล จมูกแดง คือร้องแบบโลกจะแตกอ่ะ

อายมากๆๆๆๆ เราไม่ใช่คนที่ร้องไห้ง่ายๆ รู้สึกโคตรเสียฟอร์มเลยตอนนั้น แถมยังเป็นที่สาธารณะ ไม่ใช่ที่บ้านที่จะแหกปากได้เต็มที่ แต่ ณ วินาทีนั้น มันกลั้นไม่อยู่แล้วจริงๆ แบบ แค่นี้แหละที่เราอยากได้ แค่คนที่เข้าใจเรา แคร์เรา คนที่เราไม่จำเป็นต้องทำตัวเข้มแข็ง เขาก็ยังรักเราในแบบที่เป็น

วันนั้น น้ำตาที่เก็บมาหกเดือน ไหลออกมาหมด เหมือนตื่นมาใหม่อีกครั้ง เพิ่งรู้ตัวว่าตัวเองทุกข์ขนาดไหน เริ่มคิดได้ว่าทำไมเราต้องทน เราทำไปเพื่ออะไร เราทำร้ายตัวเองหรือเราอดทนเพื่ออนาคต สุดท้ายเลยตัดสินใจลาออกจากที่นั่น แล้วไปทำงานที่ใหม่ ที่ดีกว่าเดิมเยอะมากกกกกก
แน่นอนว่าเราก็โดนด่าตามระเบียบ แต่ตอนนั้น ปล่อยทุกอย่างไปละ มีคนคนเดียวที่รักและเข้าใจชั้นก็พอ คนอื่นอยากพูดอะไรพูดไปเหอะ ช่างมัน
แก้ไขข้อความเมื่อ
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่