จากกระทู้ที่มีการถามถึงดาราไอดอลที่เป็นเกย์ อ่านแล้วรู้สึกว่าคนส่วนใหญ่ยังไม่ค่อยเข้าใจคำว่ารสนิยมทางเพศเท่าไร จริงมั้ย

กระทู้คำถาม
สืบเนื่องจากกระทู้หนึ่ง คือ
ดารา นักร้องเกาหลี ที่มีข่าวลือกันว่าเป็นเกย์ คิดว่ามีใครกันบ้าง
[url=http://pantip.com/topic/32264112]http://pantip.com/topic/32264112[/url]

ที่มีการถามถึงนักร้อง นักแสดงเกาหลีที่เข้าข่ายเป็นเกย์

เราเข้าไปอ่านแล้ว เห็นมีการแสดงความเห็นที่หลากหลาย
แต่สิ่งที่รู้สึกอย่างหนึ่ง คือ คนส่วนใหญ่ ยังไม่ค่อยเข้าใจ
ในคำว่า รสนิยมทางเพศ จริงๆ โดยเฉพาะคนที่มีรสนิยม
ทางเพศแบบตรงไปตรงมา จะไม่ค่อยเข้าใจในเรื่องของ
รสนิยมทางเพศ ของคนที่ไม่ใช่พวกรักต่างเพศมากนัก ใช่มั้ยคะ

เราไม่พูดถึงความเห็นที่บอกว่า คนนั้นคนนี้เป็นแน่ๆ

แต่อยากพูดถึงความเห็นแบบที่ค้านหัวชนฝา
แบบคนนั้นคนนี้ ไม่เป็นแน่ๆ 100% ซะมากกว่า

คืออยากจะให้ เผื่อใจ ไว้บ้าง อย่าเชื่อมั่นอะไรขนาดนั้น
เพราะว่าเรื่องของรสนิยมทางเพศเป็นอะไรที่ซับซ้อนมากกกกก

ต่อให้คุณมีโอกาสซ่อนอยู่ใต้เตียง หรือ แอบติดกล้อง
ส่องดูกิจกรรมบนเตียงของใครบางคน แล้วเห็นว่ามันดู 'ปกติ'

ก็ไม่ได้หมายความว่า คนๆ นั้น มี 'Sexual orientation'
หรือ รสนิยมทางเพศ ที่ 'Straight' หรือ ตรงไปตรงมาหรอกนะคะ

อันนี้พูดอย่างเป็นวิชาการจากประสบการณ์ชีวิตของตัวเองเลย

อ้างถึง ความเห็นในกระทู้ที่ยกมา เราคิดว่า หลายๆ คน
ซึ่งเข้าใจว่าส่วนใหญ่น่าจะเป็นคนที่มีรสนิยมทางเพศตรงไปตรงมา
จะ ยังสับสน และไม่เข้าใจในความหมายของคำว่า รสนิยมทางเพศ
รวมถึง เอกลักษณ์ทางเพศ โดยใช้มันปนกัน อยู่พอสมควร

ก่อนอื่นขออธิบายคำศัพท์สำคัญที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ให้ฟังซัก 3-4 คำ นะคะ

คำแรกคือ Biological sex หรือ สรีระเพศ หรือว่าง่ายๆ คือ
เพศที่พ่อแม่ให้มานั่นแหละค่ะ คือเป็นคำอธิบายเพศที่มองเห็นได้
ตรงกับลักษณะเพศ ที่เรียนกันมาว่า ถ้ามีโครโมโซมคู่ที่  23
เป็น XY คือ ผู้ชาย และ XX คือ ผู้หญิง ซึ่ง สรีระเพศ หรือ
biological sex นี้ เป็น เพศ ที่เราใช้กรอกลงในเอกสารราชการ
เช่น บัตรประชาชน หรือ พาสปอร์ต นั่นเอง

ในประเทศไทย มีเพศ แค่ 2 เพศ คือ ผู้ชายและผู้หญิง หรือ
male กับ female ซึ่งใช้ตัวย่ออย่างเป็นทางการ คือ M และ F

แต่ในบางประเทศ เช่น ออสเตรเลีย หรือ เยอรมัน จะมีเพศที่ 3
ที่ใช้ตัวอักษรย่อ คือ X (แทน M หรือ F) เป็นเพศที่เรียกว่า intersex
คือไม่ใช่ผู้ชาย และ ไม่ใช่ผู้หญิง ตั้งแต่เกิด เน้นว่า ตั้งแต่เกิด

มีหลายกรณี ที่จะระบุเพศของเด็กทารกว่าเป็น X
เช่น เมื่อทารกคนนั้นเกิดมา บุคลากรทางการแพทย์
ไม่สามารถตัดสินได้ว่า ทารกนั้นเป็นเพศชายหรือเพศหญิง
พูดง่ายๆ คือ อวัยวะเพศกำกวม หรือ เด็กทารกคนนั้น
มีโครโมโซม คู่ที่ 23 ไม่ใช่ทั้ง XY และ XX อาจจะขาด
หรือเกินก็ได้ เป็นต้น (ซึ่งจริงๆ มีอีกหลายกรณี
แต่ใครอยากรู้ก็ลองไปหาเพิ่มเองละกันนะ)

ยกตัวอย่าง คือ
จขกท. มี Biological sex เป็น ผู้หญิง หรือ Female
และ ยูอาอิน มี Biological sex เป็น ผู้ชาย หรือ Male

คำที่สองคือ Gender identity หรือ อัตตลักษณ์ทางเพศ
ซึ่งจะใช้อธิบายตัวเราเอง ว่าตัวเรา 'รู้สึก' หรือ 'อยาก' เป็นเพศใด
เน้นว่า ตัวเรา เท่านั้น ไม่เกี่ยวกับความรัก ความใคร่ หรือ คนอื่น

โดยปกติแล้ว เด็กจะเริ่มแสดง Gender identity เมื่อเริ่มรู้ความ
คือประมาณ 3 ขวบ ถึง 6 ขวบ ซึ่งเป็นกระบวนการที่ผันกลับไม่ได้
หรืออาจจะได้ แต่ยากมากๆ หมายความว่า เมื่อพ้น 6 ขวบไปแล้ว

ถ้าเรารู้สึกอยากเป็นเพศใดแล้ว เราก็จะรู้สึกว่าตัวเองเป็นเพศนั้น
หรืออยากเป็นเพศนั้น ไปตลอดชีวิต ยากมากที่จะมีการเปลี่ยนกลับไปกลับมา

เชื่อกันว่า การเลี้ยงดูในวัยเด็ก คือ ช่วงอายุก่อน 6 ขวบ
มีอิทธิพลต่อ Gender identity พอสมควร เช่น
เด็กผู้ชายที่โตมากับแม่ที่เกลียดพ่อ หรือแม่ที่เลี้ยงลูกมา
แบบรังเกียจผู้ชายมากๆ 'อาจจะ' ส่งผลให้เด็กผู้ชายคนนั้น
เกลียดความเป็นผู้ชายของตัวเอง และรู้สึกอยากเป็น
ผู้หญิงเหมือนแม่ก็ได้

โดยส่วนใหญ่ หรือที่เราเรียกว่า คน 'ปกติ' นั้น
Gender identity จะพัฒนาตรงกับ Biological sex

คือ เด็กผู้ชาย เกิดมามี genotype เป็น XY จะ "รู้สึก" "อยาก" เป็นผู้ชาย
และ เด็กผู้หญิง เกิดมามี genotype เป็น XX จะ "รู้สึก" "อยาก" เป็นผู้หญิง
เน้นว่า เป็น ความรู้สึก อยาก ของตัวเรา เท่านั้น

และมันก็จะมีอีกคำหนึ่งที่ควรรู้ ที่ตีคู่กันมา คือ
Gender identity disorder หรือ ภาวะที่มีความไม่พอใจ
ในเพศตัวเอง อันนี้ก็ชัดเจนตามชื่อ คือ

เกิดมาเป็น ผู้ชาย มี genotype เป็น XY แต่กลับ "รู้สึก"
"อยาก" จะเป็นผู้หญิง หรือ คิดว่าตัวเองเป็นผู้หญิง

หรือ เกิดมาเป็น ผู้หญิง มี genotype เป็น XX แต่กลับ "รู้สึก"
"อยาก" จะเป็นผู้ชาย หรือ คิดว่าตัวเองเป็นผู้ชาย

ทำให้เกิดเพศที่เรียกว่า transgender
หรือ transexual หรือ 'คนข้ามเพศ' นั่นคือ

คนที่ Gender identity ไม่สัมพันธ์กับ Biological sex
หรือ คนที่ อัตตลักษณ์ทางเพศ ไม่สัมพันธ์กับ สรีระเพศ
หรือ คนที่สภาวะเพศ ไม่ตรงกับ สรีระเพศ

อาจจะเป็นได้ตั้งแต่ เป็นผู้ชายที่อยากแต่งตัวอย่างผู้หญิง
ชอบกรีดกราย ตุ้งติ้ง แต่งหน้า ทาปากเหมือนผู้หญิง แต่
ไม่ได้รังเกียจอวัยวะแสดงเพศของตัวเอง (ประมาณกระเทยมีดุ้น)
ไปจนถึงรังเกียจอวัยวะแสดงเพศของตัวเอง อยากมีหน้าอก
จนต้องไปทำหน้าอก หรือแปลงเพศ แล้วแต่ดีกรีของความ disorder

หรือในทางกลับกัน (รึทางเดียวกัน) คือเป็นผู้หญิง
แต่ไม่ชอบอวัยวะแสดงเพศของตัวเอง ไม่อยากมีหน้าอก
อยากเสียงห้าว อยากบึกบึนอย่างผู้ชาย เป็นต้น

Gender identity เป็นอะไรที่พอจะสังเกตได้ ด้วยตาเปล่า
คือ หลุดกิริยาให้เห็นได้ (หากเผลอตัว)

ยกตัวอย่าง คือ
จขกท. คือมี Gender identity เป็นผู้หญิง
และ น้องปอย ตรีชฎา มี Gender identity เป็นผู้หญิง ค่ะ

และคำสุดท้าย คือ Sexual orientation หรือ รสนิยมทางเพศ

เป็นเรื่องของอารมณ์ ความรัก ความใคร่ ความสนใจ ต่อคนอื่น
เน้นว่า เป็นอารมณ์ที่มีต่อคนอื่น แล้วดูว่า 'คนอื่น' ที่เรามี 'อารมณ์' ด้วยนั้น
มี Biological sex หรือ เพศที่พ่อแม่ให้มา เป็นอะไร ต่างกัน หรือ ตรงกันกับเรา

Sexual orientation หรือ รสนิยมทางเพศ แบ่งกว้างๆ ได้ 4 ประเภท คือ

- Heterosexuality คือ มี 'อารมณ์' ต่อ เพศตรงข้าม
หรือเรียกอีกอย่างว่า มีรสนิยมทางเพศแบบตรงไปตรงมา หรือ 'Straight'
- Homosexuality คือ มี 'อารมณ์' ต่อ เพศเดียวกัน แบ่งกว้างๆ เป็น เกย์ กับ เลสเบี้ยน
- Bisexuality คือ มี 'อารมณ์' ต่อ ทั้งสองเพศ
- Asexuality คือ ไม่มี 'อารมณ์' ต่อทั้งสองเพศ หรือ ไม่มีความสนใจในกามารมณ์

ซึ่งรสนิยมทางเพศ หรือ Sexual orientation นั้น
มีความซับซ้อน คาบเกี่ยวระหว่างกลุ่ม และลื่นไหลมากกก
กระทู้นี้ไม่ขอจัดจำแนกในรายละเอียดนะคะ เดี๋ยวจะยาวเกินไป

และอาจจะสังเกตเห็นได้ หรือ ไม่มีทางสังเกตได้ ก็ได้

กรณีที่สังเกตเห็นได้ มักจะเป็นกรณีที่สังเกตคู่กับ
Gender identity disorder ซึ่งเป็นอะไรที่ 'หลุด' ได้ง่าย

แต่ๆๆๆ จริงๆ แล้ว คนที่มี Sexual orientation เป็น
โฮโมเซกชวล (เกย์และเลสเบี้ยน) และ ไบเซกชวล
ที่มี Gender identity ตรงกับเพศที่พ่อแม่ให้มานั้น

เป็นอะไรที่ไม่สามารถสังเกตเห็นได้ด้วยตาเปล่าเลย
เพราะเมื่อก้าวเท้าลงจากเตียง นอกเวลาทำการบ้าน
เค้าเหล่านั้น ก็คือ ผู้ชาย ผู้หญิง ธรรมดาๆ นั่นเอง

และ Sexual orientation เป็นอะไรที่ซ่อนได้ ปิดได้
ถ้าอยากจะซ่อน อยากจะปิด เหมือนกับกลอนที่ว่า

'อดข้าวดอกนะเจ้า ชีวาวาย ไม่ตายดอก เพราะอดเสน่หา'

มันก็ไม่ต่างจากกลุ่มที่รักและสนใจในเพศตรงข้ามปกติ
ที่เค้าบอกว่า เวลามี 'อารมณ์' ให้ไปเตะบอล นั่นคือ
'อารมณ์' นั้น มันควบคุมได้ ถ้าอยากจะควบคุมมันจริงๆ

ยกตัวอย่าง จขกท. เองค่ะ
ถ้าเป็นคนอื่นมอง จขกท. (รวมทั้งแฟน จขกท. เองด้วย)
จะเห็นว่าเราเป็นผู้หญิงธรรมดา ชอบเพศตรงข้าม
มีแฟนเป็นผู้ชาย ทำการบ้านกับแฟนปกติ (บ่อยๆ ชอบด้วย)

และต่อให้คุณมีโอกาสซ่อนอยู่ใต้เตียง หรือ แอบติดกล้อง
ส่องดูเวลา 'ทำการบ้าน' ของเรา มันก็จะดูว่ามัน 'ปกติ'

แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า เรามี 'Sexual orientation'
ที่ 'Straight' หรือ ตรงไปตรงมา เพราะจริงๆ แล้ว
เราเป็น ไบเซกชวล แต่เราไม่เคยเปิดเผย
'ความรู้สึกเสน่หา' ต่อเพศเดียวกันให้ใครรู้

เรา 'ชอบ' ผู้หญิง และ 'อยาก' มีอะไรกับผู้หญิง
แต่เรา 'เลือก' ที่จะเก็บมันไว้ ไม่แสดงออก ไม่แสดงตัว
ไม่ 'คบ' กับผู้หญิง เพราะงั้น 'คนอื่น' ไม่มีทางรู้จริงๆ

ถ้าเราไม่บอกเอง ต่อให้ สบตากัน แล้วมันเหมือนจะ
มีโมเมนต์แบบ 'ผีเห็นผี' แต่ตราบใดที่เราปฏิเสธ
มันก็ไม่มีหลักฐานอะไร มาบอกว่าเรา 'นอน' กับผู้หญิงได้

ซึ่งตรงนี้มันก็ทำให้ ทฤษฎี 'ผีเห็นผี' สั่นคลอน
ว่าไม่จริงเสมอไป ทั้งๆ ที่ จริงๆ แล้ว 'ผีก็เห็นผี' นั่นแหละ
เพียงแต่ 'ผี' ที่ถูกจับได้ เค้าไม่ยอมรับไง หุๆ

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ถ้า 'ผี' ตัวนั้นเป็น 'ผีไบเซกชวล'
และตั้งใจ 'ปกปิด' รสนิยมด้าน 'โฮโมเซกชวล' ของตัวเองค่ะ

โดยส่วนตัว ทฤษฎี 'ผีมองเห็นผี' ยังใช้ได้

แต่จะใช้ได้แม่น หรือไม่แม่น มันมี 3 ส่วนประกอบกัน
คือ ประสบการณ์ ของ 'ผี' ทั้งตัวที่ 'จะไปจับเค้า'
และ ตัวที่ 'จะถูกเค้าจับ' รวมทั้ง สเปคของ 'ผี' ตัวที่
'จะถูกจับ' ด้วย ว่าตรงกับ 'ผี' ตัวที่ 'จะไปจับ' รึเปล่า
(อ่านแล้วไม่งงใช่มั้ย)

ที่สำคัญ คือ  'ผี' ตัวที่ 'จะถูกจับ' นั้น ต้องการ
เปิดเผย หรือ ปกปิด รสนิยมของตัวเอง

ถ้า 'ผี' ตัวที่ 'จะถูกจับ' นั้น 'แก่' ประสบการณ์
รวมทั้ง 'ผี' ตัวที่ 'จะไปจับ' ห่างไกลจากคำว่าสเปค
และ  'ผี' ตัวที่ 'จะถูกจับ' ไม่ต้องการเปิดเผย
ยังไงก็จับไม่ได้ค่ะ อย่างมากเกย์ดาร์อาจจะกระดิก
แต่คงไม่แรงพอที่จะฟันธง

กลับมาที่กระทู้ต้นเรื่องที่ทำให้เราตั้งกระทู้นี้นะคะ
ที่ถามกันว่า คนนั้น คนนี้เป็น เกย์ หรือเปล่า

คำตอบส่วนใหญ่ จะตอบจากการสังเกตพฤติกรรม
ที่แสดงถึงภาวะ Gender identity disorder
ว่า สาวแตก ตุ้งติ้ง แมน ไม่แมน อะไรทำนองนี้
ซึ่งมันไม่ใช่ Sexual orientation ที่แท้จริง

ถ้าผู้ชายคนนั้น เป็น เกย์ หรือ ไบ ที่มี
Gender identity ตรงกับเพศจริงๆ ของตัวเอง
เค้าก็คือผู้ชายแมนๆ ดีๆ คนหนึ่งนั่นเอง

สรุปเรื่อง การจำแนกเพศ นะคะ แบ่งเป็น 3 ส่วนใหญ่ๆ คือ
1. Biological sex หรือ สรีระเพศ คือ เพศที่พ่อแม่ให้มา
2. Gender identity หรือ อัตตลักษณ์ทางเพศ คือ เพศที่เรา 'อยาก' เป็น
3. Sexual orientation หรือ รสนิยมทางเพศ จำแนกจาก เพศของคนที่เราอยาก 'นอน' ด้วย

ใน spoil เป็นไอดอลที่เรา 'รู้สึก' ว่า 'อาจจะ' ไม่ 'Straight'
ซึ่งอาจจะใช่ หรือไม่ใช่ก็ได้ ไม่มีหลักฐานใดๆ ใช้ความรู้สึกล้วนๆ นะคะ

ขออภัยแฟนคลับด้วย ถ้าหากมีชื่อเมนใครอยู่ในนี้
ย้ำชัดๆ อีกครั้ง ว่าใน spoil นี้ เป็นแค่ความคิดเห็นของเราเท่านั้น
จริงๆ แล้วพวกเค้าอาจจะไม่ใช่ก็ได้ เสพข้อมูลกันอย่างมีสตินะคะ

[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้

และอย่างที่เราบอก ว่า Sexual orientation
เป็นอะไรที่เก็บได้ ควบคุมได้ แสดงออกให้ดู  'Straight' ได้
ถ้าคนๆ นั้นต้องการที่จะซ่อนมัน ไม่มีใครรู้ นอกจากเจ้าตัวเท่านั้น

ถามว่า จขกท อายุเท่าไร ประสบการณ์แค่ไหน
จขกท. ยังวัยรุ่นอยู่นะคะ เข้าเรียนมหาวิทยาลัย
สมัยที่เค้ายังสอบ Entrance วันเดียว ครั้งเดียว
ลุ้นผลการสอบในหนังสือพิมพ์เอาอ่ะค่ะ
ไม่นานเท่าไร ยังจำได้อยู่ ^_^

ปล. กระทู้ยาวมาก แก้ไขคำผิดค่ะ
แก้ไขข้อความเมื่อ
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่