ตอนนี้ มีแต่กระทู้ซัวเรซเต็มห้องศุภฯ แฟนลิเวอร์พูลกับแฟนทีมชาติอุรุกวัยคงอิดหนาระอาใจไปตามๆ กัน โดยเฉพาะชาวหงส์แดงที่ปีนี้ เหมือนโดนรุมถล่มหนักตอนช่วงปลายฤดูกาลจนบอบช้ำระกำทรวง นึกว่าดูบอลโลก จะรื่นรมย์เพราะมีนักเตะลิเวอร์พูลมาโชว์ฝีเท้านอกฤดูกาลมากเป็นพิเศษ กลับต้องมาระคายหูกับเสียงก่นกัปตันและกองหน้าคนโปรดอีกระลอก ผมเลยขอนำเรื่องดีๆ เกี่ยวกับสโมสรสุดที่รักของพวกเรามาเล่าสู่กันฟังบ้างดีกว่า เผื่อว่าจะได้ดูฟุตบอลโลกแบบจิตใจปลอดโปร่งขึ้น ลืมเสียงนกเสียงกา (และเสียงสัตว์โลกชนิดอื่นๆ) ได้สักระยะหนึ่งก็ยังดี ก่อนจะมาฟาดฟันกันต่อในอีกเดือนกว่าๆ ที่กำลังจะมาถึง (และหวังว่าซัวเรซจะยังไม่หนีเราไปไหน)
เคยมีใครได้ดูหรือได้ยินชื่อหนังอังกฤษเรื่อง
The Damned United ไหมครับ ผมไม่เคยดูหรอก แต่พอรู้มาบ้างว่าเป็นหนังเกี่ยวกับการเข้ามาคุมทีม Leeds United (หลายคนเห็นชื่อเรื่องแล้วอาจนึกไปถึงอีกทีมหนึ่งที่ชื่อลงท้ายเหมือนกัน อิ อิ) ของ Brian Clough เมื่อปี 1974 ที่อยู่ได้เพียง 44 วันแล้วโดนฝ่ายบริหารของสโมสรไล่ออก หนังเรื่องนี้ดัดแปลงมาจากหนังสือนวนิยายชื่อเดียวกันที่แต่งโดย David Peace นักเขียนหนุ่มอนาคตไกลชาวอังกฤษครับ มาปีนี้ เดวิด พีซออกนวนิยายเล่มใหม่ของเขา (ความจริง ฉบับปกแข็งออกตั้งแต่ปีที่แล้ว แต่ผมเพิ่งเห็นฉบับปกอ่อนมาวางขายเมืองไทยไม่กี่วันนี้เอง) เกี่ยวกับสโมสรฟุตบอลอีกเหมือนกัน แต่คราวนี้ พีซเลือกเขียนถึงลิเวอร์พูลครับ และที่สำคัญไปกว่านั้น พีซเขียนถึง บิล แชงค์ลีย์ ผู้ยิ่งใหญ่แห่งลิเวอร์พูล โดยจับเรื่องตั้งแต่ตอนทอม วิลเลียมส์ไปทาบทามแชงค์ลีย์มาจากฮัดเดอร์ฟิลด์ให้มาคุมทีมถึงยุคยิ่งใหญ่ของลิเวอร์พูลจนกระทั่งแชงค์ลีย์เกษียณตัวเอง นวนิยายเรื่องนี้ใช้ชื่อว่า
Red or Dead ครับ ฉบับปกอ่อนที่ผมมีเล่มหนาทีเดียวครับ ความยาว 700 กว่าหน้า (เพราะแชงค์ลีย์คุมทีมถึงสิบห้าปี) ผมยังไม่มีเวลาอ่านแน่ๆ ช่วงนี้ เพราะหน้าที่การงานบังคับให้ต้องอ่านอย่างอื่นก่อน ได้แต่ลูบๆ คลำๆ หยิบมาเปิดอ่านเล่นๆ สองสามหน้าแรกให้ชื่นใจ แล้วรู้สึกว่าภาษาอังกฤษของพีซไม่ยากสักเท่าไรนะครับ ประโยคที่ใช้ก็สั้น กะทัดรัด ไม่ค่อยมีคำยากมากนัก ลีลาการเขียนของพีซนิยมใช้ถ้อยคำซ้ำๆ ห้วนๆ กระชับ เดินเรื่องเร็ว ไม่เยิ่นเย้อ เหมือนกับจะล้อลักษณะการเขียนเชิงรายงานข่าว แต่บางครั้ง อ่านแล้วก็อดนึกไปถึงจังหวะการเล่นฟุตบอลที่ฉับไว ไม่อืดอาด ไม่ต้องสวยงามมากนักแบบอังกฤษไม่ได้ (อันนี้ เป็นความรู้สึกส่วนตัวของผมที่อาจจะดูฟุตบอลมาไม่มากเท่าหลายๆ คนในห้องนี้ ผิดถูกอย่างไร ขออภัยไว้ ณ ที่นี้ด้วยครับ) หยิบมาอ่านเล่นๆ ว่าจะแค่ลองดูพอให้รู้สำนวน แป๊บๆ เดียวอ่านเพลินไปสามสี่หน้าแล้ว
นอกจากนี้ แฟนๆ ลิเวอร์พูลรุ่นเก่าก็ยังจะได้รำลึกความหลังถึงนักเตะขวัญใจหลายๆ คนด้วยครับ เพราะเท่าที่ผมลองพลิกดู มีชื่อนักเตะดังๆ หลายคนมาเป็นตัวละครในนวนิยายเรื่องนี้ด้วย อย่าง Ray Clemence, Kevin Keegan, Emlyn Hughes, Phil Thompson ฯลฯ (รุ่นนี้ ผมไม่เคยดูหรอกครับ ได้ยินแต่ชื่อทั้งนั้น) แฟนรุ่นใหม่ก็จะได้ซึมซับบรรยากาศฟุตบอลยุค 1960 - 1970s กันให้เต็มอิ่มไปเลย ถ้าใครสนใจ ลองเดินหาดูตามร้านหนังสือภาษาอังกฤษใหญ่ๆ ดูนะครับ เล่มที่ผมซื้อมา ราคา 436 บาท (ขออนุญาตไม่ออกชื่อร้านหนังสือนะครับ เดี๋ยวจะกลายเป็นการโฆษณาแฝงไป ผิดกฎพันทิป) หน้าปกหนังสือหน้าตาอย่างนี้ครับ
ไว้ผมได้อ่านจริงๆ จังๆ จนจบ (ถ้ามีเวลา) อาจจะมาเล่าให้ฟังว่าเป็นอย่างไรบ้าง
ถ้าใครยังไม่หนำใจ ผมมีอีกเรื่องแนะนำครับ เป็นนวนิยายเกี่ยวกับลิเวอร์พูลอีกเหมือนกัน แต่เป็นเรื่องชวนหดหู่เพราะใช้ฉากหลังเป็นเหตุการณ์ที่สนาม Heysel เมื่อปี 1985 ในการแข่งขันยูโรเปียนคัพระหว่างลิเวอร์พูลกับยูเวนตุส พูดถึงตัวละครต่างเชื้อชาติกัน มีทั้งฝรั่งเศส อังกฤษ อิตาลี ที่อยู่ในเหตุการณ์และผลกระทบต่อชีวิตของเขาเหล่านั้นหลังจากรอดชีวิตมาได้ นวนิยายเรื่องนี้แปลจากภาษาฝรั่งเศสครับ ชื่อเดิมคือ
Dans la foule ฉบับแปลภาษาอังกฤษใช้ชื่อว่า
In the Crowd ผู้แต่งคือ Laurent Mauvignier (โลร็องต์ โมวินิเยร์) เรื่องนี้อาจจะอ่านยากกว่า
Red or Dead เพราะแปลจากภาษาฝรั่งเศส ซึ่งใช้ประโยคค่อนข้างยาวและซับซ้อน อีกทั้งบางช่วง ผู้เขียนยังทดลองใช้แนวเขียนเชิงกระแสสำนึก เขียนความคิดคำนึงของตัวละครติดกันยาวเป็นพืด เป็นหน้าๆ อ่านแล้วอาจจะเหนื่อยหน่อย แต่ถ้าได้อ่านฉากที่ผู้แต่งพรรณนาเหตุวุ่นวาย จลาจลในสนาม จะขนลุกราวกับได้เห็นเหตุการณ์จริงเลยทีเดียวครับ (เหตุการณ์ในสนามจะอยู่ช่วงแรกๆ เลยของหนังสือ หลังจากนั้น ผู้แต่งจะบรรยายเหตุการณ์ในชีวิตของตัวละครเอกทั้งห้าตัวที่ผ่านเหตุการณ์นั้นมา ว่าชีวิตของแต่ละคนเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร) แฟนลิเวอร์พูลฮาร์ดคอร์ไม่ควรพลาดอย่างยิ่งครับ (เล่มนี้ ผมไม่เคยเห็นฉบับแปลภาษาอังกฤษในเมืองไทย ใครอยากอ่านคงต้องยอมลงทุนสั่งตามเว็บเมืองนอกหรือให้ร้านหนังสือต่างประเทศบ้านเราสั่งให้ครับ)
ปกหนังสือ
In the Crowd ครับ
แฟนลิเวอร์พูลคนไหนเบื่อกระทู้ซัวเรซ ขอเชิญทางนี้ครับ
เคยมีใครได้ดูหรือได้ยินชื่อหนังอังกฤษเรื่อง The Damned United ไหมครับ ผมไม่เคยดูหรอก แต่พอรู้มาบ้างว่าเป็นหนังเกี่ยวกับการเข้ามาคุมทีม Leeds United (หลายคนเห็นชื่อเรื่องแล้วอาจนึกไปถึงอีกทีมหนึ่งที่ชื่อลงท้ายเหมือนกัน อิ อิ) ของ Brian Clough เมื่อปี 1974 ที่อยู่ได้เพียง 44 วันแล้วโดนฝ่ายบริหารของสโมสรไล่ออก หนังเรื่องนี้ดัดแปลงมาจากหนังสือนวนิยายชื่อเดียวกันที่แต่งโดย David Peace นักเขียนหนุ่มอนาคตไกลชาวอังกฤษครับ มาปีนี้ เดวิด พีซออกนวนิยายเล่มใหม่ของเขา (ความจริง ฉบับปกแข็งออกตั้งแต่ปีที่แล้ว แต่ผมเพิ่งเห็นฉบับปกอ่อนมาวางขายเมืองไทยไม่กี่วันนี้เอง) เกี่ยวกับสโมสรฟุตบอลอีกเหมือนกัน แต่คราวนี้ พีซเลือกเขียนถึงลิเวอร์พูลครับ และที่สำคัญไปกว่านั้น พีซเขียนถึง บิล แชงค์ลีย์ ผู้ยิ่งใหญ่แห่งลิเวอร์พูล โดยจับเรื่องตั้งแต่ตอนทอม วิลเลียมส์ไปทาบทามแชงค์ลีย์มาจากฮัดเดอร์ฟิลด์ให้มาคุมทีมถึงยุคยิ่งใหญ่ของลิเวอร์พูลจนกระทั่งแชงค์ลีย์เกษียณตัวเอง นวนิยายเรื่องนี้ใช้ชื่อว่า Red or Dead ครับ ฉบับปกอ่อนที่ผมมีเล่มหนาทีเดียวครับ ความยาว 700 กว่าหน้า (เพราะแชงค์ลีย์คุมทีมถึงสิบห้าปี) ผมยังไม่มีเวลาอ่านแน่ๆ ช่วงนี้ เพราะหน้าที่การงานบังคับให้ต้องอ่านอย่างอื่นก่อน ได้แต่ลูบๆ คลำๆ หยิบมาเปิดอ่านเล่นๆ สองสามหน้าแรกให้ชื่นใจ แล้วรู้สึกว่าภาษาอังกฤษของพีซไม่ยากสักเท่าไรนะครับ ประโยคที่ใช้ก็สั้น กะทัดรัด ไม่ค่อยมีคำยากมากนัก ลีลาการเขียนของพีซนิยมใช้ถ้อยคำซ้ำๆ ห้วนๆ กระชับ เดินเรื่องเร็ว ไม่เยิ่นเย้อ เหมือนกับจะล้อลักษณะการเขียนเชิงรายงานข่าว แต่บางครั้ง อ่านแล้วก็อดนึกไปถึงจังหวะการเล่นฟุตบอลที่ฉับไว ไม่อืดอาด ไม่ต้องสวยงามมากนักแบบอังกฤษไม่ได้ (อันนี้ เป็นความรู้สึกส่วนตัวของผมที่อาจจะดูฟุตบอลมาไม่มากเท่าหลายๆ คนในห้องนี้ ผิดถูกอย่างไร ขออภัยไว้ ณ ที่นี้ด้วยครับ) หยิบมาอ่านเล่นๆ ว่าจะแค่ลองดูพอให้รู้สำนวน แป๊บๆ เดียวอ่านเพลินไปสามสี่หน้าแล้ว
นอกจากนี้ แฟนๆ ลิเวอร์พูลรุ่นเก่าก็ยังจะได้รำลึกความหลังถึงนักเตะขวัญใจหลายๆ คนด้วยครับ เพราะเท่าที่ผมลองพลิกดู มีชื่อนักเตะดังๆ หลายคนมาเป็นตัวละครในนวนิยายเรื่องนี้ด้วย อย่าง Ray Clemence, Kevin Keegan, Emlyn Hughes, Phil Thompson ฯลฯ (รุ่นนี้ ผมไม่เคยดูหรอกครับ ได้ยินแต่ชื่อทั้งนั้น) แฟนรุ่นใหม่ก็จะได้ซึมซับบรรยากาศฟุตบอลยุค 1960 - 1970s กันให้เต็มอิ่มไปเลย ถ้าใครสนใจ ลองเดินหาดูตามร้านหนังสือภาษาอังกฤษใหญ่ๆ ดูนะครับ เล่มที่ผมซื้อมา ราคา 436 บาท (ขออนุญาตไม่ออกชื่อร้านหนังสือนะครับ เดี๋ยวจะกลายเป็นการโฆษณาแฝงไป ผิดกฎพันทิป) หน้าปกหนังสือหน้าตาอย่างนี้ครับ
ไว้ผมได้อ่านจริงๆ จังๆ จนจบ (ถ้ามีเวลา) อาจจะมาเล่าให้ฟังว่าเป็นอย่างไรบ้าง
ถ้าใครยังไม่หนำใจ ผมมีอีกเรื่องแนะนำครับ เป็นนวนิยายเกี่ยวกับลิเวอร์พูลอีกเหมือนกัน แต่เป็นเรื่องชวนหดหู่เพราะใช้ฉากหลังเป็นเหตุการณ์ที่สนาม Heysel เมื่อปี 1985 ในการแข่งขันยูโรเปียนคัพระหว่างลิเวอร์พูลกับยูเวนตุส พูดถึงตัวละครต่างเชื้อชาติกัน มีทั้งฝรั่งเศส อังกฤษ อิตาลี ที่อยู่ในเหตุการณ์และผลกระทบต่อชีวิตของเขาเหล่านั้นหลังจากรอดชีวิตมาได้ นวนิยายเรื่องนี้แปลจากภาษาฝรั่งเศสครับ ชื่อเดิมคือ Dans la foule ฉบับแปลภาษาอังกฤษใช้ชื่อว่า In the Crowd ผู้แต่งคือ Laurent Mauvignier (โลร็องต์ โมวินิเยร์) เรื่องนี้อาจจะอ่านยากกว่า Red or Dead เพราะแปลจากภาษาฝรั่งเศส ซึ่งใช้ประโยคค่อนข้างยาวและซับซ้อน อีกทั้งบางช่วง ผู้เขียนยังทดลองใช้แนวเขียนเชิงกระแสสำนึก เขียนความคิดคำนึงของตัวละครติดกันยาวเป็นพืด เป็นหน้าๆ อ่านแล้วอาจจะเหนื่อยหน่อย แต่ถ้าได้อ่านฉากที่ผู้แต่งพรรณนาเหตุวุ่นวาย จลาจลในสนาม จะขนลุกราวกับได้เห็นเหตุการณ์จริงเลยทีเดียวครับ (เหตุการณ์ในสนามจะอยู่ช่วงแรกๆ เลยของหนังสือ หลังจากนั้น ผู้แต่งจะบรรยายเหตุการณ์ในชีวิตของตัวละครเอกทั้งห้าตัวที่ผ่านเหตุการณ์นั้นมา ว่าชีวิตของแต่ละคนเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร) แฟนลิเวอร์พูลฮาร์ดคอร์ไม่ควรพลาดอย่างยิ่งครับ (เล่มนี้ ผมไม่เคยเห็นฉบับแปลภาษาอังกฤษในเมืองไทย ใครอยากอ่านคงต้องยอมลงทุนสั่งตามเว็บเมืองนอกหรือให้ร้านหนังสือต่างประเทศบ้านเราสั่งให้ครับ)
ปกหนังสือ In the Crowd ครับ