สวัสดีครับ มันอาจจะยาวไปหน่อยนะครับ ผมขออภัย แต่ผมกราบขอความกรุณา เพราะผมไม่รู้จะไปหาคำตอบจากที่ไหนได้อีกแล้ว
ขอเล่าเรื่องก่อนนะครับ จะได้ทราบที่มาที่ไป
คือผมกำลังเรียนอยู๋ต่างประเทศครับ อยู่เป็นบ้านเช่าห้องใครห้องมันเป็นคนไทยทั้งหมด มีพี่ผู้หญิงคนนึงอายุประมาณ 30ต้นๆ ผมอายุ 27 แล้วก็เพื่อนผู้ชายอีกคน พวกเราทั้งหมดมารู้จักกันที่บ้านนี้เพราะต่างคนต่างย้ายเข้ามา ทุกอย่างก็เป็นไปอย่างปกติ พวกเราบางทีก็มีปาร์ตี้กัน กินอาหารร่วมกัน
แต่แล้วอยู่ดีๆ พี่ผู้หญิงเขาก็ไม่คุยกับผม คือเมินผมไปเลย แม้แต่หน้าก็ไม่มองไม่สบตา ช่วงแรกๆผมก็ยังไม่รู้ตัวหรอก พอผ่านไป 3-4วัน ผมก็ชักเริ่มเอะใจแล้วว่า เอ๊ะ พี่เขาไม่คุยกับผมหรือว่ายังไง เพราะอะไร? ท่าทีมันเปลี่ยนไป อยู่ด้วยกันทุกวันมันมองออก พอดีช่วงนั้นผมกำลังจะสอบปลายภาคด้วย คือผมเรียนโทอยู่ครับ ผมก็เลยไม่มีเวลามาคิดถึงเรื่องนี้มากนัก ผมก็เลยไม่ค่อยได้กินข้าวกับเพื่อนๆที่บ้านแล้ว ด้วยเพราะเรามีภาระหน้าที่ๆต่างกัน พี่ผู้หญิงกับเพื่อนอีกคนเขาทำงานร้านอาหารอย่างเดียวครับ ไม่ได้เรียน ช่วงที่ผมกำลังสอบอยู่ผมก็ไม่ได้คุยกับพี่เขาแล้วครับ เพราะผมคิดว่า เอาไงก็เอาวะ ไม่คุยก็ไม่คุย ไม่รู้เป็นอะไร ผมไม่อยากมีปัญหาเพราะผมต้องสอบให้ผ่าน ไม่อยากมีเรื่องปวดหัว ก็เลยกลายเป็นไม่คุยไม่มองหน้ากันทั้งๆที่อยู่บ้านเดียวกัน ในใจผมนั้นไม่ได้มีปัญหาอะไรกับใครเลย ใครมีปัญหากับผม ผมไม่รู้ แต่ผมไม่มีปัญหากับใคร
หลังจากผมสอบเสร็จ ผมก็รู้สึกว่า เพื่อนผู้ชายอีกคนที่อยู่ที่บ้านด้วยกัน ก็เริ่มจะเมินผมไปอีกคนละ ปกติเวลาเจอหน้ากัน เพือนคนนี้จะทักผมก่อนมากกว่าที่ผมจะทักเขาอีก แต่ทุกวันนี้แทบจะไม่ชวนผมคุยเลย เวลาผมทักไปถามอะไรไปเขาก็จะถามคำตอบคำบ้าง บางทีชวนทำนู่นนี่ก็ตอบปฏิเสธ คือตอนนี้ผมงงไปหมดแล้วว่ามันเกิดอะไรกันขึ้น ช่วงก่อนสอบ ผมกำลังลดน้ำหนัก ก็เลยทำให้ผมไม่ค่อยได้ร่วมโต๊ะอาหารเย็นแล้วเพราะผมไม่อยากกินดึก เวลาเพื่อนผมชวน ผมก็มักจะปฏิเสธเพราะผมกำลังลดน้ำหนัก ซึ่งผมคิดว่านี่ไม่น่าจะเป็นสาเหตุ เพราะก็เป็นผู้ชายด้วยกันไม่น่าจะมางอลเรื่องไม่เป็นเรื่อง
ผมเป็นคนเฮฮาเข้ากับทุกคนได้ดี ผมไม่ชอบดูถูกคน ไม่เคยดูถูกใครในบ้านเลย เวลามีอะไรที่พวกเขาขอให้ช่วยผมก็ตอบช่วยเขาอย่างเต็มใจ
มีสาเหตุบางสาเหตุที่ผมคิดว่าน่าจะเป็นต้นเหตุของเรื่องนี้คือ
1. พี่ผู้หญิงคนนี้น่าจะชอบผม แต่เขารู้ว่าผมไม่ชอบเขาแบบชู้สาว เขาก็เลยไม่คุยกับผม จากชอบมากก็กลายเป็นเกลียดมากได้เมื่อเลิกชอบแล้ว
คือผมไม่เคยคิดมาก่อนครับว่านี่มันจะเป็นสาเหตุได้ เพราะผมก็ไม่ใช่เป็นคนมีเสน่ห์อะไรขนาดนั้น ผมไม่ได้หลงตัวเอง แต่ผมพยายามคิดว่าสาเหตุมันมาจากอะไร ซึ่งมันก็ไม่มี จนผมนึกย้อนกลับไปตอนที่ผมทำงานพิเศษที่ร้านอาหารเดียวกับพี่เขา ตอนผมไปทำงานวันแรก เจ้าของร้านก็แซวประมาณว่า จะเชียร์ผมกับพี่เขา ซึ่งผมก็พอรู้ว่าเขากำลังเชียร์ แต่ผมก็พยายามไม่คิดอะไร เพราะผมไม่ได้คิดอะไรกับพี่เขา อีกอย่างผมก็ไม่อยากคิดเข้าข้างตัวเองว่ากำลังมีคนมาชอบ จนเจ้าของร้านแกล้งถามผมว่า ผมมีคนแอบชอบยัง ผมบอกว่า มีครับ เป็นคนเวียตนาม ซึ่งมันเป็นเรื่องจริง พี่เจ้าของร้านก็เลยพูดประมาณปลอบใจพี่ผู้หญิงว่าอย่าเสียใจไปเลย มันยิ่งทำให้ผมแน่ใจว่าพี่ต้องมีใจให้ผมแน่ๆ
2. ที่เพื่อนผู้ชายไม่คุยกับผม ผมสันนิษฐานว่า พี่ผู้หญิงอาจจจะไปเล่าเรื่องอะไรนินทาอะไรเสียๆหายๆเกี่ยวกับผมหรือพยายามที่จะทำให้คนอื่นเกลียดผมเหมือนกับที่ตัวเองเกลียดหรือยังไงผมก็ไม่รู้ แล้วอีกอย่างคือเพื่อนผู้ชายคนนี้ก็ชอบลองภูมิด้วยการถามคำถามเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ยากๆกับผมอยู่เรื่อยๆ เพราะผมเรียน computer science ส่วนเขาทำงานร้านอาหารอย่างเดียว บางทีการที่เขาคิดว่าเขาทำงานร้านอาหารธรรมดาๆ แต่ผมกลับเรียนโท มันอาจจะทำให้เขาเอาตัวเขาเปรียบเทียบกับตัวผม แล้วก็เกิดการต่อต้านไม่คุยกับผมไปอีกคน (ผมคาดเดาเอานะ)
สรุปแล้ว ทั้งเพื่อนผู้ชาย ทั้งพี่ผู้หญิง ไม่มีใครคุยกับผมเลยตอนนี้ ถ้าผมไม่ทักทายเริ่มบทสนทนา พวกเขาก็จะไม่แม้แต่จะมองหน้าผม ซึ่งถามว่าผมเดือดร้อนมากมั้ย ผมตอบเลยว่า ผมไม่ได้เดือดร้อนอะไรมากมายครับ คือผมไม่รู้ก็ได้ว่าเพราะอะไร แต่คนอยู่บ้านเดียวกัน มันไม่น่าที่จะมาอยู่ดีๆก็ไม่พูดกันแบบนี้ ผมก็มีกลุ่มเพือนที่มหาลัยที่คุยกับปกติ เฮฮาปาร์ตี้กัน ผมมีเพื่อนหลายกลุ่มครับ แต่มีแค่ที่บ้านนี่แหละที่มีปัญหากัน ผมอยู๋บ้านช่วงนี้ผมก็อยู๋แต่ในห้อง เพราะต้องอ่านหนังสือ เวลาผมเข้าไปในครัว ผมเจอเพื่อนผู้ชาย ผมก็จะทักทายตามประสาเพื่อนแบบปกติ แต่บทสนทนาที่เขามีต่อผม มันไม่เหมือนเดิม คือผมรู้สึกได้ ผมก็พยายามไม่สนใจความรู้สึกนี้ ใครอยากทำอะไรก็ทำไป ต่างคนต่างมีชีวิต ผมก็ไม่รู้ว่าผมไปทำอะไรผิด ถ้าผมรู้ตัว ผมก็ยินดีที่จะขอโทษ
ผมมีคำถามง่ายๆที่อยากจะขอคำปรึกษาครับ
1. เพื่อนๆคิดว่ามันมาจากสาเหตุใดครับ ข้อสันนิษฐานของผมมันอาจจะถูกรึเปล่า? จากเรื่องราวที่ผมเล่ามา
2. ถ้าข้อสันนิษฐานของผมมันจริง ผมควรจะทำยังไงครับ?
3. ผมควรจะถามพวกเขาไปตรงๆไหมครับว่า ทำไมถึงไม่คุยกับผม มีปัญหาอะไร?
ขอโทษจริงๆที่มันยาวมากๆๆๆครับ รบกวนจริงๆครับ ช่วยชี้แนะแนวทางให้ผมที หรือใครมีประสบการณ์ของมาแชร์กันดูก็ได้ครับ
ขอบคุณล่วงหน้าสำหรับเวลาของทุกๆท่านครับ
อยู่ดีๆเพื่อนที่คุยกันปกติก็ไม่คุยด้วย ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอะไร เราก็ไม่ได้ทำอะไรผิด
ขอเล่าเรื่องก่อนนะครับ จะได้ทราบที่มาที่ไป
คือผมกำลังเรียนอยู๋ต่างประเทศครับ อยู่เป็นบ้านเช่าห้องใครห้องมันเป็นคนไทยทั้งหมด มีพี่ผู้หญิงคนนึงอายุประมาณ 30ต้นๆ ผมอายุ 27 แล้วก็เพื่อนผู้ชายอีกคน พวกเราทั้งหมดมารู้จักกันที่บ้านนี้เพราะต่างคนต่างย้ายเข้ามา ทุกอย่างก็เป็นไปอย่างปกติ พวกเราบางทีก็มีปาร์ตี้กัน กินอาหารร่วมกัน
แต่แล้วอยู่ดีๆ พี่ผู้หญิงเขาก็ไม่คุยกับผม คือเมินผมไปเลย แม้แต่หน้าก็ไม่มองไม่สบตา ช่วงแรกๆผมก็ยังไม่รู้ตัวหรอก พอผ่านไป 3-4วัน ผมก็ชักเริ่มเอะใจแล้วว่า เอ๊ะ พี่เขาไม่คุยกับผมหรือว่ายังไง เพราะอะไร? ท่าทีมันเปลี่ยนไป อยู่ด้วยกันทุกวันมันมองออก พอดีช่วงนั้นผมกำลังจะสอบปลายภาคด้วย คือผมเรียนโทอยู่ครับ ผมก็เลยไม่มีเวลามาคิดถึงเรื่องนี้มากนัก ผมก็เลยไม่ค่อยได้กินข้าวกับเพื่อนๆที่บ้านแล้ว ด้วยเพราะเรามีภาระหน้าที่ๆต่างกัน พี่ผู้หญิงกับเพื่อนอีกคนเขาทำงานร้านอาหารอย่างเดียวครับ ไม่ได้เรียน ช่วงที่ผมกำลังสอบอยู่ผมก็ไม่ได้คุยกับพี่เขาแล้วครับ เพราะผมคิดว่า เอาไงก็เอาวะ ไม่คุยก็ไม่คุย ไม่รู้เป็นอะไร ผมไม่อยากมีปัญหาเพราะผมต้องสอบให้ผ่าน ไม่อยากมีเรื่องปวดหัว ก็เลยกลายเป็นไม่คุยไม่มองหน้ากันทั้งๆที่อยู่บ้านเดียวกัน ในใจผมนั้นไม่ได้มีปัญหาอะไรกับใครเลย ใครมีปัญหากับผม ผมไม่รู้ แต่ผมไม่มีปัญหากับใคร
หลังจากผมสอบเสร็จ ผมก็รู้สึกว่า เพื่อนผู้ชายอีกคนที่อยู่ที่บ้านด้วยกัน ก็เริ่มจะเมินผมไปอีกคนละ ปกติเวลาเจอหน้ากัน เพือนคนนี้จะทักผมก่อนมากกว่าที่ผมจะทักเขาอีก แต่ทุกวันนี้แทบจะไม่ชวนผมคุยเลย เวลาผมทักไปถามอะไรไปเขาก็จะถามคำตอบคำบ้าง บางทีชวนทำนู่นนี่ก็ตอบปฏิเสธ คือตอนนี้ผมงงไปหมดแล้วว่ามันเกิดอะไรกันขึ้น ช่วงก่อนสอบ ผมกำลังลดน้ำหนัก ก็เลยทำให้ผมไม่ค่อยได้ร่วมโต๊ะอาหารเย็นแล้วเพราะผมไม่อยากกินดึก เวลาเพื่อนผมชวน ผมก็มักจะปฏิเสธเพราะผมกำลังลดน้ำหนัก ซึ่งผมคิดว่านี่ไม่น่าจะเป็นสาเหตุ เพราะก็เป็นผู้ชายด้วยกันไม่น่าจะมางอลเรื่องไม่เป็นเรื่อง
ผมเป็นคนเฮฮาเข้ากับทุกคนได้ดี ผมไม่ชอบดูถูกคน ไม่เคยดูถูกใครในบ้านเลย เวลามีอะไรที่พวกเขาขอให้ช่วยผมก็ตอบช่วยเขาอย่างเต็มใจ
มีสาเหตุบางสาเหตุที่ผมคิดว่าน่าจะเป็นต้นเหตุของเรื่องนี้คือ
1. พี่ผู้หญิงคนนี้น่าจะชอบผม แต่เขารู้ว่าผมไม่ชอบเขาแบบชู้สาว เขาก็เลยไม่คุยกับผม จากชอบมากก็กลายเป็นเกลียดมากได้เมื่อเลิกชอบแล้ว
คือผมไม่เคยคิดมาก่อนครับว่านี่มันจะเป็นสาเหตุได้ เพราะผมก็ไม่ใช่เป็นคนมีเสน่ห์อะไรขนาดนั้น ผมไม่ได้หลงตัวเอง แต่ผมพยายามคิดว่าสาเหตุมันมาจากอะไร ซึ่งมันก็ไม่มี จนผมนึกย้อนกลับไปตอนที่ผมทำงานพิเศษที่ร้านอาหารเดียวกับพี่เขา ตอนผมไปทำงานวันแรก เจ้าของร้านก็แซวประมาณว่า จะเชียร์ผมกับพี่เขา ซึ่งผมก็พอรู้ว่าเขากำลังเชียร์ แต่ผมก็พยายามไม่คิดอะไร เพราะผมไม่ได้คิดอะไรกับพี่เขา อีกอย่างผมก็ไม่อยากคิดเข้าข้างตัวเองว่ากำลังมีคนมาชอบ จนเจ้าของร้านแกล้งถามผมว่า ผมมีคนแอบชอบยัง ผมบอกว่า มีครับ เป็นคนเวียตนาม ซึ่งมันเป็นเรื่องจริง พี่เจ้าของร้านก็เลยพูดประมาณปลอบใจพี่ผู้หญิงว่าอย่าเสียใจไปเลย มันยิ่งทำให้ผมแน่ใจว่าพี่ต้องมีใจให้ผมแน่ๆ
2. ที่เพื่อนผู้ชายไม่คุยกับผม ผมสันนิษฐานว่า พี่ผู้หญิงอาจจจะไปเล่าเรื่องอะไรนินทาอะไรเสียๆหายๆเกี่ยวกับผมหรือพยายามที่จะทำให้คนอื่นเกลียดผมเหมือนกับที่ตัวเองเกลียดหรือยังไงผมก็ไม่รู้ แล้วอีกอย่างคือเพื่อนผู้ชายคนนี้ก็ชอบลองภูมิด้วยการถามคำถามเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ยากๆกับผมอยู่เรื่อยๆ เพราะผมเรียน computer science ส่วนเขาทำงานร้านอาหารอย่างเดียว บางทีการที่เขาคิดว่าเขาทำงานร้านอาหารธรรมดาๆ แต่ผมกลับเรียนโท มันอาจจะทำให้เขาเอาตัวเขาเปรียบเทียบกับตัวผม แล้วก็เกิดการต่อต้านไม่คุยกับผมไปอีกคน (ผมคาดเดาเอานะ)
สรุปแล้ว ทั้งเพื่อนผู้ชาย ทั้งพี่ผู้หญิง ไม่มีใครคุยกับผมเลยตอนนี้ ถ้าผมไม่ทักทายเริ่มบทสนทนา พวกเขาก็จะไม่แม้แต่จะมองหน้าผม ซึ่งถามว่าผมเดือดร้อนมากมั้ย ผมตอบเลยว่า ผมไม่ได้เดือดร้อนอะไรมากมายครับ คือผมไม่รู้ก็ได้ว่าเพราะอะไร แต่คนอยู่บ้านเดียวกัน มันไม่น่าที่จะมาอยู่ดีๆก็ไม่พูดกันแบบนี้ ผมก็มีกลุ่มเพือนที่มหาลัยที่คุยกับปกติ เฮฮาปาร์ตี้กัน ผมมีเพื่อนหลายกลุ่มครับ แต่มีแค่ที่บ้านนี่แหละที่มีปัญหากัน ผมอยู๋บ้านช่วงนี้ผมก็อยู๋แต่ในห้อง เพราะต้องอ่านหนังสือ เวลาผมเข้าไปในครัว ผมเจอเพื่อนผู้ชาย ผมก็จะทักทายตามประสาเพื่อนแบบปกติ แต่บทสนทนาที่เขามีต่อผม มันไม่เหมือนเดิม คือผมรู้สึกได้ ผมก็พยายามไม่สนใจความรู้สึกนี้ ใครอยากทำอะไรก็ทำไป ต่างคนต่างมีชีวิต ผมก็ไม่รู้ว่าผมไปทำอะไรผิด ถ้าผมรู้ตัว ผมก็ยินดีที่จะขอโทษ
ผมมีคำถามง่ายๆที่อยากจะขอคำปรึกษาครับ
1. เพื่อนๆคิดว่ามันมาจากสาเหตุใดครับ ข้อสันนิษฐานของผมมันอาจจะถูกรึเปล่า? จากเรื่องราวที่ผมเล่ามา
2. ถ้าข้อสันนิษฐานของผมมันจริง ผมควรจะทำยังไงครับ?
3. ผมควรจะถามพวกเขาไปตรงๆไหมครับว่า ทำไมถึงไม่คุยกับผม มีปัญหาอะไร?
ขอโทษจริงๆที่มันยาวมากๆๆๆครับ รบกวนจริงๆครับ ช่วยชี้แนะแนวทางให้ผมที หรือใครมีประสบการณ์ของมาแชร์กันดูก็ได้ครับ
ขอบคุณล่วงหน้าสำหรับเวลาของทุกๆท่านครับ