[CR] เมื่อยัยอ้วนลากกระเป๋า ตะลุยเดี่ยวไชน่าแลนด์ Can’t Speak Chinese

http://pantip.com/topic/32145474  ตอนแรกค่ะ

เมื่อยัยอ้วนลากกระเป๋า ตะลุยเดี่ยวไชน่าแลนด์ Can’t Speak Chinese
กทม - ฉางซา – เฟิ่งหวง – จางเจี่ยเจี้ย (อู่หลิงหยวน) – อู่ฮั่น – กว่างโจว – กทม ตอนที่ 2
14 พ.ค. 57 และแล้ววันแรกก็ผ่านไปอย่างเหน็ดเหนื่อย แต่ก็สะดวกโยธินเป็นอย่างดี ถือว่าเริ่มต้นได้ดีตั้งแต่วันแรกค่ะ อ้อ..ขอสรุปรายจ่ายคร่าวๆ ของวันที่ 13 พ.ค 57 นะคะ (ย้ำว่าคร่าวๆ เพราะว่าบัญชีที่ทำไว้ช่วงไปเที่ยวเอาไปลืมไว้ที่กว่างโจวก่อนกลับบ้าน ก็เลยกลายเป็นว่าต้องนำเอาคร่าวๆ  แทนที่จะเอาของจริงมาลงให้ดู  แต่ก็ไม่ได้ต่างกันมากนะค่ะ แค่รายละเอียดนิดหน่อยที่ขาดไปเท่านั้น)

-    ค่า Shuttle Bus ไปสถานีรถบัส 28 Y
-    ค่ารถบัสไปเมืองเฟิ่งหวง 150 Y  
-    ค่าอาหาร+น้ำ ที่สถานีรถบัส 11 Y
-    ค่าซิมโทรศัพท์ 156 Y
-    ค่าแท๊กซี่เข้าเมืองเก่าเฟิ่งหวง 10 Y
-    ค่าอาหารที่เฟิ่งหวง 11 Y
-    ค่าที่พักที่ Fenghuang  international Youth Hostel 2 คืน 176 Y
•    สรุปวันแรกจ่ายไป 542 Y = 2,813 บาท อัตราแลกเปลี่ยนตอนที่แลกเงินไป 5.19 บาท ต่อหยวน

และแล้ววันที่ 2 ของการผจญภัยก็เริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง ขอบอกค่ะว่าตื่นเต้น แม้จะเหนื่อยแสนเหนื่อย แต่กว่าจะหลับก็ปาเข้าไปเกือบตี 2 สรุปเช้านี้เลยตื่นสายนิดหน่อย แต่ก็ถือว่ากำลังดี 8.30 น.  จัดการธุระส่วนตัวเสร็จ ก็ล้อหมุนประมาณเก้าโมงครึ่ง ลงไปถามน้องพนักงานที่โฮสเทลว่าเราจะต้องออกไปซื้อตั๋วชมเมืองเก่าได้ที่ไหน เพราะขาเข้ามาดึกแล้วเคาท์เตอร์ปิดไปแล้ว น้องพนักงานก็บอกให้ออกไปตรงที่ผ่านเข้ามาแล้วเราก็จะเจอซุ้มขายตั๋วอยู่ตรงนั้น  แล้วก็ให้แผนที่มา 1 แผ่น น้องเขากาจุดสำคัญที่เราไม่ควรจะพลาด(กะว่าจะเอาแผนที่มาให้ดู แต่เสียดายวางลืมไว้ที่ร้านขายของที่ระลึก) จากนั้นก็เดินตรงดิ่งไปเลยค่ะ  ซื้อตั๋วก่อนอันดับแรก เหมือนเช่นเคยค่ะ ยก 1 นิ้ว เป็นอันเข้าใจกันทั้งสองฝ่าย ว่า 1 ใบ สำหรับราคาก็เตรียมไว้ก่อนอยู่แล้ว จึงไม่เป็นอุปสรรคเรื่องการฟังตัวเลขค่ะ (กฎข้อที่ 5 อย่าลืมทำการบ้านของวันรุ่งขึ้นนะคะ แยกรายจ่ายโดยประมาณ ค่าบัตรต่างๆ ค่ากินต่างหาก ไว้อีกกระเป๋าหนึ่ง แบบนี้เวลาล้วงเงินออกมาจ่ายจะทำให้สะดวกต่อเราและที่สำคัญ ทำให้เราดูแลง่าย และสะเพร่าน้อยลงด้วยนะคะ อีกอย่างการทำแบบนี้ทำให้เราสามารถรู้ถึงค่าใช้จ่ายรายวันโดยคร่าวๆ ได้ด้วยนะคะ ไม่ต้องกังวลเรื่องงบที่อาจจะบานปลาย)

และเมื่อได้ตั๋วมาอยู่ในกำมือแล้ว ทีนี้ก็หวานหมูละค่ะ เริ่มนิ่งนอนใจ ขอหาอะไรใส่กระเพาะก่อนละกัน เพราะท้องเริ่มจะครวญคราง อีกทั้งถึงเวลาต้องกินยา เลยตัดสินในไปหาข้าวกินก่อนละกัน ไม่พ้นค่ะเจ้าเดิม ร้านจากเมื่อคืนนั่นแหละหาง่ายดี อยู่ตรงสะพานเข้าออกเมืองเก่าพอดี อีกอย่างจากที่เสวนาพาที (5555 พูดกันด้วยรอยยิ้ม) รู้สึกประทับใจ ก็เลยกลับไปกินที่เก่าดีกว่า แค่กินให้อิ่มท้องไม่ได้จุกจิกอะไร ยังไงก็ได้ สรุปมื้อเช้านี้ได้มาแบบนี้ค่ะ  


หลังจากอิ่มหนำ ท้องปริแล้ว ก็เริ่มหันมาสำรวจแผนที่กันอีกที บอกตรงๆ ค่ะ ยอมรับว่าโง่ และขี้เกียจ อีกอย่างดูแผนที่ไม่เป็นค่ะ พยายามหาเส้นทางที่จะเดินตามที่แผนที่บอกเพื่อจะได้เที่ยวทุกจุด และประหยัดเวลา เพราะเคยอ่านเจอว่าถ้าคุณขยันและอ่านแผนที่เป็น เวลาแค่ 1 วันก็เที่ยวทั่วเฟิ่งหวงแล้วหรือให้ดี 2 วันเป็นอย่างต่ำ และสำหรับเราในตอนนั้นเริ่มคิดใหม่ เฮ้อ...วันเดียวจะรอดมั๊ยเนี่ย??? เลยตัดสินใจใหม่ ช่างมันเดินเอาเรื่อยๆนี่แหละ (ต้องขอโทษด้วยนะคะ ที่รายละเอียดจะน้อยไปหน่อย เราไม่ค่อยได้ใส่ใจเรื่องชื่อเสียงเรียงนามสักเท่าไหร่ แค่เห็นสถานที่ก็ตื่นเต้นแล้ว ลืมทุกอย่างไปหมด และที่สำคัญรายละเอียดที่ปริ้นท์ไปไม่ได้หยิบจับออกมาอ่านหรอก เพราะเห็นสถานที่จริงก็สวยงามแล้ว รายละเอียดช่างมันอ่านเอาทีหลังก็ได้) ปล. รูปไม่สวยเท่าไหร่นัก อย่าถือสานะคะ

ขนมตุ๊บตั๊บค่ะ หอมมากๆ ค่ะ แต่เราไม่ได้ชิม เพราะเป็นเบาหวาน ขายกันทั้งเมืองเลยค่ะ แต่เห็นกีวีข้างหลังมั๊ยค่ะ อันนั้นเราซื้อมาชิมค่ะ อร่อยมากๆ ค่ะ หวานพอประมาณ เราคิดว่าน่าจะหวานจากธรรมชาติ ราคาก็ไม่แพงด้วย แบ่งขายเป็นขีดๆ ด้วยค่ะ เราซื้อมา 17 หยวน รวมทั้งหมดที่ใส่อยู่ในโถแก้วนั่นแหละค่ะ กินกันจนหมดทริปเลยค่ะ (13 วันค่ะ กว่าจะหมด)

ร้านนี้ไม่ได้ชิมค่ะ ปรกติร้านแบบนี้ไม่ค่อยได้ชิมเท่าไหร่ อาจเพราะไปคนเดียวก็เลยหาอะไรง่ายๆ กินขี้เกียจส่งภาษาค่ะ อีกอย่างกลัวกินแล้วไม่ชอบ ก็เลยตัดสินใจไม่กินดีกว่า แต่เราไม่เห็นด้วยนะคะ สำหรับคนที่ไปถึงที่นั่นแล้ว ควรที่จะหาอาหารท้องถิ่นมาชิมดูนะคะ ยิ่งไปกันหลายคนยิ่งน่าลองจะได้แบ่งกันทาน อย่างน้อยก็เพื่อประสบการณ์ที่ดีค่ะ

อันนี้ลองชิมมันค่ะ เห็นลูกกลมๆ นั่นมั๊ยค่ะ มันคือมันค่ะมันม่วงๆ นี่แหละค่ะ(มันที่โน้นลูกมันดูกลมๆ นะคะ เราเห็นแต่แบบนั้น) แต่ข้างในเขาจะยัดไส้อะไรหวานๆ เหมือนน้ำตาล เราไม่รู้หรอกค่ะ แต่เผอิญว่าเราไปซื้อมันต้ม หันมาเห็นไอ้เจ้ากลมที่ว่า ทำหน้างง เจ้าของร้านผู้ชาย คนในรูปนั้นแหละค่ะ เขาก็ชี้ไปที่มันต้ม แล้วก็ชี้ไปที่กะทะ เป็นอันเข้าใจว่าน่าจะเป็นมันต้มแล้วเอามาทอดอีกที ก็เลยลองซื้อมาชิมดูค่ะ 1 ลูก 10 หยวนค่ะ สำหรับเราแพงนะ ลูกละ 50 กว่าบาท แต่ก็ซื้อได้อยู่ค่ะ อร่อยดีค่ะ ชอบนะ ตรงกลางหวานกินไม่ได้ ก็บิทิ้งไป อร่อยค่ะ แต่อย่างอื่นไม่ได้ชิมค่ะ อย่างเต้าหู้เหม็นหลายท่านแนะนำให้ลองทาน ก็ไม่ได้ทานค่ะ(กลิ่นก็พอรับได้นะคะ ปลาร้า ไตปลามันเรากลิ่นแรงกว่าเยอะคะ) ไม่ทราบเป็นอะไรความอยากอาหารไม่ค่อยมี อาจเป็นเพราะว่าตื่นเต้นที่ได้เที่ยวก็เป็นได้ 555 (แต่จขกท อ้วนนะคะ กินจุด้วย)

เดินไปหน่อยก็เจอที่นี่ค่ะ อย่าถามชื่อนะคะ อย่างที่บอกตื่นเต้นค่ะ จำอะไรไม่ค่อยได้(แต่เราจะลงข้อมูลรายละเอียดสำคัญของเมืองให้ในตอนจบนะคะ)

อันนี้ Land Mark กว่าจะได้ถ่ายรูปรอจนเมื่อยค่ะ เพราะนักท่องเที่ยวจีนเยอะมากๆ อย่าได้ถามนะคะว่าอยู่ฝั่งไหน ด้านไหน เพราะอย่างที่บอกเดินมั่วๆ ค่ะ ทริปเฟิ่งหวงเดินเหนื่อยมากๆ เพราะหลงทางตลอด จากนั้นก็ไปลงเรือล่องแม่น้ำกันค่ะ สำหรับคนที่ซื้อตั๋วเข้าชมเมืองสามารถที่จะเอาตั๋วใบนี้ไปนั่งเรือฟรีได้นะคะ ไม่ต้องซื้อตั๋วใหม่  หลังจากล่องเรือเสร็จ เขาก็จะจอดให้เราลงที่ท่าน้ำนี้นะคะ

จากนั้นก็ไปกันต่อเลยค่ะ แบบมั่วๆ เหมือนเคยค่ะ เดินไปนิดหน่อยก็จะเจอพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ค่ะ  สำหรับที่นี่ค่าเข้าก็ไม่ต้องเสียเพราะเราเสียไปเรียบร้อยแล้วตอนซื้อตั๋วค่ะ แค่ยื่นตั๋วให้เจ้าหน้าที่ก็พอค่ะ และสำหรับสถานที่ไหนเข้าไปชมแล้ว เจ้าหน้าที่ของเมืองเขาก็จะเจาะตั๋ว นั่นหมายถึงคุณเข้าไปชมแล้วนะ เข้าซ้ำไม่ได้อีกแล้ว แล้วก็หันมาดูแผนที่อีกทีเอาปากกาวงกลมไว้ละกัน เป็นอันรู้ล่ะ ว่ามาที่นี่มาแล้ว กันหลงไว้ จะได้ไม่ต้องเดินวกกลับมาอีก (สำหรับเราให้เจ้าหน้าที่กาให้ค่ะ เพราะว่า 1. ดูแผนที่ไม่เป็น 2. อ่านภาษาจีนไม่ออกค่ะ ...เลยต้องยืมมือคนอื่นแทน)

หลังจากเดินวนอยู่ข้างในสักพัก เริ่มทนไม่ไหวค่ะ หิวแล้วน๊า...หาไรกินกันดีกว่า ว่าแล้วก็สาวเท้า ก้าวออกเดินกันอีกรอบ เดินวนอยู่พักใหญ่ อ้อมเมืองก็แล้ว เข้าซอยใหม่ ออกซอยเดิมก็แล้วไม่รู้เป็นอะไร มองไปทางไหน ก็เจอแต่อาหารไม่ถูกใจ (อันนี้เราไม่แน่ใจว่าเพราะอะไร แต่เราไปจีน 4 วันน้ำหนักลดไป 5 กิโล คาดว่าน่าจะเพราะความอยากอาหารหายไป เพราะความตื่นเต้น) สุดท้ายก็เลยเดินกลับไปร้านเดิมที่เคยกิน สั่งอย่างมั่นใจก๊วยเตี๋ยว 1 ชาม กับเกี๊ยวอีก 1 ถาด (มั่นใจมาก ถึงมากที่สุด เพราะตั้งแต่มาถึงซัดก๊วยเตี๋ยวไปแล้ว 3 ชาม งานนี้สั่งได้อย่างแม่นยำไม่มีพลาด) เมื่ออิ่มหนำสำราญอย่างเต็มทีแล้ว ก็ไม่มีพลาดที่จะยกแผนที่ออกมากาง เหมือนจะเข้าใจเนอะ แต่เปล่าเอาออกมาดูเผื่อจะเข้าใจอะไรขึ้นมาบ้าง ...สุดท้ายก็ไปไม่รอด แต่โชคดี น้องเด็กเสิรฟที่ร้าน เดินเอาตังค์ทอนมาให้ เขาก็เผอิญหันไปเห็นแผนที่ ก็เลยชี้ไปที่จุดชมวิวมุมสูงในแผนที่ แล้วก็กวักมือเราให้เดินตามเขาออกไป โอ้....ไม่น่าเชื่อจากร้านก๊วยเตี๋ยวเดินออกไปไม่กี่ก้าว ก็ถึงตีนบันไดขึ้นเขาไปจุดชมวิวแล้ว เส้นผมบังภูเขาแท้ๆ ต้องยกความดีให้น้องเขาเนอะ ... ถ้าไม่ได้เขาก็ไม่รู้ว่าคืออะไร เห็นแค่กระไดสูง คนขึ้นไปเยอะๆ แต่เราก็บายดีกว่า เพราะสูงมากขึ้นบันไดไม่ค่อยไหว หอบอีกต่างหาก ไม่เอาดีกว่า แต่เห็นความพยายามของน้องเด็กเสิรฟที่อยากให้เราเห็นมุมสวยๆ ของบ้านเขา ....ก็อืม...พยักหน้ายิ้ม ขอบคุณงามๆ จากนั้นก็ก้าวขาขึ้นบันได ไปอย่างสง่าพร้อมกับประชดในใจ อย่างงามๆ ว่า ช่างเป็นเจ้าบ้านที่ดีจริงๆ ถามฉ้านหรือยังว่า...ว่าจะเอาขาใหญ่ ร้างอ้วน ขึ้นไปไหวมั๊ย....แต่ถ้าเป็นคุณ ฉันก็เชื่อว่าคุณจะต้องพยายามอย่างที่สุด เพราะเมื่อขึ้นมาได้สัก 5 ขั้น น้องคนนั้นก็ยังคงยืนดูว่าเราจะเดินไปถูกทางมั๊ย พร้อมกับโบกมือหยอยๆๆใส่อีก... เฮ้อ..เอาน๊อ...ยัยอ้วนสู้ สู้ สุดท้ายก็ไปไม่รอดค่ะ ขึ้นมาได้แค่ครึ่งทาง แต่ก็นับว่าคุ้มอย่างที่สุดสำหรับเรา ต้องขอขอบคุณ คุณน้องเด็กเสริฟจ้า..
ชื่อสินค้า:   กทม - ฉางซา – เฟิ่งหวง – จางเจี่ยเจี้ย (อู่หลิงหยวน-เทียนเหมินซาน) – อู่ฮั่น – กว่างโจว – กทม ตอนที่ 1
คะแนน:     
**CR - Consumer Review : ผู้เขียนรีวิวนี้เป็นผู้ซื้อสินค้าหรือเสียค่าบริการเอง ไม่มีผู้สนับสนุนให้สินค้าหรือบริการฟรี และผู้เขียนรีวิวไม่ได้รับสิ่งตอบแทนในการเขียนรีวิว
แก้ไขข้อความเมื่อ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่