สุดยอดความคิดเห็น
ความคิดเห็นที่ 15
อัตราดอกเบี้ยเงินฝากธนาคารต่ำมาก
ถ้าคิดจะลงทุน แบบไม่ต้องลงแรง และ ไม่หวังรวยเร็ว
เลือกซื้อหุ้นปันผล ที่ผลประกอบการมีกำไร และ มีจ่ายเงินปันผลสม่ำเสมอ
อัตราเงินปันผล 6 % หรือสูงกว่า กระจายไป 4 ตัว ตัวละ 250,000 บาท
จะมีเงินปันผล ปีละประมาณ 60,000 บาท เฉลี่ยเดือนละ 5,000 บาท ความเป็นไปได้มากกว่า 80 %
เมื่อซื้อหุ้นแล้ว ก็ต้องคอยติดตามผลประกอบการทุก 3 เดือน ถ้าผลประกอบการแย่ลงอย่างมีนัยสำคัญ
คือผลประกอบการกำไรลดลงมาก หรือ มาเป็นขาดทุน
ก็ต้องหาสาเหตุว่า เป็นแค่ช่วงสั้นหรือไม่ และมีโอกาสจะกลับมาดีขึ้นไหม
ถ้าไม่ใช่ ก็ควรขายออกไป แล้วไปเลือกซื้อตัวอื่น
เงินปันผลที่ได้รับมา ก็เอามารอจังหวะซื้อหุ้นทบเข้าไป ทำไปเรื่อย ทบเข้าไป
จำนวนหุ้นก็จะมากขึ้น เงินปันผลก็จะมากขึ้น
และไม่ควรใส่ใจกับราคาหุ้นที่ขึ้นลงในช่วงสั้น ตราบใดที่อัตราเงินปันผลยังสูงกว่า 6 %
หรือถ้าราคาหุ้นลดลง อัตราเงินปันผลจะมากขึ้น มีเงินก็ซื้อเพิ่ม
แล้วต่อไป มูลค่าเงินลงทุน จะสูงขึ้นเรื่อย
อีกอย่าง ถ้าราคาหุ้นที่ซื้อไว้ ขึ้นไปสูงมาก แล้วคิดว่า น่าจะมีย่อตัว อาจขายไปบางส่วน เพื่อรอซื้อกลับ เป็นการลดต้นทุน
คือประมาณ 20 % ของจำนวนหุ้น แล้วรอซื้อกลับ ถ้าขายแล้วขึ้นต่อ ก็ไม่ต้องทำอะไรกับหุ้นตัวนั้น
เอาเงินที่ขายได้ไปซื้อตัวอื่นที่อยู่ในพอร์ต ที่ราคายังไม่สูง
เป็นการซื้อแบบลงทุน ปลอดภัย ไม่ใช่เล่นเก็งกำไร
พอร์ตนี้ ประมาณ 4 ปีกว่า จากเงินลงทุน 6.3 ล้านบาท
CPF คิดจากราคาปัจจุบัน อัตราเงินปันผลต่ำ แต่ซื้อมาตั้งแต่ 4 บาท มีขายไปแล้วซื้อกลับตอนราคาสูง
CPALL มีไม่มาก เป็น Growth Stock เน้นกำไรจากส่วนต่างราคา
PATO TMT TTW เพิ่งซื้อไม่นาน คิดจากราคาซื้อ อัตราเงินปันผลมากกว่า 7 %
PATO ซื้อมาตอน 12.00 บาท ขายไป 10,000 หุ้น 12.90 ซื้อกลับแล้วที่ 12.60 ราคาในพอร์ตสูงขึ้น แต่ต้นทุนจริงต่ำลง
ถ้าคิดจะลงทุน แบบไม่ต้องลงแรง และ ไม่หวังรวยเร็ว
เลือกซื้อหุ้นปันผล ที่ผลประกอบการมีกำไร และ มีจ่ายเงินปันผลสม่ำเสมอ
อัตราเงินปันผล 6 % หรือสูงกว่า กระจายไป 4 ตัว ตัวละ 250,000 บาท
จะมีเงินปันผล ปีละประมาณ 60,000 บาท เฉลี่ยเดือนละ 5,000 บาท ความเป็นไปได้มากกว่า 80 %
เมื่อซื้อหุ้นแล้ว ก็ต้องคอยติดตามผลประกอบการทุก 3 เดือน ถ้าผลประกอบการแย่ลงอย่างมีนัยสำคัญ
คือผลประกอบการกำไรลดลงมาก หรือ มาเป็นขาดทุน
ก็ต้องหาสาเหตุว่า เป็นแค่ช่วงสั้นหรือไม่ และมีโอกาสจะกลับมาดีขึ้นไหม
ถ้าไม่ใช่ ก็ควรขายออกไป แล้วไปเลือกซื้อตัวอื่น
เงินปันผลที่ได้รับมา ก็เอามารอจังหวะซื้อหุ้นทบเข้าไป ทำไปเรื่อย ทบเข้าไป
จำนวนหุ้นก็จะมากขึ้น เงินปันผลก็จะมากขึ้น
และไม่ควรใส่ใจกับราคาหุ้นที่ขึ้นลงในช่วงสั้น ตราบใดที่อัตราเงินปันผลยังสูงกว่า 6 %
หรือถ้าราคาหุ้นลดลง อัตราเงินปันผลจะมากขึ้น มีเงินก็ซื้อเพิ่ม
แล้วต่อไป มูลค่าเงินลงทุน จะสูงขึ้นเรื่อย
อีกอย่าง ถ้าราคาหุ้นที่ซื้อไว้ ขึ้นไปสูงมาก แล้วคิดว่า น่าจะมีย่อตัว อาจขายไปบางส่วน เพื่อรอซื้อกลับ เป็นการลดต้นทุน
คือประมาณ 20 % ของจำนวนหุ้น แล้วรอซื้อกลับ ถ้าขายแล้วขึ้นต่อ ก็ไม่ต้องทำอะไรกับหุ้นตัวนั้น
เอาเงินที่ขายได้ไปซื้อตัวอื่นที่อยู่ในพอร์ต ที่ราคายังไม่สูง
เป็นการซื้อแบบลงทุน ปลอดภัย ไม่ใช่เล่นเก็งกำไร
พอร์ตนี้ ประมาณ 4 ปีกว่า จากเงินลงทุน 6.3 ล้านบาท
CPF คิดจากราคาปัจจุบัน อัตราเงินปันผลต่ำ แต่ซื้อมาตั้งแต่ 4 บาท มีขายไปแล้วซื้อกลับตอนราคาสูง
CPALL มีไม่มาก เป็น Growth Stock เน้นกำไรจากส่วนต่างราคา
PATO TMT TTW เพิ่งซื้อไม่นาน คิดจากราคาซื้อ อัตราเงินปันผลมากกว่า 7 %
PATO ซื้อมาตอน 12.00 บาท ขายไป 10,000 หุ้น 12.90 ซื้อกลับแล้วที่ 12.60 ราคาในพอร์ตสูงขึ้น แต่ต้นทุนจริงต่ำลง
เป็บซี่กับถั่ว ถูกใจ, G.ShamanCrazy ถูกใจ, เม่าน้อยดอยนาน ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 748383 ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 707843 ถูกใจ, มิลิยานา ทึ่ง, weerasorn ถูกใจ, มารหุ้นแสวงพ่าย ทึ่ง, มโนมยิทธิ ถูกใจ, Blue Gingga ถูกใจรวมถึงอีก 10 คน ร่วมแสดงความรู้สึก
▼ กำลังโหลดข้อมูล... ▼
แสดงความคิดเห็น
คุณสามารถแสดงความคิดเห็นกับกระทู้นี้ได้ด้วยการเข้าสู่ระบบ
กระทู้ที่คุณอาจสนใจ
อ่านกระทู้อื่นที่พูดคุยเกี่ยวกับ
หุ้น
ถ้าตอนนี้คุณมีตังค์เก็บ 1 ล้าน คุณจะซื้อ?