คาดปริมาณการใช้งานแบนด์วิธเน็ต เพิ่มขึ้นกว่า 20 % แตะระดับ 1.6 เซ็ตตาไบต์ ภายในปี 61
นายวัตสัน ถิรภัทรพงศ์ กรรมการผู้จัดการประจำประเทศไทยและอินโดจีนของซิสโก้ กล่าวว่า"รายงาน Cisco Visual Networking Index เมื่อ 9ปีที่แล้วคาดการณ์ว่าแทรฟฟิกไอพีทั่วโลกจะแตะระดับเซ็ตตาไบต์ และวันนี้ เราก็กำลังอยู่ใน ‘ยุคเซ็ตตาไบต์' โดยมีนวัตกรรมและการเปลี่ยนแปลงมากมายในแวดวงอุตสาหกรรมต่างๆ การเกิดขึ้นของ ‘Internet of Everything’ (IoE) ประกอบกับความต้องการที่เพิ่มขึ้นของ Network Mobility และการเกิดขึ้นของวิดีโอ 4K ถือเป็นแนวโน้มสำคัญในปีนี้ ซึ่งจะช่วยขยายโอกาสแก่เซอร์วิส โพรวายเดอร์ ทั้งในปัจจุบันและอนาคตอันใกล้"
“ด้วยจำนวนที่เพิ่มมากขึ้นของสมาร์ทโฟน การส่งผ่านข้อมูลมือถือ รวมถึงปริมาณการใช้แบนด์วิธสำหรับวิดีโอ (Video Traffic) ทำให้จำนวนของผู้ใช้อินเทอร์เน็ตความเร็วสูงในประเทศไทยตอนนี้แตะระดับ 26 ล้านคน หรือ 37% ของประชากรทั้งหมด และคาดการณ์ว่าจะเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าในปีนี้ (กระทรวงไอซีที, 2014) ในช่วงสามปีที่ผ่านมา จำนวนผู้ใช้อินเทอร์เน็ตบรอดแบนด์ของไทยได้เพิ่มขึ้นกว่า 183% มีการใช้งานโซเชียลมีเดียถึง 39 ล้านราย โดยความเร็วเฉลี่ยของอินเทอร์เน็ต บรอดแบนด์ทั่วประเทศอยู่ที่ 21 เมกะบิตต่อวินาทีซึ่งเป็นค่าเฉลี่ยที่สูงกว่าความเร็วของอินเทอร์เน็ตบรอดแบนด์ทั่วโลกที่ 18 เมกะบิตต่อวินาที (True Online, มิถุนายน 2014) ซึ่งจะเห็นได้ว่าInternet of Everything (IOE) มีการเติบโตอย่างรวดเร็ว ในขณะที่ความจำเป็นในการเชื่อมต่อก็ยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง รวมถึงร่างแผนแม่บทเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ฉบับที่ 3) ที่มีเป้าหมายในการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตและเครือข่ายโครงสร้างพื้นฐานที่ครอบคลุมร้อยละ 80 ของประเทศในปี 2558 และร้อยละ 95 ในปี 2563 ทั้งหมดนี้จะเป็นการสร้างโอกาสที่สำคัญให้กับเซอร์วิส โพรวายเดอร์ ในการสร้างมูลค่าจาก Internet of Everything และทำให้องค์กรธุรกิจต่างๆเตรียมพร้อมในการใช้ประโยชน์สูงสุดจาก Internet of Everything”
รายงานคาดการณ์ Cisco® Visual Networking Index™ ทั่วโลกและการปรับใช้บริการสำหรับปี 2556ถึง 2561ชี้ว่า แทรฟฟิกอินเทอร์เน็ตโปรโตคอล (ไอพี) ทั่วโลกจะเพิ่มขึ้นเกือบ 3เท่าใน 5ปีข้างหน้า เนื่องจากมีผู้ใช้อินเทอร์เน็ตและอุปกรณ์พกพาเพิ่มมากขึ้น การบริการบรอดแบนด์ที่มีความเร็วมากขึ้น และการรับชมวิดีโอเพิ่มมากขึ้น แทรฟฟิกไอพีทั่วโลกสำหรับเครือข่ายพื้นฐานและเครือข่ายโมบายล์คาดว่าจะแตะระดับ 1.6เซ็ตตาไบต์ต่อปี* หรือกว่า 1.5ล้านล้านกิกะไบต์ต่อปี ภายในปี 2561 และคาดว่าแทรฟฟิกไอพีสำหรับปี 2561จะมากกว่าแทรฟฟิกไอพีทั้งหมดที่เกิดขึ้นทั่วโลกในปี 2527 – 2556 (1.3เซ็ตตาไบต์) ส่วนประกอบของแทรฟฟิกไอพีจะเปลี่ยนแปลงอย่างมากในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า โดยในช่วงระยะเวลาที่คาดการณ์ แทรฟฟิกส่วนใหญ่จะเกิดจากอุปกรณ์อื่นที่ไม่ใช่คอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล (พีซี) เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของอินเทอร์เน็ต แทรฟฟิก Wi-Fi จะมากเกินกว่าแทรฟฟิกบนเครือข่ายพื้นฐาน และวิดีโอความละเอียดสูง (HD) จะสร้างแทรฟฟิกมากกว่าวิดีโอความละเอียดมาตรฐาน (SD)
นอกจากนี้ Internet of Everything จะเติบโตเพิ่มมากขึ้น และภายในปี 2561จะมีการเชื่อมต่อระหว่างอุปกรณ์ (Machine-to-Machine หรือ M2M) เกือบเท่ากับจำนวนประชากรทั่วโลก ขณะที่รถยนต์อัจฉริยะ (Smart Cars) จะมีโมดูล M2M เกือบ 4โมดูลต่อรถยนต์หนึ่งคัน
ฟุตบอลโลก 2014ผลักดันปริมาณการใช้งานแบนด์วิธอินเทอร์เน็ต (แทรฟฟิกอินเทอร์เน็ต)
ขณะที่ฟุตบอลโลก FIFA World Cup 2014เริ่มต้นเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 12มิถุนายน คาดว่าจะมีประชาชนหลายล้านคนรับชมเกม และ/หรือภาพไฮไลต์ผ่านทางอินเทอร์เน็ต ส่วนวิดีโอสตรีมมิ่งและการถ่ายทอดฟุตบอลโลกทางไอพีคาดว่าจะก่อให้เกิดแทรฟฟิกไอพี 4.3เอ็กซาไบต์ ซึ่งมากกว่า 3เท่า เมื่อเทียบกับแทรฟฟิกไอพีรายเดือนในประเทศบราซิลในปัจจุบัน นอกจากนี้ ยังคาดการณ์ว่าแทรฟฟิกอินเทอร์เน็ตที่สร้างโดยผู้ชมราว 60,000คนในสนามแข่ง รวมถึงคนที่กำลังเดินทางไปชมการแข่งขัน จะแซงหน้าแทรฟฟิกในชั่วโมงเร่งด่วนของผู้ใช้สมาร์ทโฟน 94ล้านคนในบราซิล
แทรฟฟิกไอพีทั่วโลกคาดว่าจะแตะระดับ 132เอ็กซาไบต์ต่อเดือนภายในปี 2561ซึ่งเทียบเท่ากับ:
• 8.8พันล้านหน้าจอที่กำลังสตรีมภาพการแข่งขันฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายด้วยความละเอียด Ultra-HD/4K ในเวลาเดียวกัน
• 5.5พันล้านคนที่กำลังรับชมภาพยนตร์ "Game of Thrones" ซีซั่น 4ผ่านทางวิดีโอออนดีมานด์ในรูปแบบ HD หรือ 1.5พันล้านคนที่กำลังรับชมในรูปแบบ Ultra-HD/4K
• คลิปวิดีโอ 4.5ล้านล้านคลิปบน YouTube และ
• 940พันล้านล้านข้อความ (Text Message)
รายงานคาดการณ์ Cisco VNI ฉบับอัพเดตนี้ครอบคลุมแนวโน้มการเติบโตของแทรฟฟิกไอพีบนเครือข่ายพื้นฐานและการปรับใช้บริการทั่วโลก โดยนำเสนอข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับรายงานคาดการณ์แทรฟฟิกข้อมูลโมบายล์ทั่วโลก (Cisco VNI Global Mobile Data Traffic Forecast) ซึ่งตีพิมพ์เผยแพร่เมื่อต้นปีนี้
*หนึ่งเซ็ตตาไบต์ (Zettabyte) เท่ากับ 1,000เอ็กซาไบต์ (Exabyte) และ 1,000เซ็ตตาไบต์เท่ากับหนึ่งยอตตาไบต์ (Yottabyte)
** ชั่วโมงเร่งด่วนหมายถึงช่วงเวลา 60นาทีที่มีปริมาณแทรฟฟิกโดยรวมสูงสุดในช่วง 24ชั่วโมง
ประเด็นสำคัญ: การคาดการณ์แทรฟฟิกทั่วโลกและปัจจัยผลักดันการปรับใช้บริการ
1) แทรฟฟิกไอพี
• โทรศัพท์มือถือและอุปกรณ์พกพาอื่นๆ ที่ไม่ใช่พีซีจะผลักดันแทรฟฟิกอินเทอร์เน็ตส่วนใหญ่ภายในปี 2561โดยในปี 2556ราว 33เปอร์เซ็นต์ของแทรฟฟิกไอพีเกิดขึ้นจากอุปกรณ์ที่ไม่ใช่พีซี แต่ภายในปี 2561สัดส่วนแทรฟฟิกจากอุปกรณ์ที่ไม่ใช่พีซีจะเพิ่มเป็น 57เปอร์เซ็นต์ ทั้งนี้ แทรฟฟิกที่เกิดจากพีซีจะเพิ่มขึ้นโดยเฉลี่ย 10เปอร์เซ็นต์ต่อปี ขณะที่อุปกรณ์/การเชื่อมต่ออื่นๆ จะมีแทรฟฟิกเพิ่มขึ้นในอัตราที่สูงกว่า เช่น ทีวี (18เปอร์เซ็นต์), แท็บเล็ต (74เปอร์เซ็นต์), สมาร์ทโฟน (64เปอร์เซ็นต์) และการเชื่อมต่อ M2M (84เปอร์เซ็นต์)
• แทรฟฟิกอินเทอร์เน็ตในชั่วโมงเร่งด่วนเพิ่มขึ้นในอัตราที่รวดเร็วกว่าแทรฟฟิกอินเทอร์เน็ตโดยเฉลี่ย กล่าวคือ แทรฟฟิกอินเทอร์เน็ตในชั่วโมงเร่งด่วนเพิ่มขึ้น 32เปอร์เซ็นต์ในปี 2556เทียบกับการเติบโต 25เปอร์เซ็นต์ของแทรฟฟิกอินเทอร์เน็ตโดยเฉลี่ย (Average Internet Traffic)
• แทรฟฟิกอินเทอร์เน็ตที่เกิดขึ้นบนเครือข่ายในตัวเมืองแซงหน้าแทรฟฟิกบนเครือข่ายนอกเมืองหรือระยะไกล (Long-haul link) ในปี 2556โดยแทรฟฟิกในเมืองจะเพิ่มขึ้นในอัตราที่รวดเร็วกว่าแทรฟฟิกระยะไกลเกือบ 2เท่าในช่วงปี 2556ถึง 2561 การเติบโตนี้ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจาก Content Delivery Network ซึ่งจะรองรับมากกว่าครึ่งหนึ่งของแทรฟฟิกอินเทอร์เน็ตทั้งหมดภายในปี 2561
2) ไอพีวิดิโอ (IP Video)
• ไอพีวิดีโอ (IP video) จะคิดเป็นสัดส่วน 79เปอร์เซ็นต์ของแทรฟฟิกไอพีทั้งหมดภายในปี 2561เพิ่มขึ้นจาก 66เปอร์เซ็นต์ในปี 2556
• วิดีโอ Ultra HD จะคิดเป็นสัดส่วน 11เปอร์เซ็นต์ของวิดีโอไอพีภายในปี 2561เพิ่มขึ้นจาก 0.1เปอร์เซ็นต์ในปี 2556 ส่วนวิดีโอ HD จะครองสัดส่วน 52เปอร์เซ็นต์ของวิดีโอไอพีภายในปี 2561 (เพิ่มขึ้นจาก 36เปอร์เซ็นต์) และ SD จะครองสัดส่วนที่เหลือ 37เปอร์เซ็นต์ (ลดลงจาก 64เปอร์เซ็นต์)
3) แทรฟฟิกไอพีตามประเภทการเข้าถึง
• อุปกรณ์ที่เชื่อมต่อด้วย Wi-Fi และเครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ จะสร้างแทรฟฟิกไอพี 61เปอร์เซ็นต์ในปี 2561โดย Wi-Fi จะคิดเป็นสัดส่วน 49เปอร์เซ็นต์ และเครือข่ายเซลลูลาร์มีสัดส่วนอยู่ที่ 12เปอร์เซ็นต์ แทรฟฟิกบนเครือข่ายพื้นฐานจะมีสัดส่วนเพียง 39เปอร์เซ็นต์ของแทรฟฟิกไอพีทั้งหมดภายในปี 2561และเมื่อเปรียบเทียบกันแล้ว Wi-Fi อยู่ที่ 41เปอร์เซ็นต์ เซลลูลาร์อยู่ที่ 3เปอร์เซ็นต์ และเครือข่ายพื้นฐานอยู่ที่ 56เปอร์เซ็นต์ในปี 2556
• ปกรณ์ที่เชื่อมต่อด้วย Wi-Fi และเครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ จะสร้างแทรฟฟิกอินเทอร์เน็ต 76เปอร์เซ็นต์ในปี 2561โดย Wi-Fi จะคิดเป็นสัดส่วน 61เปอร์เซ็นต์ และเครือข่ายเซลลูลาร์มีสัดส่วนอยู่ที่ 15เปอร์เซ็นต์ แทรฟฟิกบนเครือข่ายพื้นฐานจะมีสัดส่วนเพียง 24เปอร์เซ็นต์ของแทรฟฟิกอินเทอร์เน็ตทั้งหมดภายในปี 2561และเมื่อเปรียบเทียบกันแล้ว Wi-Fi อยู่ที่ 55เปอร์เซ็นต์ เซลลูลาร์อยู่ที่ 4เปอร์เซ็นต์ และเครือข่ายพื้นฐานอยู่ที่ 41เปอร์เซ็นต์ในปี 2556
4) อุปกรณ์/การเชื่อมต่อ
• ภายในปี 2561จะมีการเชื่อมต่อเครือข่ายทั่วโลกเกือบ 21พันล้านจุด (รวมถึงอุปกรณ์ส่วนบุคคลบนเครือข่ายพื้นฐาน/โมบายล์, การเชื่อมต่อ M2M และอื่นๆ) เพิ่มขึ้นจาก 12.4พันล้านจุดเชื่อมต่อเมื่อปี 2556
• ภายในปี 2561จะมีอุปกรณ์บนเครือข่าย/การเชื่อมต่อทั่วโลก 2.7จุดต่อประชากรหนึ่งคน เพิ่มขึ้นจาก 1.7จุดต่อคนเมื่อปี 2556
• จะมีการเชื่อมต่อ M2M ราว 7.3พันล้านจุดทั่วโลก หรือเท่ากับการเชื่อมต่อ M2M เกือบ 1จุดต่อคน (คาดการณ์จำนวนประชากร 7.6พันล้านคนในปี 2561)
• จะมีอุปกรณ์ที่เชื่อมต่อเครือข่ายพื้นฐานและโมบายล์ที่รองรับ IPv6ราว 10พันล้านเครื่องในปี 2561เพิ่มขึ้นจาก 2พันล้านเครื่องในปี 2556
5) ความเร็วบรอดแบนด์ที่เพิ่มขึ้น
• ความเร็วบรอดแบนด์ทั่วโลกจะแตะระดับ 42 Mbps ภายในปี 2561เพิ่มขึ้นจาก 16 Mbps ในปี 2556
• การเชื่อมต่อบรอดแบนด์ส่วนใหญ่คาดว่าอยู่ที่ 55เปอร์เซ็นต์ จะเร็วกว่า 10 Mbps ภายในปี 2561โดยความเร็วเฉลี่ยของบรอดแบนด์ในญี่ปุ่นและเกาหลีใต้จะแตะระดับ 100 Mbps ในปี 2561
6) การปรับใช้บริการขั้นสูง
• ‘วิดีโอออนไลน์’ จะเป็นบริการอินเทอร์เน็ตในที่พักอาศัยที่เติบโตเร็วที่สุด ด้วยอัตราเติบโตเฉลี่ย 10เปอร์เซ็นต์ในช่วงปี 2556-2561โดยจำนวนผู้ใช้เพิ่มขึ้นจาก 1.2พันล้านคนเป็น 1.9พันล้านคนภายในปี 2561
• การบริการตามตำแหน่งที่ตั้ง (Location-based Services) บนเครือข่ายโมบายล์ จะเป็นบริการโมบายล์สำหรับผู้บริโภคที่เติบโตเร็วที่สุด ด้วยอัตราเติบโตเฉลี่ย 36เปอร์เซ็นต์ในช่วงปี 2556-2561โดยจำนวนผู้ใช้เพิ่มขึ้นจาก 236ล้านคนเป็นกว่า 1พันล้านคนในปี 2561
• ‘การประชุมวิดีโอทางไกลบนเดสก์ท็อปและอุปกรณ์ส่วนบุคคล’ จะเป็นบริการอินเทอร์เน็ตสำหรับธุรกิจที่เติบโตเร็วที่สุด ด้วยอัตราเติบโตเฉลี่ย 45เปอร์เซ็นต์ในช่วงปี 2556-2561โดยจำนวนผู้ใช้เพิ่มขึ้นจาก 37ล้านคนเป็น 238ล้านคนในปี 2561
การคาดการณ์ที่สำคัญในการเติบโตในระดับภูมิภาคและระดับประเทศ
• ภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก (APAC) จะสร้างแทรฟฟิกไอพีมากที่สุดภายในปี 2561โดยอยู่ที่ 47.6เอ็กซาไบต์ (36เปอร์เซ็นต์ของแทรฟฟิกไอพีทั่วโลก) ต่อเดือน ด้วยจำนวนประชากรและจำนวนอุปกรณ์/การเชื่อมต่อมากที่สุดในโลก การใช้งานเครือข่ายที่เพิ่มขึ้นของ APAC จะยังคงเป็นภูมิภาคที่สร้างแทรฟฟิกมากที่สุดจนถึงปี 2561
• ภูมิภาคตะวันออกกลางและแอฟริกา (MEA) จะยังคงมีแทรฟฟิกไอพีเติบโตเร็วที่สุดในช่วงปี 2556 – 2561โดยเพิ่มขึ้น 5เท่า และอัตราเติบโตเฉลี่ย 38เปอร์เซ็นต์
• ภายในปี 2561ประเทศที่สร้างแทรฟฟิกสูงสุดจะได้แก่ สหรัฐฯ ด้วยปริมาณแทรฟฟิก 37เอ็กซาไบต์ต่อเดือน และจีน ซึ่งอยู่ที่ 18เอ็กซาไบต์ต่อเดือน
• ประเทศที่มีแทรฟฟิกไอพีเติบโตเร็วที่สุดคือ อินเดีย ด้วยอัตราเติบโตเฉลี่ย 39เปอร์เซ็นต์ในช่วงตั้งแต่ปี 2556ถึง 2561ตามมาด้วยอินโดนีเซีย ซึ่งมีอัตราเติบโตเฉลี่ย 37เปอร์เซ็นต์
http://www.manager.co.th/Home/ViewNews.aspx?NewsID=9570000068822
คาดปริมาณการใช้งานแบนด์วิธเน็ต เพิ่มขึ้นกว่า 20 % แตะระดับ 1.6 เซ็ตตาไบต์ ภายในปี 61
นายวัตสัน ถิรภัทรพงศ์ กรรมการผู้จัดการประจำประเทศไทยและอินโดจีนของซิสโก้ กล่าวว่า"รายงาน Cisco Visual Networking Index เมื่อ 9ปีที่แล้วคาดการณ์ว่าแทรฟฟิกไอพีทั่วโลกจะแตะระดับเซ็ตตาไบต์ และวันนี้ เราก็กำลังอยู่ใน ‘ยุคเซ็ตตาไบต์' โดยมีนวัตกรรมและการเปลี่ยนแปลงมากมายในแวดวงอุตสาหกรรมต่างๆ การเกิดขึ้นของ ‘Internet of Everything’ (IoE) ประกอบกับความต้องการที่เพิ่มขึ้นของ Network Mobility และการเกิดขึ้นของวิดีโอ 4K ถือเป็นแนวโน้มสำคัญในปีนี้ ซึ่งจะช่วยขยายโอกาสแก่เซอร์วิส โพรวายเดอร์ ทั้งในปัจจุบันและอนาคตอันใกล้"
“ด้วยจำนวนที่เพิ่มมากขึ้นของสมาร์ทโฟน การส่งผ่านข้อมูลมือถือ รวมถึงปริมาณการใช้แบนด์วิธสำหรับวิดีโอ (Video Traffic) ทำให้จำนวนของผู้ใช้อินเทอร์เน็ตความเร็วสูงในประเทศไทยตอนนี้แตะระดับ 26 ล้านคน หรือ 37% ของประชากรทั้งหมด และคาดการณ์ว่าจะเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าในปีนี้ (กระทรวงไอซีที, 2014) ในช่วงสามปีที่ผ่านมา จำนวนผู้ใช้อินเทอร์เน็ตบรอดแบนด์ของไทยได้เพิ่มขึ้นกว่า 183% มีการใช้งานโซเชียลมีเดียถึง 39 ล้านราย โดยความเร็วเฉลี่ยของอินเทอร์เน็ต บรอดแบนด์ทั่วประเทศอยู่ที่ 21 เมกะบิตต่อวินาทีซึ่งเป็นค่าเฉลี่ยที่สูงกว่าความเร็วของอินเทอร์เน็ตบรอดแบนด์ทั่วโลกที่ 18 เมกะบิตต่อวินาที (True Online, มิถุนายน 2014) ซึ่งจะเห็นได้ว่าInternet of Everything (IOE) มีการเติบโตอย่างรวดเร็ว ในขณะที่ความจำเป็นในการเชื่อมต่อก็ยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง รวมถึงร่างแผนแม่บทเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ฉบับที่ 3) ที่มีเป้าหมายในการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตและเครือข่ายโครงสร้างพื้นฐานที่ครอบคลุมร้อยละ 80 ของประเทศในปี 2558 และร้อยละ 95 ในปี 2563 ทั้งหมดนี้จะเป็นการสร้างโอกาสที่สำคัญให้กับเซอร์วิส โพรวายเดอร์ ในการสร้างมูลค่าจาก Internet of Everything และทำให้องค์กรธุรกิจต่างๆเตรียมพร้อมในการใช้ประโยชน์สูงสุดจาก Internet of Everything”
รายงานคาดการณ์ Cisco® Visual Networking Index™ ทั่วโลกและการปรับใช้บริการสำหรับปี 2556ถึง 2561ชี้ว่า แทรฟฟิกอินเทอร์เน็ตโปรโตคอล (ไอพี) ทั่วโลกจะเพิ่มขึ้นเกือบ 3เท่าใน 5ปีข้างหน้า เนื่องจากมีผู้ใช้อินเทอร์เน็ตและอุปกรณ์พกพาเพิ่มมากขึ้น การบริการบรอดแบนด์ที่มีความเร็วมากขึ้น และการรับชมวิดีโอเพิ่มมากขึ้น แทรฟฟิกไอพีทั่วโลกสำหรับเครือข่ายพื้นฐานและเครือข่ายโมบายล์คาดว่าจะแตะระดับ 1.6เซ็ตตาไบต์ต่อปี* หรือกว่า 1.5ล้านล้านกิกะไบต์ต่อปี ภายในปี 2561 และคาดว่าแทรฟฟิกไอพีสำหรับปี 2561จะมากกว่าแทรฟฟิกไอพีทั้งหมดที่เกิดขึ้นทั่วโลกในปี 2527 – 2556 (1.3เซ็ตตาไบต์) ส่วนประกอบของแทรฟฟิกไอพีจะเปลี่ยนแปลงอย่างมากในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า โดยในช่วงระยะเวลาที่คาดการณ์ แทรฟฟิกส่วนใหญ่จะเกิดจากอุปกรณ์อื่นที่ไม่ใช่คอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล (พีซี) เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของอินเทอร์เน็ต แทรฟฟิก Wi-Fi จะมากเกินกว่าแทรฟฟิกบนเครือข่ายพื้นฐาน และวิดีโอความละเอียดสูง (HD) จะสร้างแทรฟฟิกมากกว่าวิดีโอความละเอียดมาตรฐาน (SD)
นอกจากนี้ Internet of Everything จะเติบโตเพิ่มมากขึ้น และภายในปี 2561จะมีการเชื่อมต่อระหว่างอุปกรณ์ (Machine-to-Machine หรือ M2M) เกือบเท่ากับจำนวนประชากรทั่วโลก ขณะที่รถยนต์อัจฉริยะ (Smart Cars) จะมีโมดูล M2M เกือบ 4โมดูลต่อรถยนต์หนึ่งคัน
ฟุตบอลโลก 2014ผลักดันปริมาณการใช้งานแบนด์วิธอินเทอร์เน็ต (แทรฟฟิกอินเทอร์เน็ต)
ขณะที่ฟุตบอลโลก FIFA World Cup 2014เริ่มต้นเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 12มิถุนายน คาดว่าจะมีประชาชนหลายล้านคนรับชมเกม และ/หรือภาพไฮไลต์ผ่านทางอินเทอร์เน็ต ส่วนวิดีโอสตรีมมิ่งและการถ่ายทอดฟุตบอลโลกทางไอพีคาดว่าจะก่อให้เกิดแทรฟฟิกไอพี 4.3เอ็กซาไบต์ ซึ่งมากกว่า 3เท่า เมื่อเทียบกับแทรฟฟิกไอพีรายเดือนในประเทศบราซิลในปัจจุบัน นอกจากนี้ ยังคาดการณ์ว่าแทรฟฟิกอินเทอร์เน็ตที่สร้างโดยผู้ชมราว 60,000คนในสนามแข่ง รวมถึงคนที่กำลังเดินทางไปชมการแข่งขัน จะแซงหน้าแทรฟฟิกในชั่วโมงเร่งด่วนของผู้ใช้สมาร์ทโฟน 94ล้านคนในบราซิล
แทรฟฟิกไอพีทั่วโลกคาดว่าจะแตะระดับ 132เอ็กซาไบต์ต่อเดือนภายในปี 2561ซึ่งเทียบเท่ากับ:
• 8.8พันล้านหน้าจอที่กำลังสตรีมภาพการแข่งขันฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายด้วยความละเอียด Ultra-HD/4K ในเวลาเดียวกัน
• 5.5พันล้านคนที่กำลังรับชมภาพยนตร์ "Game of Thrones" ซีซั่น 4ผ่านทางวิดีโอออนดีมานด์ในรูปแบบ HD หรือ 1.5พันล้านคนที่กำลังรับชมในรูปแบบ Ultra-HD/4K
• คลิปวิดีโอ 4.5ล้านล้านคลิปบน YouTube และ
• 940พันล้านล้านข้อความ (Text Message)
รายงานคาดการณ์ Cisco VNI ฉบับอัพเดตนี้ครอบคลุมแนวโน้มการเติบโตของแทรฟฟิกไอพีบนเครือข่ายพื้นฐานและการปรับใช้บริการทั่วโลก โดยนำเสนอข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับรายงานคาดการณ์แทรฟฟิกข้อมูลโมบายล์ทั่วโลก (Cisco VNI Global Mobile Data Traffic Forecast) ซึ่งตีพิมพ์เผยแพร่เมื่อต้นปีนี้
*หนึ่งเซ็ตตาไบต์ (Zettabyte) เท่ากับ 1,000เอ็กซาไบต์ (Exabyte) และ 1,000เซ็ตตาไบต์เท่ากับหนึ่งยอตตาไบต์ (Yottabyte)
** ชั่วโมงเร่งด่วนหมายถึงช่วงเวลา 60นาทีที่มีปริมาณแทรฟฟิกโดยรวมสูงสุดในช่วง 24ชั่วโมง
ประเด็นสำคัญ: การคาดการณ์แทรฟฟิกทั่วโลกและปัจจัยผลักดันการปรับใช้บริการ
1) แทรฟฟิกไอพี
• โทรศัพท์มือถือและอุปกรณ์พกพาอื่นๆ ที่ไม่ใช่พีซีจะผลักดันแทรฟฟิกอินเทอร์เน็ตส่วนใหญ่ภายในปี 2561โดยในปี 2556ราว 33เปอร์เซ็นต์ของแทรฟฟิกไอพีเกิดขึ้นจากอุปกรณ์ที่ไม่ใช่พีซี แต่ภายในปี 2561สัดส่วนแทรฟฟิกจากอุปกรณ์ที่ไม่ใช่พีซีจะเพิ่มเป็น 57เปอร์เซ็นต์ ทั้งนี้ แทรฟฟิกที่เกิดจากพีซีจะเพิ่มขึ้นโดยเฉลี่ย 10เปอร์เซ็นต์ต่อปี ขณะที่อุปกรณ์/การเชื่อมต่ออื่นๆ จะมีแทรฟฟิกเพิ่มขึ้นในอัตราที่สูงกว่า เช่น ทีวี (18เปอร์เซ็นต์), แท็บเล็ต (74เปอร์เซ็นต์), สมาร์ทโฟน (64เปอร์เซ็นต์) และการเชื่อมต่อ M2M (84เปอร์เซ็นต์)
• แทรฟฟิกอินเทอร์เน็ตในชั่วโมงเร่งด่วนเพิ่มขึ้นในอัตราที่รวดเร็วกว่าแทรฟฟิกอินเทอร์เน็ตโดยเฉลี่ย กล่าวคือ แทรฟฟิกอินเทอร์เน็ตในชั่วโมงเร่งด่วนเพิ่มขึ้น 32เปอร์เซ็นต์ในปี 2556เทียบกับการเติบโต 25เปอร์เซ็นต์ของแทรฟฟิกอินเทอร์เน็ตโดยเฉลี่ย (Average Internet Traffic)
• แทรฟฟิกอินเทอร์เน็ตที่เกิดขึ้นบนเครือข่ายในตัวเมืองแซงหน้าแทรฟฟิกบนเครือข่ายนอกเมืองหรือระยะไกล (Long-haul link) ในปี 2556โดยแทรฟฟิกในเมืองจะเพิ่มขึ้นในอัตราที่รวดเร็วกว่าแทรฟฟิกระยะไกลเกือบ 2เท่าในช่วงปี 2556ถึง 2561 การเติบโตนี้ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจาก Content Delivery Network ซึ่งจะรองรับมากกว่าครึ่งหนึ่งของแทรฟฟิกอินเทอร์เน็ตทั้งหมดภายในปี 2561
2) ไอพีวิดิโอ (IP Video)
• ไอพีวิดีโอ (IP video) จะคิดเป็นสัดส่วน 79เปอร์เซ็นต์ของแทรฟฟิกไอพีทั้งหมดภายในปี 2561เพิ่มขึ้นจาก 66เปอร์เซ็นต์ในปี 2556
• วิดีโอ Ultra HD จะคิดเป็นสัดส่วน 11เปอร์เซ็นต์ของวิดีโอไอพีภายในปี 2561เพิ่มขึ้นจาก 0.1เปอร์เซ็นต์ในปี 2556 ส่วนวิดีโอ HD จะครองสัดส่วน 52เปอร์เซ็นต์ของวิดีโอไอพีภายในปี 2561 (เพิ่มขึ้นจาก 36เปอร์เซ็นต์) และ SD จะครองสัดส่วนที่เหลือ 37เปอร์เซ็นต์ (ลดลงจาก 64เปอร์เซ็นต์)
3) แทรฟฟิกไอพีตามประเภทการเข้าถึง
• อุปกรณ์ที่เชื่อมต่อด้วย Wi-Fi และเครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ จะสร้างแทรฟฟิกไอพี 61เปอร์เซ็นต์ในปี 2561โดย Wi-Fi จะคิดเป็นสัดส่วน 49เปอร์เซ็นต์ และเครือข่ายเซลลูลาร์มีสัดส่วนอยู่ที่ 12เปอร์เซ็นต์ แทรฟฟิกบนเครือข่ายพื้นฐานจะมีสัดส่วนเพียง 39เปอร์เซ็นต์ของแทรฟฟิกไอพีทั้งหมดภายในปี 2561และเมื่อเปรียบเทียบกันแล้ว Wi-Fi อยู่ที่ 41เปอร์เซ็นต์ เซลลูลาร์อยู่ที่ 3เปอร์เซ็นต์ และเครือข่ายพื้นฐานอยู่ที่ 56เปอร์เซ็นต์ในปี 2556
• ปกรณ์ที่เชื่อมต่อด้วย Wi-Fi และเครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ จะสร้างแทรฟฟิกอินเทอร์เน็ต 76เปอร์เซ็นต์ในปี 2561โดย Wi-Fi จะคิดเป็นสัดส่วน 61เปอร์เซ็นต์ และเครือข่ายเซลลูลาร์มีสัดส่วนอยู่ที่ 15เปอร์เซ็นต์ แทรฟฟิกบนเครือข่ายพื้นฐานจะมีสัดส่วนเพียง 24เปอร์เซ็นต์ของแทรฟฟิกอินเทอร์เน็ตทั้งหมดภายในปี 2561และเมื่อเปรียบเทียบกันแล้ว Wi-Fi อยู่ที่ 55เปอร์เซ็นต์ เซลลูลาร์อยู่ที่ 4เปอร์เซ็นต์ และเครือข่ายพื้นฐานอยู่ที่ 41เปอร์เซ็นต์ในปี 2556
4) อุปกรณ์/การเชื่อมต่อ
• ภายในปี 2561จะมีการเชื่อมต่อเครือข่ายทั่วโลกเกือบ 21พันล้านจุด (รวมถึงอุปกรณ์ส่วนบุคคลบนเครือข่ายพื้นฐาน/โมบายล์, การเชื่อมต่อ M2M และอื่นๆ) เพิ่มขึ้นจาก 12.4พันล้านจุดเชื่อมต่อเมื่อปี 2556
• ภายในปี 2561จะมีอุปกรณ์บนเครือข่าย/การเชื่อมต่อทั่วโลก 2.7จุดต่อประชากรหนึ่งคน เพิ่มขึ้นจาก 1.7จุดต่อคนเมื่อปี 2556
• จะมีการเชื่อมต่อ M2M ราว 7.3พันล้านจุดทั่วโลก หรือเท่ากับการเชื่อมต่อ M2M เกือบ 1จุดต่อคน (คาดการณ์จำนวนประชากร 7.6พันล้านคนในปี 2561)
• จะมีอุปกรณ์ที่เชื่อมต่อเครือข่ายพื้นฐานและโมบายล์ที่รองรับ IPv6ราว 10พันล้านเครื่องในปี 2561เพิ่มขึ้นจาก 2พันล้านเครื่องในปี 2556
5) ความเร็วบรอดแบนด์ที่เพิ่มขึ้น
• ความเร็วบรอดแบนด์ทั่วโลกจะแตะระดับ 42 Mbps ภายในปี 2561เพิ่มขึ้นจาก 16 Mbps ในปี 2556
• การเชื่อมต่อบรอดแบนด์ส่วนใหญ่คาดว่าอยู่ที่ 55เปอร์เซ็นต์ จะเร็วกว่า 10 Mbps ภายในปี 2561โดยความเร็วเฉลี่ยของบรอดแบนด์ในญี่ปุ่นและเกาหลีใต้จะแตะระดับ 100 Mbps ในปี 2561
6) การปรับใช้บริการขั้นสูง
• ‘วิดีโอออนไลน์’ จะเป็นบริการอินเทอร์เน็ตในที่พักอาศัยที่เติบโตเร็วที่สุด ด้วยอัตราเติบโตเฉลี่ย 10เปอร์เซ็นต์ในช่วงปี 2556-2561โดยจำนวนผู้ใช้เพิ่มขึ้นจาก 1.2พันล้านคนเป็น 1.9พันล้านคนภายในปี 2561
• การบริการตามตำแหน่งที่ตั้ง (Location-based Services) บนเครือข่ายโมบายล์ จะเป็นบริการโมบายล์สำหรับผู้บริโภคที่เติบโตเร็วที่สุด ด้วยอัตราเติบโตเฉลี่ย 36เปอร์เซ็นต์ในช่วงปี 2556-2561โดยจำนวนผู้ใช้เพิ่มขึ้นจาก 236ล้านคนเป็นกว่า 1พันล้านคนในปี 2561
• ‘การประชุมวิดีโอทางไกลบนเดสก์ท็อปและอุปกรณ์ส่วนบุคคล’ จะเป็นบริการอินเทอร์เน็ตสำหรับธุรกิจที่เติบโตเร็วที่สุด ด้วยอัตราเติบโตเฉลี่ย 45เปอร์เซ็นต์ในช่วงปี 2556-2561โดยจำนวนผู้ใช้เพิ่มขึ้นจาก 37ล้านคนเป็น 238ล้านคนในปี 2561
การคาดการณ์ที่สำคัญในการเติบโตในระดับภูมิภาคและระดับประเทศ
• ภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก (APAC) จะสร้างแทรฟฟิกไอพีมากที่สุดภายในปี 2561โดยอยู่ที่ 47.6เอ็กซาไบต์ (36เปอร์เซ็นต์ของแทรฟฟิกไอพีทั่วโลก) ต่อเดือน ด้วยจำนวนประชากรและจำนวนอุปกรณ์/การเชื่อมต่อมากที่สุดในโลก การใช้งานเครือข่ายที่เพิ่มขึ้นของ APAC จะยังคงเป็นภูมิภาคที่สร้างแทรฟฟิกมากที่สุดจนถึงปี 2561
• ภูมิภาคตะวันออกกลางและแอฟริกา (MEA) จะยังคงมีแทรฟฟิกไอพีเติบโตเร็วที่สุดในช่วงปี 2556 – 2561โดยเพิ่มขึ้น 5เท่า และอัตราเติบโตเฉลี่ย 38เปอร์เซ็นต์
• ภายในปี 2561ประเทศที่สร้างแทรฟฟิกสูงสุดจะได้แก่ สหรัฐฯ ด้วยปริมาณแทรฟฟิก 37เอ็กซาไบต์ต่อเดือน และจีน ซึ่งอยู่ที่ 18เอ็กซาไบต์ต่อเดือน
• ประเทศที่มีแทรฟฟิกไอพีเติบโตเร็วที่สุดคือ อินเดีย ด้วยอัตราเติบโตเฉลี่ย 39เปอร์เซ็นต์ในช่วงตั้งแต่ปี 2556ถึง 2561ตามมาด้วยอินโดนีเซีย ซึ่งมีอัตราเติบโตเฉลี่ย 37เปอร์เซ็นต์
http://www.manager.co.th/Home/ViewNews.aspx?NewsID=9570000068822