ขอถาม นศพ. นายแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญด้านความรักก็ได้ครับ เกี่ยวกับการคิดไปเอง

ก่อนอื่นเลยนี่เป็นกระทู้แรกของผมครับ หากผิดพลาดประการใดขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยครับ


ปัญหาของผมคือ ผมไม่รู้ว่านศพ.ชายคนหนึ่งเขาคิดยังไงกับผมกันแน่ ผมกลัวว่าผมจะคิดไปเองฝ่ายเดียว ก็เลยอยากจะรบกวนถามผู้ที่มีประสบการณ์ทั้งตรงและอ้อมครับ


เริ่มเรื่องจากตอนที่ผมจะอยู่ปี3ครับ ใช้ชีวิตในมหาลัยในใจกลางกรุงก็เรียนๆเล่นๆไปวันๆ และก็ยัง "โสด" ตลอดมา20ปี ซึ่งตั้งแต่ที่ก้าวเข้ามาในรั้วมหาลัยก็หวังว่าจะได้มีแฟนเป็นนักศึกษาแพทย์(มันเป็นความฝันเลยก็ว่าได้ 555) จนมาวันหนึ่งก็ได้เจอกับชมรมชมรมหนึ่งเป็นชมรมของคณะแพทย์ครับหรือไม่ก็ของมหาลัย ด้วยความที่ผมอยากมีแฟนเรียนหมอก็เลยลองเข้าชมรมนี้ดู ซึ่งชมรมนี้ก็จะจัดกิจกรรมออกค่ายกันครับเป็นการออกค่ายของนศพ.ที่อยากให้นศ.คณะอื่นๆ ได้ไปพัฒนาคุณภาพชีวิตและสุขอนามัยของคนในชนบทที่ห่างไกลครับ ซึ่งก่อนจะออกค่ายก็จะนัดลูกค่ายมาปฐมนิเทศ มีการทำกิจกรรมเพื่อทำความรู้จักและแนะนำสิ่งที่พวกเราจะขึ้นไปทำกิจกรรมบนค่ายกัน ซึ่งวันนี้คือจุดเริ่มต้นของปัญหาครับ
ในวันปฐมนิเทศผมกับเพื่อนก็ไปตามเวลาสถานที่ที่เขาได้นัดหมายเอาไว้ ก็ได้เจอเพื่อนต่างคณะเยอะแยะมากมายเลยครับรวมถึงคณะแพทย์ด้วย สตาฟของค่ายที่คอยดูแลลูกค่ายก็ออกมาจัดกิจกรรม เล่นเกมเพื่อให้ลูกค่ายอย่างเราๆ ได้รู้จักกันไวขึ้น ผมสังเกตดูก็มีสตาฟผช.คนหนึ่งที่พอจะเข้าตาหรือพูดง่ายๆว่าเอาไปแอบชอบดีกว่า กิจกรรมในวันนั้นผมไม่ค่อยให้ความร่วมมือกับสตาฟสักเท่าไหร่เพราะคิดว่าตัวเองแก่ขนาดนี้แล้ว จะให้มาเล่นเกมเหมือนเด็กๆได้ไง แต่ก็มีเกมๆหนึ่งครับ ตอนสาธิตการเล่น สตาฟเขาก็ออกมาสาธิตหนึ่งในผู้ที่มาสาธิตก็มีคนที่ผมแอบชอบอยู่ด้วย ตอนนั้นผมก็นั่งอยู่ในวงปกติ จู่ๆสตาฟคนที่ผมแอบชอบก็วิ่งมาหา กะจะลากตัวผมเพื่อไปอุดรู ในขณะที่เขาวิ่งมาหาผม สายตาเราสบตากันและเขาก็ชะงักไปสักพักแล้วก็วิ่งไปคว้าเพื่อนผมที่เป็นผู้หญิงนั่งอยู่ข้างๆไปแทน (ประมาณแบบตอนแรกจะวิ่งมาคว้าผมแต่พอจ้องตากันแล้วเขาไปคว้าคนอื่นๆแทนดีกว่า 5555) หลังจากผมเล่นเกมต่างๆนานาไปจนเสร็จ กิจกรรมต่อไปก็เป็นการแนะนำตัวของสตาฟค่าย (หลังจากนี้ไม่ค่อยมีอะไรขอข้ามเลยละกัน)


ช่วงเวลาในค่าย


ในวันแรกกิจกรรมหลักๆก็เห็นจะมีการเดินทางไปยังหมู่บ้านและร้องเพลงเล่นเกมจนกว่าจะถึงที่หมาย ในระหว่างที่นั่งรถสองแถวผมกับเขาก็ดันนั่งตรงข้ามกันพอดี สตาฟก็ชวนให้เราเล่นเกม โดยเกมแรกจะเป็นเกมเรียกชื่อและให้เราพูดแนะนำตัวและบอกประโยคบอกเล่า โดยคนที่เริ่มพอแนะนำตัวอะไรเสร็จก็ให้เรียกคนต่อไป ซึ่งพอถึงตาสตาฟที่ผมแอบชอบ เขาก็แนะนำตัวอะไรเสร็จสับแต่ประเด็นมันอยู่ที่คนต่อไปที่เขาจะเรียกชื่อดันเป็น ผม!! (ในใจผมก็คิดว่าคงบังเอิญแหละ เพราะเรานั่งตรงข้ามกันหนิ) พอถึงตาผมผมก็บอกชื่อแซ่อะไรไป แต่มาตอนที่ผมจะพูดประโยคบอกเล่า ในตอนนั้นกลับมีเสียงรถบรรทุกวิ่งแซงอย่างดัง จนเพื่อนๆไม่ได้ยินว่าผมพูดว่าอะไร มีแต่เขาคนเดียวที่ได้ยินว่าผมพูดว่าอะไร (มันน่าแปลกมั้ยครับ เขาสนใจเราด้วย) แต่ผมคิดว่ามันอาจบังเอิญก็ได้ที่เขาดันมาได้ยิน พอนั่งรถจนถึงหมู่บ้านพวกเราก็ได้จับกลุ่มเพื่อไปค้างคืนกับชาวบ้านและทำกิจกรรมต่างๆ
ในระหว่างที่อยู่ในค่ายผมก็คอยแอบมองเขาอยู่ประจำนะครับ (ก็คนมันแอบชอบอะ) จนมีบางครั้งที่สายตาเราสบตากัน และก็มีบางทีผมทำเป็นไม่มองเขา (แบบมองไปทางอื่นแต่ยังมีเขาอยู่ในรัศมีการมองเห็น) คือไม่อยากให้เขารู้ตัวว่าเราแอบมองอยู่บ่อยๆ ส่วนการทำกิจกรรมต่างๆผมก็ทำไปตามปกติ แต่พอกิจกรรมที่มีเขาอยู่ด้วย ผมจะไม่กล้าอยู่ใกล้เขามากเลยครับ มันรู้สึกเขินรู้สึกอายไม่กล้าทำอะไร จนทำให้เวลาผมเข้ากิจกรรมของเขาเขาต้องหันมาใส่ใจผมเป็นพิเศษ (ยิ่งเขาใกล้ผม แบบนี้ยิ่งทำให้ผมเก้ๆกังๆ)


หลังจากจบค่าย


หลังจากจบค่าย ก็จะมีการนัดลูกค่ายมากินเลี้ยงสังสรรค์และทำกิจกรรมกันครับ เขานัดเจอกันที่คณะแพทย์ ผมก็ไปตามที่เขานัดไปถึงก็เจอทุกคนนั่งอยู่ในห้องรวมถึงเขาคนนั้นด้วย ตอนกินเลี้ยงเขาก็เหมือนจะพยายามมาอยู่ใกล้ๆ มีเหตุการณ์เอื้อมมือหยิบขนมชิ้นเดียวกัน แต่ประเด็นมันไม่ได้อยู่ที่ตรงนั้น แต่มันอยู่ตรงที่กิจกรรมสุดท้าย คือกิจกรรมอ่านสมุดเฟรนชิปแล้วให้ทุกคนทายว่าคนที่อ่านนั้นเป็นสมุดของใคร พอจะทายออกมั้ยครับว่าเขาหยิบสมุดของใคร เฉลยก็คือ สมุดที่เขาอ่านนั่นเป็นของผมเองครับ ในตอนนั้นสิ่งที่ผมคิดคือเขาคิดอะไรกับเราป่าววะ? หื้ยยยย มันเกิดเหตุการณ์แบบนี้อีกแล้วนะ! แต่ด้วยความที่ผมเป็นพวกคิดมากคิดไปไกลหรือง่ายๆ ว่า "มโน" ก็เลยทำเป็นเฉยกับการกระทำนี้ หลังจากที่งานเลี้ยงเลิกราทุกคนก็แยกย้ายกลับบ้าน ผมก็เปิดดูเฟซบุ๊คก็มีเพื่อนในค่ายแอดมากันเต็มเลย ผมก็กดๆรับ พอผมมีเพื่อนในค่ายมากๆ เฟซบุ๊คก็จะมีฟังชั่นแบบเพื่อนที่คุณน่าจะรู้จัก ก็มีชื่อเฟซของเขาเด้งขึ้นมาให้ผมแอดไป แต่ผมไม่กล้ากดแอด 1)เพราะกลัวเขารู้ว่าเราแอบชอบ 2)ถ้าเขาสนใจเราเขาต้องแอดมาหาเราดิ ผมก็เลยรอ รอและรอ จนเก็บเอาไปคิดและกลายเป็นปัญหาตามมา


ปล1. ผมลองเอาเรื่องนี้ไปเล่าและถามเพื่อนที่ไม่ได้เรียนสายวิทย์สุขภาพมา เพื่อนให้คำตอบมาว่า ถ้าเขาแอดเรามา เราก็จะรู้ดิว่าเขาแอบชอบเรา ฉะนั้นแอดไปเลย
ปล2. ส่วนตัวผมเป็นคนคิดมากชอบคิดแทนคนอื่น เข้าขั้นว่า มโน ได้เลย เลยอยากจะถามว่าแบบนี้คือมโนไปเองหรือเขามีซัมติงกับเรา
ปล3. เรื่องที่ผมเล่านี้ผ่านมาหลายเดือนแล้วครับ แต่ทุกครั้งที่ไปคณะแพทย์ก็มีโอกาสเจอเขาอยู่เหมือนกัน ซึ่งทุกครั้งที่เจอผมก็จะทำตัวไม่เป็นปรกติครับ
แก้ไขข้อความเมื่อ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่