ตามหัวข้อเรื่องอาจจะดูไม่เข้าใจว่าทำไมถึงต้องสิ่งเล็ก ๆ
เพราะชีวิตเราคล้าย ๆ หนังเรื่องบางส่วน
แต่ตอนจบมันไม่ได้สวยหรู เหมือนในหนังเลยแม้แต่น้อย
เรื่องคงไม่ยาวมากแค่อยากเล่ากึ่งระบายให้ฟังด้วย
บางทีการเป็นคนใจอ่อน เป็นคนที่ไม่เข้มแข็งมันไม่ดีเลย มันเป็นทุกข์และบาป
เริ่มเรื่องคือเราแอบปลื้มรุ่นพี่คนนึงมานานมากกก ซึ่งก็คล้าย ๆ กับน้ำในเรื่องสิ่งเล็ก ๆ
อาการปลื้มมันเริ่มมาจากงานกีฬาสี เราอยู่สีเดียวกันค่ะ เรานั่งอยู่ในเต้นท์เชียร์ข้าง ๆ กัน
แต่คือตอนนั้นยังไม่ได้สะดุดตาสะดุดใจอะไรในตัวพี่เค้าหรอกค่ะ
จนกระทั่งเค้ายื่นถังน้ำเล็ก ๆ สำหรับดื่มน้ำมา พอจะนึกภาพถังน้ำออกมั้ยค่ะ กระแป๋งใส่ดินสอพองตอนสงกรานต์ ใส่น้ำแข็ง
ใส่น้ำหวาน พร้อมกับหลอดอีกเป็นสิบ ๆ อัน นั่นแหละค่ะ ถังน้ำสำหรับกีฬาสีโรงเรียนเรา 555
เค้ายื่นถังน้ำนั้นมาให้เรา พร้อมกับรอยยิ้มพิมใจ คือตอนนั้นก็แค่ยิ้มกลับแล้วรับถังน้ำมาเท่านั้นเอง
แต่ที่ทำให้รู้สึกปลื้มเค้าตอนนั้นคงคิดว่าเค้าชอบเราด้วยมั้งค่ะ เพราะหลังจากนั้นเค้าก็มองเราตลอดเลย
ทำให้คิดไปไกล มโนไปต่าง ๆ นา ๆ ว่าเค้าชอบเรารึป่าวว่ะ 555
ไม่รู้แหละ ตอนนั้นมันปลื้มไปแล้วแหละ
อ๋อ!! ลืมบอกตอนนั้นเราอยู่ ม.1 พี่เค้าอยู่ ม.2 ค่ะ
หลังจากนั้นมาก็เลยเริ่มหาข้อมูลเกี่ยวกับตัวพี่เค้า
ชื่อ นามสกุล ชื่อเล่น อยู่ห้องไหน เลขที่เท่าไหร่ ตารางสอนของห้องพี่เค้าซึ่งหาข้อมูลได้จากห้องวิชาการค่ะ
ช่วงนั้นออกแนวบ้าคลั่งพี่เค้ามากค่ะ
เราจะรู้ทุกอย่างว่าวันนี้พี่เค้าเรียนวิชาอะไร เรียนอยู่ห้องไหน แล้ววันไหนบ้างที่เราต้องเดินผ่านห้องเค้า
ซึ่งมันก็จะรู้สึกดีทุกครั้งที่ได้เดินผ่าน แต่ก็ไม่กล้ามองเข้าไปหรอกค่ะ แค่เดินผ่านเฉย ๆ จริง ๆ
แค่นั้นก็มีความสุขแล้ว เหมือนน้ำในฉากที่เดินผ่านห้องพี่โชนเลยใช่มั้ยล๊าาา 5555
แล้วโรงเรียนเราจะเป็นแบบเดินเรียน คือจะเปลี่ยนห้องเรียนทุกชั่วโมง ใกล้บ้างไกลบ้างแล้วแต่
แล้วคือแบบ เราจะจำได้ทุกวันว่ามีวันไหนบ้างที่เราจะได้เดินสวนกับเค้า
ถ้าหมดชั่วโมงนั้นปุบหัวใจเริ่มเต้นแรงแล้ว คิดในใจจะได้เจอพี่เค้าแล้วเว้ยยย คือมันปริ่มมากค่ะ
แต่พอได้เดินผ่านกันจริง ๆ กลับไม่กล้าแม่แต่จะมองหน้าเค้า มองเค้าก่อนจะเดินสวนกัน
แล้วก็ก้ม ๆ หน้าก้มตาเดินต่อไป แค่นั้นมันก็สุขแล้วจริง ๆ สำหรับตอนนั้น
แล้วเราสังเกตุพี่เค้านะว่าเค้าก็ชอบมองเราเหมือนกัน
บางทีมองจนเหลียวหลังเลยก็มี อีนี่ก็มโนไปน้อยไปใหญ่สิค่ะว่าเค้าอาจจะสนใจเราก้เป็นได้
แล้วทุกพักกลางวัน เราจะมาถึงโรงอาหารก่อนพี่เค้าเสมอ ก็จะคอยมองเค้าทุกวันว่าซื้อคูปองรึยัง
กินข้าวร้านไหน นั่งตรงไหน เหมือนตามติดชีวิตเค้าเลย จำเพื่อนในกลุ่มเค้าได้ทุกคน บางทีไม่เจอพี่เค้าแต่เจอเพื่อนเค้านี่ยังรู้สึกดีเลย
บ้าไปแล้ว 55555
เราทำอย่างนี้ตั้งแต่เค้าอยู่ม.2 จนเค้าจบ ม.6 ออกไป
แล้วก็ไม่มีโอกาสได้รับรู้ข่าวสารของเค้าอีกเลย เศร้าแพ้พ T^T
ที่เกริ่นไปคืออยากให้รู้ว่าเราปลื้มเค้ามากจริง ๆ
แต่แปลกที่ไม่เคยคิดที่จะบอกให้เค้ารู้เลยว่าเราชอบเค้ามากแค่ไหน
ซึ่งไม่เหมือนน้ำที่บอกรักพี่โชนก่อนที่พี่โชนจะจบม.6 มันไม่เหมือนกันตรงนี้เอง
เราคิดว่าเรามีความสุขกับจุดยืนของเราตรงนี้ ได้แค่แอบมองเค้าอยู่ไกล ๆ ก็มีความสุขแล้วจริง ๆ
คำพูดคำจานี่ดูนางเอกมากนะเธอ 5555
แต่เรื่องของเรายังไม่จบ ความทรงจำที่เกี่ยวกับพี่เค้ากลับมาอีกครั้ง เมื่อเราได้เจอกันอีกครั้ง ในเฟสบุคตอนเราทั้งคู่เรียนมหาวิทยาลัย
เดี๋ยวมาต่อนะค่ะ ขอทำงานแปป
สิ่งเล็ก ๆ ที่เรียกว่ารักในหนังกับชีวิตจริงมันต่างกันเยอะนะ
เพราะชีวิตเราคล้าย ๆ หนังเรื่องบางส่วน
แต่ตอนจบมันไม่ได้สวยหรู เหมือนในหนังเลยแม้แต่น้อย
เรื่องคงไม่ยาวมากแค่อยากเล่ากึ่งระบายให้ฟังด้วย
บางทีการเป็นคนใจอ่อน เป็นคนที่ไม่เข้มแข็งมันไม่ดีเลย มันเป็นทุกข์และบาป
เริ่มเรื่องคือเราแอบปลื้มรุ่นพี่คนนึงมานานมากกก ซึ่งก็คล้าย ๆ กับน้ำในเรื่องสิ่งเล็ก ๆ
อาการปลื้มมันเริ่มมาจากงานกีฬาสี เราอยู่สีเดียวกันค่ะ เรานั่งอยู่ในเต้นท์เชียร์ข้าง ๆ กัน
แต่คือตอนนั้นยังไม่ได้สะดุดตาสะดุดใจอะไรในตัวพี่เค้าหรอกค่ะ
จนกระทั่งเค้ายื่นถังน้ำเล็ก ๆ สำหรับดื่มน้ำมา พอจะนึกภาพถังน้ำออกมั้ยค่ะ กระแป๋งใส่ดินสอพองตอนสงกรานต์ ใส่น้ำแข็ง
ใส่น้ำหวาน พร้อมกับหลอดอีกเป็นสิบ ๆ อัน นั่นแหละค่ะ ถังน้ำสำหรับกีฬาสีโรงเรียนเรา 555
เค้ายื่นถังน้ำนั้นมาให้เรา พร้อมกับรอยยิ้มพิมใจ คือตอนนั้นก็แค่ยิ้มกลับแล้วรับถังน้ำมาเท่านั้นเอง
แต่ที่ทำให้รู้สึกปลื้มเค้าตอนนั้นคงคิดว่าเค้าชอบเราด้วยมั้งค่ะ เพราะหลังจากนั้นเค้าก็มองเราตลอดเลย
ทำให้คิดไปไกล มโนไปต่าง ๆ นา ๆ ว่าเค้าชอบเรารึป่าวว่ะ 555
ไม่รู้แหละ ตอนนั้นมันปลื้มไปแล้วแหละ
อ๋อ!! ลืมบอกตอนนั้นเราอยู่ ม.1 พี่เค้าอยู่ ม.2 ค่ะ
หลังจากนั้นมาก็เลยเริ่มหาข้อมูลเกี่ยวกับตัวพี่เค้า
ชื่อ นามสกุล ชื่อเล่น อยู่ห้องไหน เลขที่เท่าไหร่ ตารางสอนของห้องพี่เค้าซึ่งหาข้อมูลได้จากห้องวิชาการค่ะ
ช่วงนั้นออกแนวบ้าคลั่งพี่เค้ามากค่ะ
เราจะรู้ทุกอย่างว่าวันนี้พี่เค้าเรียนวิชาอะไร เรียนอยู่ห้องไหน แล้ววันไหนบ้างที่เราต้องเดินผ่านห้องเค้า
ซึ่งมันก็จะรู้สึกดีทุกครั้งที่ได้เดินผ่าน แต่ก็ไม่กล้ามองเข้าไปหรอกค่ะ แค่เดินผ่านเฉย ๆ จริง ๆ
แค่นั้นก็มีความสุขแล้ว เหมือนน้ำในฉากที่เดินผ่านห้องพี่โชนเลยใช่มั้ยล๊าาา 5555
แล้วโรงเรียนเราจะเป็นแบบเดินเรียน คือจะเปลี่ยนห้องเรียนทุกชั่วโมง ใกล้บ้างไกลบ้างแล้วแต่
แล้วคือแบบ เราจะจำได้ทุกวันว่ามีวันไหนบ้างที่เราจะได้เดินสวนกับเค้า
ถ้าหมดชั่วโมงนั้นปุบหัวใจเริ่มเต้นแรงแล้ว คิดในใจจะได้เจอพี่เค้าแล้วเว้ยยย คือมันปริ่มมากค่ะ
แต่พอได้เดินผ่านกันจริง ๆ กลับไม่กล้าแม่แต่จะมองหน้าเค้า มองเค้าก่อนจะเดินสวนกัน
แล้วก็ก้ม ๆ หน้าก้มตาเดินต่อไป แค่นั้นมันก็สุขแล้วจริง ๆ สำหรับตอนนั้น
แล้วเราสังเกตุพี่เค้านะว่าเค้าก็ชอบมองเราเหมือนกัน
บางทีมองจนเหลียวหลังเลยก็มี อีนี่ก็มโนไปน้อยไปใหญ่สิค่ะว่าเค้าอาจจะสนใจเราก้เป็นได้
แล้วทุกพักกลางวัน เราจะมาถึงโรงอาหารก่อนพี่เค้าเสมอ ก็จะคอยมองเค้าทุกวันว่าซื้อคูปองรึยัง
กินข้าวร้านไหน นั่งตรงไหน เหมือนตามติดชีวิตเค้าเลย จำเพื่อนในกลุ่มเค้าได้ทุกคน บางทีไม่เจอพี่เค้าแต่เจอเพื่อนเค้านี่ยังรู้สึกดีเลย
บ้าไปแล้ว 55555
เราทำอย่างนี้ตั้งแต่เค้าอยู่ม.2 จนเค้าจบ ม.6 ออกไป
แล้วก็ไม่มีโอกาสได้รับรู้ข่าวสารของเค้าอีกเลย เศร้าแพ้พ T^T
ที่เกริ่นไปคืออยากให้รู้ว่าเราปลื้มเค้ามากจริง ๆ
แต่แปลกที่ไม่เคยคิดที่จะบอกให้เค้ารู้เลยว่าเราชอบเค้ามากแค่ไหน
ซึ่งไม่เหมือนน้ำที่บอกรักพี่โชนก่อนที่พี่โชนจะจบม.6 มันไม่เหมือนกันตรงนี้เอง
เราคิดว่าเรามีความสุขกับจุดยืนของเราตรงนี้ ได้แค่แอบมองเค้าอยู่ไกล ๆ ก็มีความสุขแล้วจริง ๆ
คำพูดคำจานี่ดูนางเอกมากนะเธอ 5555
แต่เรื่องของเรายังไม่จบ ความทรงจำที่เกี่ยวกับพี่เค้ากลับมาอีกครั้ง เมื่อเราได้เจอกันอีกครั้ง ในเฟสบุคตอนเราทั้งคู่เรียนมหาวิทยาลัย
เดี๋ยวมาต่อนะค่ะ ขอทำงานแปป