คำตอบที่ได้รับเลือกจากเจ้าของกระทู้
ความคิดเห็นที่ 1
เรื่องลักษณะแบบนี้เหมือนผมเลย นิสัยผมคือขายงานเพราะเนื้องานไม่ชอบเลีย สายงานผมคือ Construction จบใหม่เข้าไปอยู่กับบริษัทมีชื่อเสียงมากอยู่มาบตาพุด มีลูกน้องประมาณนึง ลูกน้องแก่กว่าทั้งนั้นแต่ผมไม่มีปัญหา แต่กับลูกพี่คนไทย แกดูดีคุยเก่ง ยิ้มด้วยเวลาพูด ประมาณภาพรวมดูดีมากอนาคตน่าจะไปใหญ่ได้แน่ๆ และหลายคนก็ดีใจกับผมที่ไปเป็นลูกน้องแก แต่พอทำงานด้วยกันแล้วมันไม่ใช่ พยายามจะเอาผมเป็นบันไดให้แกเหยียบเพื่อก้าวต่อไป ดีๆเอาไปรายงาน แย่ๆส่งมาที่ผม มี Project นึง เป็น Project แรกในชีวิต แกโยนแบบมาให้ผมและเอาไปคุยกับผู้รับเหมาเอง ก็ทำจนเสร็จครับ แต่มีปัญหามากมาย แกไม่เคยสนใจอะไรผมเลย ถามอะไรก็ตอบแบบกักๆ เพราะบางทีผมต้องตัดสินใจและก็มีไปทะเลาะกับแผนกอื่นบ้าง แต่แกก็ไม่ได้มาสนใจอะไร ผมต้องสู้ทั้งงานทั้งคน (แต่มีผู้รับเหมาที่ดีมากครับ) ทั้งที่ประสบการณ์ผมแค่ครึ่งปีเองครับ และก็เกิดการเปรียบเทียบระหว่างผมและเพื่อนรุ่นๆเดียวกัน ว่าทำไมไม่เก่งเหมือนคนโน้นบ้างละ ภาษาไม่ได้เลย อะไรประมาณนี้ บอกตรงๆไม่มีความสุข ทนทำได้ปีนึงลาออกเพราะได้งานใหม่ด้วย สายงานเดียวกันแต่บริษัทไม่ใหญ่มาก แต่มีบริษัทแม่อยู่ต่างประเทศ และโชคดีเจอลูกพี่ที่ดีมาก กันเอง บ้านๆมาก ทำงานด้วยกัน กินด้วยกัน พอได้ Project มาทำแกก็ปล่อยให้คิดให้ทำ ติดก็ถามแก รบกับใครแกสู้ให้เต็มที่ถ้าผมถูกนะครับ คือแกจะมาถามปัญหาผมก่อนแล้วสืบสวนแต่บางครั้งผมก็ผิดแต่แกก็ไปขอโทษให้ครับ ทำกับแกมา 5 ปี ผ่านมาหลาย Project ผมได้จากแกเยอะมาก งาน Project มันต้องเก่งทั้งคนและงาน มีจังหวะรุกและรับ กล้าตัดสินใจอย่างกล้าหาญและถูกต้อง จนผมต้องลาออกจากแกมาเพราะต้องการสร้างครอบครัว (แต่งภรรยาเงินไม่พอใช้ครับ) ย้ายไปอยู่บริษัทข้ามชาติ จนมาตอนนี้ ย้ายมา 3 (งาน Project จะเป็นงาน Contract น่ะครับ) ที่แต่ก็ยังทำกับบริษัทข้ามชาติเหมือนเดิมครับ เพราะฝรั่งจะแฟร์และไม่เยอะครับ งานใหญ่เงินใหญ่ถ้าทำได้ แล้วผมก็ย้อนกลับไปดูลูกพี่คนแรกของผม ตอนนี้ล้าหลังจากผมมากครับในทุกๆด้าน
สรุปนะครับ เพื่อจะช่วยคุณได้
- ประสบการณ์คุณยังน้อยผมว่าต้องเพิ่มเรื่องประสบการณ์ก่อน เบื้องต้นคุณทนทำไปก่อนครับ เพราะบริษัทดูจะมั่นคงและโตได้ แต่ต้องทนแบบฉลาดครับ list ข้อดีข้อเสียระหว่างคุณกับเจ้านายแล้วเทียบกันถ้าจะสู้ก็ต้องเอาข้อเสียที่คุณ list มานั้นมาหาสาเหตุและแก้เป็นข้อๆไป ด้วยความมีสติ แต่สุดท้ายคุณแก้หมดทุกปัญหาแล้ว ยังเป็นเหมือนเดิม ออกครับ อาจจะเป็นเรื่อง personal ก็ได้ แต่ไม่ต้องเสียความมั่นใจยังไงคุณก็พยายามแล้ว ในเวลาเดียวกันพยายามหาลู่ทางที่อื่นไว้ด้วยครับ ทั้งทางเวปและคนรู้จัก ไม่ต้องกลัวถ้าใจคุณรักการทำงานครับ และอยากจะเสริมในการทำงานคุณต้องทำงานด้วยใจให้ด้วยใจอยากเพิ่งคิดแต่เงินๆๆๆ (เอะอะก็ไม่ทำ เงินน้อยงานเยอะ เด็กจบใหม่จะเป็นกันเยอะครับ) เพราะประสบการณ์ที่จะได้กลับมาก็จะมาจากใจเช่นกันครับ และต่อไปเวลาคุณเป็นหัวหน้าคุณจะเข้าใจลูกน้องและจะเป็นหัวหน้าที่ดีต่อไปครับ
สรุปนะครับ เพื่อจะช่วยคุณได้
- ประสบการณ์คุณยังน้อยผมว่าต้องเพิ่มเรื่องประสบการณ์ก่อน เบื้องต้นคุณทนทำไปก่อนครับ เพราะบริษัทดูจะมั่นคงและโตได้ แต่ต้องทนแบบฉลาดครับ list ข้อดีข้อเสียระหว่างคุณกับเจ้านายแล้วเทียบกันถ้าจะสู้ก็ต้องเอาข้อเสียที่คุณ list มานั้นมาหาสาเหตุและแก้เป็นข้อๆไป ด้วยความมีสติ แต่สุดท้ายคุณแก้หมดทุกปัญหาแล้ว ยังเป็นเหมือนเดิม ออกครับ อาจจะเป็นเรื่อง personal ก็ได้ แต่ไม่ต้องเสียความมั่นใจยังไงคุณก็พยายามแล้ว ในเวลาเดียวกันพยายามหาลู่ทางที่อื่นไว้ด้วยครับ ทั้งทางเวปและคนรู้จัก ไม่ต้องกลัวถ้าใจคุณรักการทำงานครับ และอยากจะเสริมในการทำงานคุณต้องทำงานด้วยใจให้ด้วยใจอยากเพิ่งคิดแต่เงินๆๆๆ (เอะอะก็ไม่ทำ เงินน้อยงานเยอะ เด็กจบใหม่จะเป็นกันเยอะครับ) เพราะประสบการณ์ที่จะได้กลับมาก็จะมาจากใจเช่นกันครับ และต่อไปเวลาคุณเป็นหัวหน้าคุณจะเข้าใจลูกน้องและจะเป็นหัวหน้าที่ดีต่อไปครับ
แสดงความคิดเห็น
ปรึกษาปัญหาการทำงานครับ
ผม ออกจากบริษัทเดิมเมื่อเดือน มีนาคม เข้าบริษัทใหม่ เดือน เมษายน ยังไม่ผ่านโปรครับเป็นบริษัท ที่ 2 ในชีวิตหลังเรียนจบ (ผมจบแล้วแต่ยังไม่ได้รับปริญญานะครับ อายุ 24 ปี ยังไม่ได้สอบ ก.ว.)
เป็นบริษัทก่อสร้างรับงานระบบห้อง Clean Room แต่ผมจบวิศวโยธา โยธา ทั้งบริษัทมี 3 คน คือ นาย ญี่ปุ่น 1 คน ผม 1 คน และเพื่อนที่เข้าก่อน 1 ปี อีก 1 คน
ผมสมัคเข้ามาทำในตำแหน่ง วิศวกร ตั้งแต่เข้ามา เค้าให้ผมนั่งอยู่กลางวงคนญี่ปุ่น ไม่มีเพื่อนเลยครับ คนไทยในอ๊อฟฟิสก็ไม่ค่อยสนิท บรรยากาศ มาคุ ทุกวัน เค้าให้ผมนั่งอ๊อฟฟิสแล้วก็ Estimate งานอย่างเดียวครับ ซึ่งผมก็พอจะเคยทำมาบ้างทั้งตอนเรียนและ ตอนฝึกงาน
แต่ไม่ถนัดเลย (ตอนเรียน Estimate บ้าน ตอนฝึกงาน Estimate คอนโด) บริษัทเก่า ก็ก่อสร้าง คอนโด เอาแค่โครงสร้างจุดต่างก็เยอะแล้วครับ คนละทางเลย โรงงาน โครงสร้างเปลือง คอนโด โครงสร้างประหยัด โรงงาน Boq ไม่เน้นเต็กเน้นล้ำซำ หรือบางทีก็ไม่คิดรวม คอนโด เต็ก คิดราคาทุกชิ้นส่วน เคยแยกละเอียดแบบที่เคยทำ นายก็ตัดออกแล้วก็นั่งขำๆ
แต่ผมเข้าไปแล้ว Estimate โรงงาน อยู่ 2 -3 Project ซึ่งผมก็สื่อสารกับนายญี่ปุ่นไม่ค่อยรู้เรื่อง (เค้าพูดไทยได้) ฟังลำบากไม่ค่อยเข้าใจครับ เช่นเวลาเค้าให้ผมเอสติเมท แล้วเช็คงานของผม เรียกผมเข้าไปอธิบาย เค้าก็จะฟัง บางที อธิบายวิธีเราไม่หมดแล้ว
เค้าก็จะปฏิเสทที่จะฟังแล้ว แล้วก็ไปบ่นๆกับคนญี่ปุ่นด้วยกัน ประมาณว่า ผมทำอะไรไม่เป็นเลย อึดอัดครับ คราวนี้คนญี่ปุ่นทั้งอ๊อฟฟิสก็มองผมไม่เหมือนเดิมประมาณว่า ขำๆ ผมก็รู้ตัวนะผมไม่เคยทำทำไม่ค่อยถูกหรอกแต่ผมก็ไม่รู้จะหันไปถามใคร เพื่อนที่อยู่ด้วยกันบางทีเค้าก็ไม่รู้ไม่แน่ใจ
แต่ความต่างระหว่างเพื้อนผมกับผมคนละความรู้สึกเลยครับ เวลานายให้ผมอธิบายจะรีบๆตัดบทปฏิเสทที่จะฟัง แต่เพื่อนผม จะคุยยิ้มเฮฮา ขำๆด้วย จนบางครั้ง บางอย่างผม ลองเอาแบบที่เพื่อนผมเขียน ไปใช้ Estimate แล้วพอส่งงานให้ นายก็เรียกไปถามตามปกติ สักพักแก่เริ่มขึ้นเสียงว่ามากไปนะ ให้เอาแบบที่เขียนไปให้ดู แกบอกไม่ได้ๆ ผมก็เลยเอาแบบตัวที่
ผมใช้ซึ่งมีรายมือของเพื่อน เขียนไว้ แก เงียบครับ แล้วก็บอก โอเคๆ อย่างง่ายได้ ผมลองแบบนี้อยู่ 2-3 ครั้ง ผมว่ามันก็ชัดเจนแล้ว ว่า นายไม่ชอบผม ทำอะไรก็ไม่ถูกใจหรอก จนหลังๆผมก็หลุด ถอนหายใจบ่อยๆเวลาแกต่อว่า หรือ ทำหน้าไม่พอใจบ้าง (อันนี้ก็ยอมรับว่าทำจริง) แล้วเค้าชอบพูดว่า ผมไม่ทำงานอะไรเลย
ทำให้ผมจี๊ดกับคำพูดมากเลยครับ เค้าบอกว่าผมว่าคุณอยู่ที่นี่สัก 2 ปี ทำไม่เป็นก็ไม่แปลกหรอกนะ คุณไม่รู้อะไรเลย นิสัยผมนะครับ ผมรักการทำงาน ชอบทำงาน งานหามรุ่งหามค่ำผมไม่เกียง แต่ ที่ผมไม่มีคือ ใครที่เคยแนะนำผม ให้ผมขยันเดินแทบตาย แต่ถ้าให้ผมเดินไปไม่มีจุดหมาย ผมก็จะเดินมั่วๆเดินหลงๆ ถูกไม๊ครับ หรือ
บางทีผมไม่รู้ผมก็เดินไปถามแก ว่าทำไงดี แบบนี้มันเป็นอย่างไง เรื่องโครงสร้างไม่มีปัญหาครับ แต่บริษัททำพวกห้อง Clean Room แกก็บอกว่า ลองดูในเน็ต ซี๊.. ครับ ทำบริษัท ทำห้อง Cleanroom ให้ไปหาความรู้ Cleanroom ในเน็ต โอเคครับนาย จนเมื่อวานนายเค้ามองหน้าผมแล้วบ่นๆ
แต่ในแง่บริษัท บริษัทนี้เลี้ยงดีมากครับ เบิกได้หมดเลย
ผมคิดว่า จะลาออกหาบริษัทใหม่ดีไม๊ครับ
-มันเป็นเพราะผมกับนายไม่ค่อยเข้ากันได้สื่อสารกันไม่รู้เรื่อง ผมคิดต่อไปว่าหากผมทน(ด้าน)อยู่ไปชีวิตจะมีอะไรดีขึ้น ก็ดูเหมือนมีโอกาสครับ เพราะ โยธามีแค่ 3 คน บริษัทก้รับอยู่หลายโปรเจค แต่ผมควรจะทนอยู่หรือเปล่าได้ความรู้พอที่จะต่อยอดให้อนาคตไม๊
-ถ้าผมลาออก เหมือนผมต้องไปหวังดวงอีกว่าผมจะเข้ากับบริษัทใหม่ได้ไม๊ ที่ผมออกจากบริษัทแรกเพราะผม ไม่มีใครคอยแนะนำครับ ถ้ามองเป็น มวย คือส่งผม ขึ้นชกแบบมวยวัด โดนต่อยซะน่วมพอลงเวทีเจอลูกพี่กระทืบซ้ำอีก บริษัทที่ซอง ค่ายใหญ่ พี่เลี้ยงกับเราดันคุยกันไม่รู้เรื่อง ก็พอจะชกพอได้เพราะเคยชกงานวัดมาบ้าง แต่ก็ไม่ถูกใจพี่เลี้ยง
-ผมควร ผมอยู่อยู่บริษัท ที่ เลี้ยงลูกน้องสมน้ำสมเนื้อ มีโอทีให้ทำ มีคนคอยแนะนำสอนงาน มีโอกาศโตตามสายงาน หรือ มีลู่ทางต่อยอดกับอนาคตได้ อยาก อยู่ค่ายที่มีพี่เลี้ยงคอยสอนคอยแนะ มีเวทีให้ขึ้นชก พัฒนาตัวเองต่อไปได้
-ความคิดของผมตอนนี้มัน แย้ง กับคำว่า ควรทนอยู่ หรือ เปลี่ยนหาที่ใหม่