คำตอบที่ได้รับเลือกจากเจ้าของกระทู้
ความคิดเห็นที่ 11
สถานที่ก็จะตามห้อง หอสมุดต่างๆ หน้าโรงเรียน หน้ามหาลัยอะไร สถานที่ท่องเที่ยวอะไรทำนองนี้
เจอหน้าเจอตาก็ยิ้มแย้มแจ่มใสทักทายกันไป ไม่ก้มหน้าก้มตาเล่นแต่กรอบสี่เหลี่ยมเล็กๆ
หนุ่มๆก็จ้องๆมองๆแซวๆสาวๆที่เค้าถูกใจ หรือจีบกันไปตามแต่สไตล์แต่ละคน
สาวๆก็มีเหล่หนุ่มๆและอาจจะใช้สายตาหรือภาษากายให้หนุ่มๆรับรู้เพื่อพิสูจน์ความกล้า หรือว่าหนุ่มคนนั้นคนใจตัวเธอจริงๆ
บางครั้งก็อาศัยโชคชะตาฟ้าลิขิต คราวหน้ามาที่สถานที่แห่งนี้ที่เดิมเวลาเดิม จะได้พบเจอคนที่หมายปอง
ก็พูดก็คุยกันไป สอบถามชื่อ โรงเรียนหรือสถานที่ทำงาน แลกเปลี่ยนข้อมูลส่วนตัวกัน
เมื่อได้รู้จักกันแล้ว ก็อาจจะมีการขอที่อยู่เพื่อส่งจดหมายถึงกันบ้าง สนิทกันหน่อยก็นัดกันกินไอติมตามร้านบ้าง พวกโตๆหน่อยก็ไปรับมาจากที่บ้านเพื่อออกไปเที่ยวไปหาอะไรกินกัน
ก็ค่อยๆสร้างความสัมพันธ์ ให้ผูกพันกันไปเรื่อยๆ ไม่รีบร้อนอะไร
พอมาถึงยุคที่มีโทรศัพท์ ก็ปรับเปลี่ยนจากขอที่อยู่ กลายมาเป็นขอเบอร์แทน เวลาคุยกันที จะมีความรู้สึกอึดอัดนิดหน่อย เพราะมีสายตาของพ่อแม่ญาติพี่น้องแอบมองแอบฟังอยู่บ้าง แต่ก็เป็นความรู้สึกที่ดีนะ อบอุ่น เขิลๆดี
จะแอบไปโทรตู้ก็ต้องรอคิวยาว แถมยุงกัดถึงขนาดต้องพกยากันยุงกันไปเลยทีเดียว
การหาข้อมูล หรือรับรู้ข้อมูลข่าวสารที่ชื่นชอบ ก็จะพึ่งหนังสือ นิตยาสาร รายสัปดาห์ รายปก หรือรายเดือน บางทีก็รายปีเลยทีเดียว เพราะเป็นที่ยอมรับและกลั่นกรองข้อมูลมาพอสมควร
แต่ก็มีพวกข่าวๆเฟคๆ ข้อมูลเฟคๆเหมือนกันนะ แต่ส่วนใหญ่จะอยู่กับหนังสือพิมพ์หรือนิตยาสารรายวันเล่มเล็กๆ อ่านเอาฮาก็พอได้
ทางทีวี ทางวิทยุก็ไม่ค่อยมีรายการอะไรเท่าไหร่ ดูได้ฟังได้แต่ข่าว
หรืออาจจะไปตามห้องสมุด หรือหอสมุด ทำสมาชิกแล้วก็ยืมมาอ่านที่บ้าน
มีอีกเยอะแยะ แต่ไม่รู้จะเล่าประเด็นไหนดี
ชอบนะ ยุคนั้น เป็นยุคที่ไม่ฉาบฉวย และลึกซึ้ง ไม่รีบร้อนจนต้องสุขเอาเผากิน แต่ก็มีมุมไม่ดีอยู่เยอะแยะเช่นกัน
เจอหน้าเจอตาก็ยิ้มแย้มแจ่มใสทักทายกันไป ไม่ก้มหน้าก้มตาเล่นแต่กรอบสี่เหลี่ยมเล็กๆ
หนุ่มๆก็จ้องๆมองๆแซวๆสาวๆที่เค้าถูกใจ หรือจีบกันไปตามแต่สไตล์แต่ละคน
สาวๆก็มีเหล่หนุ่มๆและอาจจะใช้สายตาหรือภาษากายให้หนุ่มๆรับรู้เพื่อพิสูจน์ความกล้า หรือว่าหนุ่มคนนั้นคนใจตัวเธอจริงๆ
บางครั้งก็อาศัยโชคชะตาฟ้าลิขิต คราวหน้ามาที่สถานที่แห่งนี้ที่เดิมเวลาเดิม จะได้พบเจอคนที่หมายปอง
ก็พูดก็คุยกันไป สอบถามชื่อ โรงเรียนหรือสถานที่ทำงาน แลกเปลี่ยนข้อมูลส่วนตัวกัน
เมื่อได้รู้จักกันแล้ว ก็อาจจะมีการขอที่อยู่เพื่อส่งจดหมายถึงกันบ้าง สนิทกันหน่อยก็นัดกันกินไอติมตามร้านบ้าง พวกโตๆหน่อยก็ไปรับมาจากที่บ้านเพื่อออกไปเที่ยวไปหาอะไรกินกัน
ก็ค่อยๆสร้างความสัมพันธ์ ให้ผูกพันกันไปเรื่อยๆ ไม่รีบร้อนอะไร
พอมาถึงยุคที่มีโทรศัพท์ ก็ปรับเปลี่ยนจากขอที่อยู่ กลายมาเป็นขอเบอร์แทน เวลาคุยกันที จะมีความรู้สึกอึดอัดนิดหน่อย เพราะมีสายตาของพ่อแม่ญาติพี่น้องแอบมองแอบฟังอยู่บ้าง แต่ก็เป็นความรู้สึกที่ดีนะ อบอุ่น เขิลๆดี
จะแอบไปโทรตู้ก็ต้องรอคิวยาว แถมยุงกัดถึงขนาดต้องพกยากันยุงกันไปเลยทีเดียว
การหาข้อมูล หรือรับรู้ข้อมูลข่าวสารที่ชื่นชอบ ก็จะพึ่งหนังสือ นิตยาสาร รายสัปดาห์ รายปก หรือรายเดือน บางทีก็รายปีเลยทีเดียว เพราะเป็นที่ยอมรับและกลั่นกรองข้อมูลมาพอสมควร
แต่ก็มีพวกข่าวๆเฟคๆ ข้อมูลเฟคๆเหมือนกันนะ แต่ส่วนใหญ่จะอยู่กับหนังสือพิมพ์หรือนิตยาสารรายวันเล่มเล็กๆ อ่านเอาฮาก็พอได้
ทางทีวี ทางวิทยุก็ไม่ค่อยมีรายการอะไรเท่าไหร่ ดูได้ฟังได้แต่ข่าว
หรืออาจจะไปตามห้องสมุด หรือหอสมุด ทำสมาชิกแล้วก็ยืมมาอ่านที่บ้าน
มีอีกเยอะแยะ แต่ไม่รู้จะเล่าประเด็นไหนดี
ชอบนะ ยุคนั้น เป็นยุคที่ไม่ฉาบฉวย และลึกซึ้ง ไม่รีบร้อนจนต้องสุขเอาเผากิน แต่ก็มีมุมไม่ดีอยู่เยอะแยะเช่นกัน
YSHalling ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 777980 ถูกใจ, yamr ถูกใจ, นกแคปหมู ถูกใจ, อากินจัง ถูกใจ, NecroLord ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 711678 ถูกใจ, โจนาธาน ลิฟวิงสตัน หลงรัก, อยากเป็นกบนอกกะลาครับ ถูกใจ, ลูกจ้างดีเด่น ถูกใจรวมถึงอีก 4 คน ร่วมแสดงความรู้สึก
▼ กำลังโหลดข้อมูล... ▼
แสดงความคิดเห็น
คุณสามารถแสดงความคิดเห็นกับกระทู้นี้ได้ด้วยการเข้าสู่ระบบ
ก่อนยุคอินเตอร์เน็ท สมัยนั้นชีวิตเป็นยังไงบ้างครับ ?
อยากทราบความรู้สึก ความเป็นอยู่ในยุคนั้นครับ
เรียนหนังสือ -ทำรายงานยังไง จีบกันอย่างไร เวลาว่างทำอะไรกันบ้าง
อยากรู้ความรู้สึกของคนที่ผ่านยุคนั้นมาอะครับ
พอดีไปอ่านบทความนึง เลยคิดได้ ว่าอินเตอร์เน็ทมีผลในการเปลี่ยนชีวิตคนมากแค่ไหน
" ...จินตนาการถึงยุคที่ไม่มีอินเตอร์เน็ทกันดูครับ แน่นอนว่าชีวิตก็คงอยู่ได้อย่างปกติสุขเหมือนที่คนรุ่นพ่อรุ่นแม่ผ่านมาได้ แต่ทว่า มันก็น่าคิดดู ว่าข้อมูลข่าวสารที่คนยุคเก่าได้รับนั้น มักจะมาจากการจัดตั้งของสื่อมวลชนบ้าง ระบบการศึกษาบ้าง ข่าวลือบ้าง เปรียบเทียบกับเสรีภาพของสื่อในยุคอินเตอร์เน็ทที่มีการไหลเวียนของข่าวสารมาก รวดเร็ว และบูรณาการ มันจะสร้างวิวัฒนาการทางสำนึกใหม่ได้อย่างไร
อินเตอร์เน็ทนั้นเติบโตจากสัญชาติญาณแรกเริ่มของมนุษย์ นั่นก็คือเสรีภาพ นั่นคือ เสรีภาพในการที่จะสงสัย อยากรู้ อยากสัมผัส และอยากค้นหาความจริง , เสรีภาพนั้นยังรวมถึงเรื่องความรัก และความสัมพันธ์ที่มนุษย์เราต้องการใกล้เข้าไปอีกสักนิด มนุษย์เราเป็นเช่นนั้นเสมอมา และจะเป็ฯตลอดไป , การพัฒนาของสื่อ จะสร้างสัมผัสใหม่ๆ ที่ทำให้เราเข้าใกล้ข้อมูล เข้าใกล้ความบันเทิง และเข้าใกล้ความรัก ... "
อ่านต่อใน : http://flexmedia.co.th/main/2014/06/04/digital-adapter-generation/