[๕๗๗] ดูกรภิกษุทั้งหลาย
ผ้ากัมพลที่ทำด้วยผมมนุษย์ บัณฑิตกล่าวว่าเลวกว่าผ้าที่ช่างหูกทอแล้วทุกชนิด
ผ้ากัมพลที่ทำด้วยผมมนุษย์ในฤดูหนาวก็เย็น ในฤดูร้อนก็ร้อน สีน่าเกลียด กลิ่นเหม็น สัมผัสไม่สบาย แม้ฉันใด
ดูกรภิกษุทั้งหลาย
วาทะของเจ้าลัทธิชื่อว่ามักขลิ ก็ฉันนั้นเหมือนกันแล
บัณฑิตกล่าวว่าเลวกว่าวาทะของสมณะทุกพวก เจ้าลัทธิชื่อว่ามักขลิเป็นโมฆบุรุษ
มีวาทะอย่างนี้ มีความเห็นอย่างนี้ว่า
กรรมไม่มี กิริยาไม่มี ความเพียรไม่มี
ดูกรภิกษุทั้งหลาย
แม้พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าที่ได้มีแล้วในอดีตกาล
ก็เป็นผู้ตรัสกรรม ตรัสกิริยา และตรัสความเพียร
....ถึงพระผู้มีพระภาคเหล่านั้น ก็ถูกโมฆบุรุษชื่อว่ามักขลิคัดค้านว่า
กรรมไม่มี กิริยาไม่มี ความเพียรไม่มี
แม้พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าที่จักมีในอนาคตกาล
ก็จักเป็นผู้ตรัสกรรมตรัสกิริยา ตรัสความเพียร
.....ถึงพระผู้มีพระภาคเหล่านั้น ก็ถูกโมฆบุรุษชื่อว่ามักขลิคัดค้านว่า
กรรมไม่มี กิริยาไม่มี ความเพียรไม่มี
แม้เรา ผู้เป็นพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าในบัดนี้
ก็กล่าวกรรม กล่าวกิริยา กล่าวความเพียร
....แม้เราก็ถูกโมฆบุรุษชื่อว่ามักขลิคัดค้านว่า
กรรมไม่มี กิริยาไม่มี ความเพียรไม่มี
ดูกรภิกษุทั้งหลาย
เปรียบเหมือนบุคคลพึงวางไซดักปลาไว้ที่ปากอ่าว
เพื่อมิใช่ประโยชน์เพื่อทุกข์ เพื่อความ

เพื่อความพินาศแก่ปลาเป็นอันมากแม้ฉันใด
โมฆบุรุษชื่อว่ามักขลิ ก็ฉันนั้นเหมือนกันแล เป็นเหมือนไซดักมนุษย์
เกิดขึ้นในโลกแล้ว เพื่อมิใช่ประโยชน์ เพื่อทุกข์ เพื่อความ

เพื่อความพินาศแก่สัตว์เป็นอันมาก ฯ
-----------------
เกสกัมพลสูตร
เนื้อความพระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๐ บรรทัดที่ ๗๕๓๔ - ๗๕๕๓. หน้าที่ ๓๒๓ - ๓๒๔.
http://www.84000.org/tipitaka/attha/v.php?B=20&A=7534&Z=7553&pagebreak=0
ศึกษาอรรถกถานี้ ได้ที่ :-
http://www.84000.org/tipitaka/attha/attha.php?b=20&i=577
เป็นเหมือนไซดักมนุษย์ เกิดขึ้นในโลกแล้ว เพื่อมิใช่ประโยชน์ เพื่อทุกข์ เพื่อความ:) เพื่อความพินาศแก่สัตว์เป็นอันมาก ฯ
ผ้ากัมพลที่ทำด้วยผมมนุษย์ บัณฑิตกล่าวว่าเลวกว่าผ้าที่ช่างหูกทอแล้วทุกชนิด
ผ้ากัมพลที่ทำด้วยผมมนุษย์ในฤดูหนาวก็เย็น ในฤดูร้อนก็ร้อน สีน่าเกลียด กลิ่นเหม็น สัมผัสไม่สบาย แม้ฉันใด
ดูกรภิกษุทั้งหลาย
วาทะของเจ้าลัทธิชื่อว่ามักขลิ ก็ฉันนั้นเหมือนกันแล
บัณฑิตกล่าวว่าเลวกว่าวาทะของสมณะทุกพวก เจ้าลัทธิชื่อว่ามักขลิเป็นโมฆบุรุษ
มีวาทะอย่างนี้ มีความเห็นอย่างนี้ว่า กรรมไม่มี กิริยาไม่มี ความเพียรไม่มี
ดูกรภิกษุทั้งหลาย
แม้พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าที่ได้มีแล้วในอดีตกาล
ก็เป็นผู้ตรัสกรรม ตรัสกิริยา และตรัสความเพียร
....ถึงพระผู้มีพระภาคเหล่านั้น ก็ถูกโมฆบุรุษชื่อว่ามักขลิคัดค้านว่า กรรมไม่มี กิริยาไม่มี ความเพียรไม่มี
แม้พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าที่จักมีในอนาคตกาล
ก็จักเป็นผู้ตรัสกรรมตรัสกิริยา ตรัสความเพียร
.....ถึงพระผู้มีพระภาคเหล่านั้น ก็ถูกโมฆบุรุษชื่อว่ามักขลิคัดค้านว่า กรรมไม่มี กิริยาไม่มี ความเพียรไม่มี
แม้เรา ผู้เป็นพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าในบัดนี้
ก็กล่าวกรรม กล่าวกิริยา กล่าวความเพียร
....แม้เราก็ถูกโมฆบุรุษชื่อว่ามักขลิคัดค้านว่า กรรมไม่มี กิริยาไม่มี ความเพียรไม่มี
ดูกรภิกษุทั้งหลาย
เปรียบเหมือนบุคคลพึงวางไซดักปลาไว้ที่ปากอ่าว
เพื่อมิใช่ประโยชน์เพื่อทุกข์ เพื่อความ
โมฆบุรุษชื่อว่ามักขลิ ก็ฉันนั้นเหมือนกันแล เป็นเหมือนไซดักมนุษย์
เกิดขึ้นในโลกแล้ว เพื่อมิใช่ประโยชน์ เพื่อทุกข์ เพื่อความ
-----------------
เกสกัมพลสูตร
เนื้อความพระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๐ บรรทัดที่ ๗๕๓๔ - ๗๕๕๓. หน้าที่ ๓๒๓ - ๓๒๔.
http://www.84000.org/tipitaka/attha/v.php?B=20&A=7534&Z=7553&pagebreak=0
ศึกษาอรรถกถานี้ ได้ที่ :-
http://www.84000.org/tipitaka/attha/attha.php?b=20&i=577