เมื่ออาทิตย์ที่แล้วเราได้มีโอกาสกลับมาเจอเพื่อนเก่าสมัยประถมอีกครั้งนึงค่ะ
เรารู้จักเพื่อนคนนี้ครั้งแรกตอนที่เขาเพิ่งย้ายโรงเรียนมาตอนปอห้า
และหลังจากนั้นมาเราก็กลายเป็นเพื่อนสนิทกลุ่มเดียวกัน(ได้ยังไงไม่รู้)
ด้วยความที่นิสัยค่อนข้างเฮ้วหน่อย เราสองคนมีวีรกรรมด้วยกันเยอะค่ะ
อย่างเช่นลอกข้อสอบ เราก็ไม่ได้เรียนเก่งอะไร แต่เพื่อนคนนี้เรียนอ่อนกว่าเราค่ะ
กลายเป็นเราก็ต้องช่วยเค้าไปเกือบทุกครั้ง
หรือว่างานอดิเรกของพวกเราคือการแกล้งเพื่อนผู้ชายในห้องค่ะ ไปด่าเค้าบ้าง ล้อชื่อพ่อเค้าบ้าง
จนเค้าต้องวิ่งไปฟ้องคุณครูประจำชั้นเป็นประจำ และพอโดนคุณครูถามก็จะเฉไฉไปประมาณว่า
'อะไรคะ พวกหนูไม่รู้เรื่อง ไม่ได้ทำซักหน่อย บลา บลา บลา' แล้วเด็กผู้ชายคนนั้นก็จะร้องไห้ทุกครั้งไป
จนกระทั่งจบประถมหก เราสองคนก็ย้ายโรงเรียนไปต่อโรงเรียนชื่อดัง(?)ที่อยู่ระแวกใกล้เคียงค่ะ
จำได้ว่าตอนเข้าสอบ เพื่อนคนนี้มาขอลอกข้อสอบ บอกว่าเราจะได้อยู่ห้องเดียวกันไง
เราเองก็ตอบตกลงไป แต่พอเอาเข้าจริงโดนจับแยกค่ะ สุดท้ายเลยโดนเด้งแยกกันคนละห้องไป
หลังจากนั้นเป็นต้นมา ก็ต่างคนต่างแยกกันไป กลุ่มของเพื่อนคนนี้จะเป็นกลุ่มใหญ่มาก
ก็จะออกแนวเกเร ไม่ค่อยเรียนนิดหน่อย ทุกคนในระดับชั้นต่างรู้จักกลุ่มนี้เป็นอย่างดี
พอเพื่อนคนอื่นรู้ว่า เพื่อนคนนี้เป็นเพื่อนเรา ก็จะชอบพูดถึงแบบว่า (ชื่อ)คนนี้อ่ะ คนนี้ที่ไม่ค่อยเรียนที่เป็นเพื่อนเธออ่ะ
ด้วยความที่เป็นเด็กเราก็จะรู้สึกว่าแบบ อะไรกันเนี้ยย(ดิชั้นเด็กห้องคิงเชียวนะ)
ช่วงหลังเลยห่างหายกันไป แต่ถ้าเดินเจอหน้าก็จะทักกันบ้างแบบเอ้อเป็นไง
พอถึงมอสี่ เพื่อนคนนี้ก็ย้ายโรงเรียนไป แล้วก็ไม่ได้เจอกันอีกเลยนับจากนั้น...
เราเองหลังจากจบมอปลาย เราก็มาเรียนต่อที่จีนค่ะ
เรียนมาได้จนถึงปีสาม บังเอิญว่าได้ไปเจออินสตาแกรมของเพื่อนคนนี้
พอเข้าไปดู ถึงกับช็อค!ว่าเฮ้ย เพื่อนคนนี้มาอยู่จีนได้ไง แถมเมืองเดียวกันมหาลัยข้างเคียงกันอีกต่างหาก
บังเอิญอีก ว่ามีเพื่อนของเพื่อนก็มาเรียนซัมเมอร์ที่มหาลัยนี้ ถามไปถามมา เพื่อนของเพื่อนเรียนห้องเดียวกับเพื่อนของเราค่ะ
เค้าเลยบอกว่าจะลองถามให้ดูว่าจำเราได้มั้ย? ตอนแรกก็ลังแลว่าเอ้อไปถามมันจะแปลกๆ เปล่าหว่า ห่างหายกันไปนานตั้งหลายปี
แต่พอสุดท้ายเพื่อนคนนั้นลองถามให้ เพื่อนคนนี้จำเราได้ค่ะ แถมยังรีบขอไลน์ติดต่อเราทันที
อาทิตย์นั้นเราเลยนัดเจอกันค่ะ เพราะเค้าเองจะกลับไทยอีกไม่กี่วันแล้ว
ตอนแรกก็แอบเกร็งนิดนึง(ไม่น่าจะนิดนะ) ว่าไม่เจอกันนานจะทำตัวถูกเปล่าหว่า
แต่พอเอาเข้าจริง ทุกอย่างมันไม่มีอะไรเลยค่ะ เค้ายังจำเราได้และยังทำตัวเหมือนเดิมทุกอย่าง
เหมือนจะมีแต่เราเอง ที่คิดเยอะเกินถึงระยะห่างที่คิดว่ามันควรจะต้องมี
ถึงจะใช้สรรพนามไม่ใช่กะรู มะรึงเหมือนเดิม แต่ความสนิทมันยังคงมีเท่าเดิมค่ะ
เราย้อนพูดคุยถึงช่วงชีวิตที่ทุกคนต่างแยกย้ายกันไปตามทางของตัวเอง
รวมถึงย้อนกลับไปถึงความทรงจำสมัยประถมที่พอพูดขึ้นมาแล้วทุกอย่างมันย้อนกลับเข้ามาในหัวสมองหมด
เค้าบอกว่า เค้ามาเรียนซัมเมอร์ที่นี้สามเดือน อยู่มาสองเดือนกว่าแล้วและกำลังจะกลับไทยอาทิตย์หน้า
ช่วงแรกที่มารู้สึกโฮมซิคมาก ไม่อยากอยู่แล้ว อยากกลับบ้านมาก เราน่าจะเจอกันก่อนหน้านี้....
เรารู้สึกว่า เพราะมันเป็นที่นี้ เพราะมันเป็นช่วงเวลานี้ที่ทำให้การกลับมาเจอของเรามันมีความหมายมากกว่าทุกครั้ง
เพราะถ้าอยู่ไทยแล้วจะมานัดเจอกันข้าว มันก็จะดูแปลกกระไรอยู่(ความเรารู้สึกของเราเอง)
ดีใจค่ะ ดีใจมาก ดีใจที่กลับมาเจอเพื่อนเก่าอีกครั้ง ได้คุยได้ถามความเป็นไป
ทำให้เรารู้ว่าความคิด นิสัยอะไรหลายอย่างเราเหมือนกัน จนไม่แปลกว่าทำไมเราสองคนถึงดึงดูดให้สนิทกันตอนเด็ก
เราไม่รู้หรอกว่าอนาคตจะยังไง แต่เราว่ามันน่าเสียดายนะ ถ้าเราจะทิ้งเพื่อนคนนึงไปในสภาวะตอนนี้ที่เพื่อนหาได้โคตะระยากเลย
อยากบอกเพื่อนคนนั้นว่าเดินทางปลอดภัยนะเว้ย แล้วเจอกันที่เมืองไทย;)
(นางเล่นพันทิป แต่รู้สึกจะสิงอยู่แถวห้องแป้ง รีวิวแต่งหน้าอยู่)
เมื่อได้กลับมาเจอเพื่อนสมัยประถมอีกครั้ง
เรารู้จักเพื่อนคนนี้ครั้งแรกตอนที่เขาเพิ่งย้ายโรงเรียนมาตอนปอห้า
และหลังจากนั้นมาเราก็กลายเป็นเพื่อนสนิทกลุ่มเดียวกัน(ได้ยังไงไม่รู้)
ด้วยความที่นิสัยค่อนข้างเฮ้วหน่อย เราสองคนมีวีรกรรมด้วยกันเยอะค่ะ
อย่างเช่นลอกข้อสอบ เราก็ไม่ได้เรียนเก่งอะไร แต่เพื่อนคนนี้เรียนอ่อนกว่าเราค่ะ
กลายเป็นเราก็ต้องช่วยเค้าไปเกือบทุกครั้ง
หรือว่างานอดิเรกของพวกเราคือการแกล้งเพื่อนผู้ชายในห้องค่ะ ไปด่าเค้าบ้าง ล้อชื่อพ่อเค้าบ้าง
จนเค้าต้องวิ่งไปฟ้องคุณครูประจำชั้นเป็นประจำ และพอโดนคุณครูถามก็จะเฉไฉไปประมาณว่า
'อะไรคะ พวกหนูไม่รู้เรื่อง ไม่ได้ทำซักหน่อย บลา บลา บลา' แล้วเด็กผู้ชายคนนั้นก็จะร้องไห้ทุกครั้งไป
จนกระทั่งจบประถมหก เราสองคนก็ย้ายโรงเรียนไปต่อโรงเรียนชื่อดัง(?)ที่อยู่ระแวกใกล้เคียงค่ะ
จำได้ว่าตอนเข้าสอบ เพื่อนคนนี้มาขอลอกข้อสอบ บอกว่าเราจะได้อยู่ห้องเดียวกันไง
เราเองก็ตอบตกลงไป แต่พอเอาเข้าจริงโดนจับแยกค่ะ สุดท้ายเลยโดนเด้งแยกกันคนละห้องไป
หลังจากนั้นเป็นต้นมา ก็ต่างคนต่างแยกกันไป กลุ่มของเพื่อนคนนี้จะเป็นกลุ่มใหญ่มาก
ก็จะออกแนวเกเร ไม่ค่อยเรียนนิดหน่อย ทุกคนในระดับชั้นต่างรู้จักกลุ่มนี้เป็นอย่างดี
พอเพื่อนคนอื่นรู้ว่า เพื่อนคนนี้เป็นเพื่อนเรา ก็จะชอบพูดถึงแบบว่า (ชื่อ)คนนี้อ่ะ คนนี้ที่ไม่ค่อยเรียนที่เป็นเพื่อนเธออ่ะ
ด้วยความที่เป็นเด็กเราก็จะรู้สึกว่าแบบ อะไรกันเนี้ยย(ดิชั้นเด็กห้องคิงเชียวนะ)
ช่วงหลังเลยห่างหายกันไป แต่ถ้าเดินเจอหน้าก็จะทักกันบ้างแบบเอ้อเป็นไง
พอถึงมอสี่ เพื่อนคนนี้ก็ย้ายโรงเรียนไป แล้วก็ไม่ได้เจอกันอีกเลยนับจากนั้น...
เราเองหลังจากจบมอปลาย เราก็มาเรียนต่อที่จีนค่ะ
เรียนมาได้จนถึงปีสาม บังเอิญว่าได้ไปเจออินสตาแกรมของเพื่อนคนนี้
พอเข้าไปดู ถึงกับช็อค!ว่าเฮ้ย เพื่อนคนนี้มาอยู่จีนได้ไง แถมเมืองเดียวกันมหาลัยข้างเคียงกันอีกต่างหาก
บังเอิญอีก ว่ามีเพื่อนของเพื่อนก็มาเรียนซัมเมอร์ที่มหาลัยนี้ ถามไปถามมา เพื่อนของเพื่อนเรียนห้องเดียวกับเพื่อนของเราค่ะ
เค้าเลยบอกว่าจะลองถามให้ดูว่าจำเราได้มั้ย? ตอนแรกก็ลังแลว่าเอ้อไปถามมันจะแปลกๆ เปล่าหว่า ห่างหายกันไปนานตั้งหลายปี
แต่พอสุดท้ายเพื่อนคนนั้นลองถามให้ เพื่อนคนนี้จำเราได้ค่ะ แถมยังรีบขอไลน์ติดต่อเราทันที
อาทิตย์นั้นเราเลยนัดเจอกันค่ะ เพราะเค้าเองจะกลับไทยอีกไม่กี่วันแล้ว
ตอนแรกก็แอบเกร็งนิดนึง(ไม่น่าจะนิดนะ) ว่าไม่เจอกันนานจะทำตัวถูกเปล่าหว่า
แต่พอเอาเข้าจริง ทุกอย่างมันไม่มีอะไรเลยค่ะ เค้ายังจำเราได้และยังทำตัวเหมือนเดิมทุกอย่าง
เหมือนจะมีแต่เราเอง ที่คิดเยอะเกินถึงระยะห่างที่คิดว่ามันควรจะต้องมี
ถึงจะใช้สรรพนามไม่ใช่กะรู มะรึงเหมือนเดิม แต่ความสนิทมันยังคงมีเท่าเดิมค่ะ
เราย้อนพูดคุยถึงช่วงชีวิตที่ทุกคนต่างแยกย้ายกันไปตามทางของตัวเอง
รวมถึงย้อนกลับไปถึงความทรงจำสมัยประถมที่พอพูดขึ้นมาแล้วทุกอย่างมันย้อนกลับเข้ามาในหัวสมองหมด
เค้าบอกว่า เค้ามาเรียนซัมเมอร์ที่นี้สามเดือน อยู่มาสองเดือนกว่าแล้วและกำลังจะกลับไทยอาทิตย์หน้า
ช่วงแรกที่มารู้สึกโฮมซิคมาก ไม่อยากอยู่แล้ว อยากกลับบ้านมาก เราน่าจะเจอกันก่อนหน้านี้....
เรารู้สึกว่า เพราะมันเป็นที่นี้ เพราะมันเป็นช่วงเวลานี้ที่ทำให้การกลับมาเจอของเรามันมีความหมายมากกว่าทุกครั้ง
เพราะถ้าอยู่ไทยแล้วจะมานัดเจอกันข้าว มันก็จะดูแปลกกระไรอยู่(ความเรารู้สึกของเราเอง)
ดีใจค่ะ ดีใจมาก ดีใจที่กลับมาเจอเพื่อนเก่าอีกครั้ง ได้คุยได้ถามความเป็นไป
ทำให้เรารู้ว่าความคิด นิสัยอะไรหลายอย่างเราเหมือนกัน จนไม่แปลกว่าทำไมเราสองคนถึงดึงดูดให้สนิทกันตอนเด็ก
เราไม่รู้หรอกว่าอนาคตจะยังไง แต่เราว่ามันน่าเสียดายนะ ถ้าเราจะทิ้งเพื่อนคนนึงไปในสภาวะตอนนี้ที่เพื่อนหาได้โคตะระยากเลย
อยากบอกเพื่อนคนนั้นว่าเดินทางปลอดภัยนะเว้ย แล้วเจอกันที่เมืองไทย;)
(นางเล่นพันทิป แต่รู้สึกจะสิงอยู่แถวห้องแป้ง รีวิวแต่งหน้าอยู่)