บทวิเคราะห์โดยสังเขป :
ประเด็นการลงทุน
BGH จะสามารถสร้างอัตรากำไรเติบโตเฉลี่ยสะสมต่อปี 18% ในช่วงปี 2557-58 (เมื่อเทียบกับเพียงกำไรทรงตัว สำหรับปี 2556) โดยเน้นการเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงานและการเข้าซื้อกิจการ เรายังคงคำแนะนำ ซื้อ ด้วยราคาเป้าหมายใหม่จากการประเมิณมูลค่าด้วยวิธี DCF ณ สิ้นปี 2557 เพิ่มขึ้นเป็น 18.50 บาท (จาก 17.20 บาท) เพื่อสะท้อนความคาดหวังต่อกำไรที่เพิ่มข้นและสมมติฐานใหม่ของ BLS ในส่วนของผลตอบแทนของตลาด (ปรับลดจาก 12.8% เป็น 12.6%) และต้นทุนเงินกู้ (ปรับลดจาก 4.5% เป็น 4.2%) WACC อยู่ที่ 9.0% และ terminal growth อยู่ที่ 2%
ปรับเพิ่มประมาณการกำไร
เราปรับประมาณการกำไรหลักเพิ่มขึ้น 4% สำหรับปี 2557 และ 8% สำหรับปี 2558 เพื่อสะท้อนกำไรที่เพิ่มขึ้นจากการเข้าซื้อกิจการกลุ่มโรงพยาบาลสนามจันทร์ และสมมติฐานอัตรากำไรหลักขยายตัว (เพิ่มขึ้น 0.5% เป็น 13.0% สำหรับปี 2557 และเพิ่มขึ้น 0.8% เป็น 13.5% สำหรับปี 2558) เนื่องจากเราปรับลดสมมติฐานอัตราส่วนค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารต่อยอดขาย 0.6% สำหรับปี 2557 และ 1.0% สำหรับปี 2558 โมเดลใหม่ของเราชี้กำไรปกติเติบโต 18% สำหรับปี 2557 และ 19% สำหรับปี 2558
เน้นอัตรากำไรขยายตัว
BGH ยังคงยืนยันอัตรากำไรก่อนดอกเบี้ย ภาษี และค่าเสื่อมราคาจะขยายตัว 0.7-1.7% YoY สำหรับปี 2557 และอัตรากำไรสุทธิจะเติบโตเล็กน้อย ซึ่งหมายถึงอัตรากำไรสุทธิจะขยายตัว YoY สำหรับไตรมาส 2/57 เป็นต้นไปจากฐานต่ำจากช่วงเดียวกันในปีที่แล้ว (10.5% สำหรับไตรมาส 2/56 11.9% สำหรับไตรมาส 3/56 และ 11.2% สำหรับไตรมาส 4/56) ทั้งนี้บริษัทคาดรายได้กลุ่มการแพทย์จะเติบโตมากกว่า 10% YoY สำหรับเดือนเม.ย.-พ.ค. กำไรไตรมาส 2/57 จะเติบโต YoY (แต่ลดลง QoQ จากปัจจัยทางฤดูกาล) เราคาดกำไรทำสถิติสูงสุดใหม่ไตรมาส 3/57 หนุนโดยอัตรากำไรขยายตัวและปัจจัยทางฤดูกาล
มูลค่าเพิ่มจากการเข้าซื้อกิจการใหม่
BGH ตกลงที่จะเข้าซื้อกลุ่มโรงพยาบาลสนามจันทร์ ซึ่งเป็นเจ้าของโรงพยาบาลสนามจันทร์และโรงพยาบาลเมืองเพชร-ธนบุรี และถือหุ้นในโรงพยาบาลเทพากร 44.5% และโรงพยาบาลเมืองราช 25.0% ราคาเข้าซื้ออยู่ในช่วง 3,555-3,655 ล้านบาท สำหรับเตียงผู้ป่วยในจำนวน 555 เตียง (รวมการถือหุ้นที่สัดส่วน 44.5% ในโรงพยาบาลเทพากร)
ราคาเข้าซื้อถือว่าถูก อยู่ที่ 6.4-6.5 ล้านบาทต่อเตียง คิดเป็น PER ปี 2557 ที่ 18.4-19.0 เท่า (PER ของ BGH อยู่ที่ 35.1 เท่า) และ PBV ประมาณ 2 เท่า (BGH อยูที่ 5.4 เท่า) เราสะท้อนกำไรที่เพิ่มขึ้นจำนวน 64 ล้านบาท เข้ามาในประมาณการปี 2557 ของเรา (เพิ่มขึ้น 1%) และ 176 ล้านบาท สำหรับปี 2558 (เพิ่มขึ้น 2%) โดยเริ่มตั้งแต่เดือนส.ค. 2557 หากบริษัทเข้าซื้อโดยใช้เงินจากการกู้ยืมทั้งหมด อัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อทุนสุทธิจะเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจาก 0.4 เท่า มาอยู่ที่ 0.5 เท่า
ตั้งเป้าจำนวนโรงพยาบาลในเครือรวม 50 แห่ง ณ สิ้นปี 2558
นพ.ปราเสริฐ ปราสาททองโอสถ ประธานคณะผู้บริหารและกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ของ BGH กล่าวว่าจะเพิ่มจำนวนโรงพยาบาลในเครือรวมเป็น 50 แห่ง ณ สิ้นปี 2558 (จาก 43 แห่งในขณะนี้ รวมกลุ่มโรงพยาบาลสนามจันทร์แล้ว) นพ.ปราเสริฐคาดว่าจะเข้าซื้อโรงพยาบาลใหม่อีก 2 แห่งในช่วงครึ่งหลังของปี 2557 และซื้อเพิ่มอีก 5 แห่งในปี 2558 โดยนพ.ปราเสริฐจะเข้าซื้อโรงพยาบาลที่เปิดให้บริการอยู่แล้ว เนื่องจากการเปิดโรงพยาบาลใหม่จะกดดันอัตราไรสุทธิให้ลดลง ในช่วงเริ่มต้นโครงการและช่วงปีแรกเมื่อเปิดให้บริการ ทั้งนี้เราคาดว่า 7 แห่งน่าจะเพิ่มจำนวนเตียงเข้ามาอีก 700-1,400 เตียง คิดเป็นอัตราการให้บริการเพิ่มขึ้น 9-14% โดยคาดว่ามูลค่าการลงทุนทั้งหมดจะอยู่ที่ 6-7 พันล้านบาท ซึ่งหมายถึงอัตราหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อทุนสุทธิเพิ่มขึ้นเพียง 0.2 เท่า
คำแนะนำ :
คำแนะนำพื้นฐาน: ซื้อ
เป้าหมายพื้นฐาน: 18.50 บาท
คลิกเพื่อเปิดบทวิเคราะห์ฉบับเต็ม :
http://research2.bualuang.co.th/share/show_file.php?rep_id=20140530113005&att_id=1&c=4
คืออยากให้ท่านผู้รู้ หรือผู้ที่คิดต่าง ช่วย วิจารณ์
BGH: เข้าสู่กำไรขาขึ้นรอบใหม่(บทวิเคราะห์ของBLS)
ประเด็นการลงทุน
BGH จะสามารถสร้างอัตรากำไรเติบโตเฉลี่ยสะสมต่อปี 18% ในช่วงปี 2557-58 (เมื่อเทียบกับเพียงกำไรทรงตัว สำหรับปี 2556) โดยเน้นการเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงานและการเข้าซื้อกิจการ เรายังคงคำแนะนำ ซื้อ ด้วยราคาเป้าหมายใหม่จากการประเมิณมูลค่าด้วยวิธี DCF ณ สิ้นปี 2557 เพิ่มขึ้นเป็น 18.50 บาท (จาก 17.20 บาท) เพื่อสะท้อนความคาดหวังต่อกำไรที่เพิ่มข้นและสมมติฐานใหม่ของ BLS ในส่วนของผลตอบแทนของตลาด (ปรับลดจาก 12.8% เป็น 12.6%) และต้นทุนเงินกู้ (ปรับลดจาก 4.5% เป็น 4.2%) WACC อยู่ที่ 9.0% และ terminal growth อยู่ที่ 2%
ปรับเพิ่มประมาณการกำไร
เราปรับประมาณการกำไรหลักเพิ่มขึ้น 4% สำหรับปี 2557 และ 8% สำหรับปี 2558 เพื่อสะท้อนกำไรที่เพิ่มขึ้นจากการเข้าซื้อกิจการกลุ่มโรงพยาบาลสนามจันทร์ และสมมติฐานอัตรากำไรหลักขยายตัว (เพิ่มขึ้น 0.5% เป็น 13.0% สำหรับปี 2557 และเพิ่มขึ้น 0.8% เป็น 13.5% สำหรับปี 2558) เนื่องจากเราปรับลดสมมติฐานอัตราส่วนค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารต่อยอดขาย 0.6% สำหรับปี 2557 และ 1.0% สำหรับปี 2558 โมเดลใหม่ของเราชี้กำไรปกติเติบโต 18% สำหรับปี 2557 และ 19% สำหรับปี 2558
เน้นอัตรากำไรขยายตัว
BGH ยังคงยืนยันอัตรากำไรก่อนดอกเบี้ย ภาษี และค่าเสื่อมราคาจะขยายตัว 0.7-1.7% YoY สำหรับปี 2557 และอัตรากำไรสุทธิจะเติบโตเล็กน้อย ซึ่งหมายถึงอัตรากำไรสุทธิจะขยายตัว YoY สำหรับไตรมาส 2/57 เป็นต้นไปจากฐานต่ำจากช่วงเดียวกันในปีที่แล้ว (10.5% สำหรับไตรมาส 2/56 11.9% สำหรับไตรมาส 3/56 และ 11.2% สำหรับไตรมาส 4/56) ทั้งนี้บริษัทคาดรายได้กลุ่มการแพทย์จะเติบโตมากกว่า 10% YoY สำหรับเดือนเม.ย.-พ.ค. กำไรไตรมาส 2/57 จะเติบโต YoY (แต่ลดลง QoQ จากปัจจัยทางฤดูกาล) เราคาดกำไรทำสถิติสูงสุดใหม่ไตรมาส 3/57 หนุนโดยอัตรากำไรขยายตัวและปัจจัยทางฤดูกาล
มูลค่าเพิ่มจากการเข้าซื้อกิจการใหม่
BGH ตกลงที่จะเข้าซื้อกลุ่มโรงพยาบาลสนามจันทร์ ซึ่งเป็นเจ้าของโรงพยาบาลสนามจันทร์และโรงพยาบาลเมืองเพชร-ธนบุรี และถือหุ้นในโรงพยาบาลเทพากร 44.5% และโรงพยาบาลเมืองราช 25.0% ราคาเข้าซื้ออยู่ในช่วง 3,555-3,655 ล้านบาท สำหรับเตียงผู้ป่วยในจำนวน 555 เตียง (รวมการถือหุ้นที่สัดส่วน 44.5% ในโรงพยาบาลเทพากร)
ราคาเข้าซื้อถือว่าถูก อยู่ที่ 6.4-6.5 ล้านบาทต่อเตียง คิดเป็น PER ปี 2557 ที่ 18.4-19.0 เท่า (PER ของ BGH อยู่ที่ 35.1 เท่า) และ PBV ประมาณ 2 เท่า (BGH อยูที่ 5.4 เท่า) เราสะท้อนกำไรที่เพิ่มขึ้นจำนวน 64 ล้านบาท เข้ามาในประมาณการปี 2557 ของเรา (เพิ่มขึ้น 1%) และ 176 ล้านบาท สำหรับปี 2558 (เพิ่มขึ้น 2%) โดยเริ่มตั้งแต่เดือนส.ค. 2557 หากบริษัทเข้าซื้อโดยใช้เงินจากการกู้ยืมทั้งหมด อัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อทุนสุทธิจะเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจาก 0.4 เท่า มาอยู่ที่ 0.5 เท่า
ตั้งเป้าจำนวนโรงพยาบาลในเครือรวม 50 แห่ง ณ สิ้นปี 2558
นพ.ปราเสริฐ ปราสาททองโอสถ ประธานคณะผู้บริหารและกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ของ BGH กล่าวว่าจะเพิ่มจำนวนโรงพยาบาลในเครือรวมเป็น 50 แห่ง ณ สิ้นปี 2558 (จาก 43 แห่งในขณะนี้ รวมกลุ่มโรงพยาบาลสนามจันทร์แล้ว) นพ.ปราเสริฐคาดว่าจะเข้าซื้อโรงพยาบาลใหม่อีก 2 แห่งในช่วงครึ่งหลังของปี 2557 และซื้อเพิ่มอีก 5 แห่งในปี 2558 โดยนพ.ปราเสริฐจะเข้าซื้อโรงพยาบาลที่เปิดให้บริการอยู่แล้ว เนื่องจากการเปิดโรงพยาบาลใหม่จะกดดันอัตราไรสุทธิให้ลดลง ในช่วงเริ่มต้นโครงการและช่วงปีแรกเมื่อเปิดให้บริการ ทั้งนี้เราคาดว่า 7 แห่งน่าจะเพิ่มจำนวนเตียงเข้ามาอีก 700-1,400 เตียง คิดเป็นอัตราการให้บริการเพิ่มขึ้น 9-14% โดยคาดว่ามูลค่าการลงทุนทั้งหมดจะอยู่ที่ 6-7 พันล้านบาท ซึ่งหมายถึงอัตราหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อทุนสุทธิเพิ่มขึ้นเพียง 0.2 เท่า
คำแนะนำ :
คำแนะนำพื้นฐาน: ซื้อ
เป้าหมายพื้นฐาน: 18.50 บาท
คลิกเพื่อเปิดบทวิเคราะห์ฉบับเต็ม : http://research2.bualuang.co.th/share/show_file.php?rep_id=20140530113005&att_id=1&c=4
คืออยากให้ท่านผู้รู้ หรือผู้ที่คิดต่าง ช่วย วิจารณ์