[SR] Sunday Brunch Buffet ที่ห้อง Tsu-Nami ของ JW Marriott คลื่นยักษ์ของอาหารญี่ปุ่น ที่จะถาโถมความอร่อยแบบเต็ม ๆ

กระทู้รีวิว
สมัยนี้โรงแรมระดับตั้งแต่ 4 ดาวขึ้นไปในบ้านเรา ก็มีการจัดมื้อกลางวันในวันครอบครัวอย่างวันอาทิตย์ขึ้นในทุก ๆ โรงแรม ซึ่งมื้อแบบนี้เรียกว่า Sunday Brunch และบางโรงแรมก็จัดในวันเสาร์ด้วย ก็เรียกว่า Saturday Brunch ซึ่งส่วนใหญ่หลาย ๆ โรงแรมจะจัดอาหารขึ้นเป็นสไตล์ International All you can eat แต่วันนี้ ที่โรงแรม JW Marriott ได้ควบรวม 2 ห้องอาหารญี่ปุ่นประจำโรงแรม นั่นก็คือ ห้อง Tsu และ ห้อง Nami เข้าด้วยกันในทุก ๆ วันอาทิตย์ เพื่อที่จะเนรมิตให้พื้นที่ของชั้นใต้ดินของโรงแรมซึ่งเป็นชั้นของทั้ง 2 ห้องกลายเป็น Japanese Sunday Brunch ที่นำเสนอเฉพาะอาหารญี่ปุ่น ที่สุดอลังการอีกที่นึงในเมืองไทยเลย



โรงแรม JW Marriott (สุขุมวิท ซอย 2) มีห้องอาหารญี่ปุ่นด้วยกัน 2 ห้อง คือ Tsu และ Nami ทั้ง 2 ห้องอยู่ติดกัน ซึ่งอยู่ชั้นใต้ดินของโรงแรม สามารถเดินลงมาที่ห้องอาหารได้ 2 ทางคือด้านหน้าโรงแรมเลยหรือเข้ามาใน Lobby ของโรงแรมก่อนแล้วเดินลงบันไดมาก็มาได้เหมือนกัน ซึ่ง Tsu หมายถึง ท่าเรือ โดยปกติห้อง Tsu จะเน้นเรื่องของ Sushi และ Nami หมายถึง คลื่น ที่โดยปกติจะเน้นเรื่องของ Teppanyaki ถ้าเอาตรงตัวก็หมายถึง คลื่นยักษ์ชายฝั่ง มหาอุบัติภัยที่เราเคยได้ยิน แต่สำหรับห้องอาหารรวมกันก็น่าจะหมายถึงคลื่นที่จะพัดพาความสด ความอร่อย และความประทับใจ มาให้กับผู้ที่มาใช้บริการทุกท่านนั่นเอง



พอถึงวันอาทิตย์ อย่างที่บอกทั้ง 2 ห้องนี้จะผนึกกำลัง นำเสนออาหารญี่ปุ่น ในรูปแบบ Japanese All you can eat แบบสุดอลังการ ภายใต้บรรยากาศที่ตกแต่งในรูปแบบที่หรูหราทันสมัยมาก ๆ ส่วนใหญ่เราจะได้นั่งในโซนของร้าน Tsu ส่วนโซนร้าน Nami จะเป็นไลน์บุฟเฟ่ต์ เปิดให้บริการตั้งแต่ 11.30 – 14.30 น. ในราคา 2,090 ++ บาท / ท่าน แต่มี Free flow เครื่องดื่มทุกชนิด ไม่ว่าจะเป็น ไวน์แดง, ไวน์ขาว, สาเก, Sparkling Wine, เบียร์(Asahi), น้ำอัดลม และชาเขียว




มาพูดถึงเรื่องอาหารกัน อาหารที่นี่ก็แบ่งได้ประมาณ 9 ประเภท คือ ซาชิมิ, ซูชิ และ โรล, Teppanyaki, Cold Seafood, Tempura, Salad & Soup, อุด้ง & โซบะ, ของหวาน และ เครื่องดื่ม เราลองไปดูทีละประเภทกันเลย

1. ซาชิมิ
คงไม่ต้องบรรยายอะไรมาก ดูจากรูปเนื้อปลาที่เรียงรายมาในจานใหญ่ยักษ์จานนี้ก็คงเป็นเครื่องการันตีว่าเชฟเค้ามีฝีมืออยู่นะ เพราะแล่มาได้ความหนาเท่ากันหมดเลย และเนื้อปลาก็ดูแน่น ๆ มัน ๆ เห็นแล้วก็ตักมาลองกันสักหน่อยเลยดีกว่า




ปลาที่มีก็มี แซลมอน ฮามาจิ อากามิ ปลากะพง ปลาหมึกยักษ์ และ ปูอัด(คานิ) หลังจากที่ได้ชิมแล้วก็เป็นอย่างที่คิด คือ เนื้อปลาเนียน แน่น และนุ่มมัน กำลังดี อร่อยทุกคำเลย ยิ่งฮามาจิที่ผมชอบแล้วละก็ อร่อยมากครับขอบอก และนอกจากซาชิมิแล้วก็ยังมีพวก เนื้อปลาแล่บาง (Carpaccio) ให้เลือกรับประทานกันอีกด้วย




2. ซูชิ และ โรล
เห็นจะเป็นหมวดหมู่ที่โดดเด่นมาก มีความหลากหลาย จานซูชิ จัดวางมาได้อลังการมาก ๆ มีหลายแบบให้เราเลือก แต่ที่โดดเด่นและโดนใจผมสุด ๆ ก็น่าจะเป็นข้าวปั้นหน้าปลาไหลญี่ปุ่น




ข้าวปั้นหน้าปลาไหลญี่ปุ่น หอมนุ่ม มัน และกลมกล่อมมาก ใครได้มีโอกาสไป ขอให้ได้ลองเมนูนี้ แนะนำครับ


Engawa(ครีบปลาตาเดียว) นุ่ม หอม มัน รสชาติไม่ได้เข้มข้นอะไรมาก แต่หลงไหลในเนื้อสัมผัสที่สุดละมุนมากกว่า


Spicy Salmon คือมันดีอ่ะ เหมาะสำหรับคนที่กินซูชิแบบมีซอสเพิ่มรสชาติ และก็มีโรลแบบต่าง ๆ อีกเยอะเลย



3. Teppanyaki
มีหลายอย่างมากครับ อย่างแรกที่จะแนะนำคือ Foie gras ชิ้นใหญ่ หนา และเนื้อแน่น ดี ผมไม่ชอบกินเนื้อแบบ Butter เท่าไหร่ เลยขอให้เค้าทำมาแบบสุกหน่อย ก็ออกมาแบบกำลังดีผิวกรอบนิด ๆ ข้างในให้เนื้อสัมผัสที่แน่นและนุ่ม มีกลิ่นหอม ซอสก็หวานและเข้มข้นดี




ส่วนที่เหลือก็มีเนื้ออีกหลายอย่าง มีทั้ง แกะ เนื้อวัว จะมีส่วน Rib eye, Striploin, ปลา, กุ้ง และปลาหมึก เราก็เลือกเนื้อที่เราต้องการ บอกระดับความสุกที่เราต้องการ แล้วติดเบอร์โต๊ะไว้ รอให้เขามาเสิร์ฟ ซึ่งเนื้อเหล่านี้ก็ทำออกมาได้ดี มีซอสให้เลือกหลากหลายมาก แต่สำหรับผมแค่เกลือและพริกไทยก็เพียงพอแล้ว



Lamb เนื้อแกะ เป็นส่วนซี่โครง ก็นุ่มเป็นปกติ แต่ที่พิเศษคือไม่คาวเลย อร่อยใช้ได้


Striploin นุ่มกำลังดี แต่ยังมีบางส่วนที่เหนียวอยู่หน่อย ๆ แค่โรยเกลือและพริกไทยก็โอเคแล้วครับ


4. Cold Seafood
มีทั้งขาปูอลาสก้า หอยนางรม อยู่ตรงบาร์ซูชิ ก็สามารถตักได้แบบไม่อั้น มีความสดดี หอยนางรมตัวอวบนิด ๆ แต่หวานมาก ขาปูอลาสก้าก็เนื้อสัมผัสดีเค็มไปหน่อยแต่ทำให้เรามั่นใจได้อีกระดับหนึ่งว่าเป็นปูที่มาจากแถบขั้วโลกจริง ๆ




5. Tempura
มีให้เลือกทั้งกุ้งและผักทอดต่าง ๆ ก็ไม่หนีกับที่อื่นมาก แต่เราก็ได้กินและได้เห็นว่าเขาทอดกันแบบสด ๆ ไม่มีการทอดไว้ก่อนแล้วให้เรามาตักตามไลน์บุฟเฟ่ต์ทั่ว ๆ ไป ฉะนั้นเวลาที่เราได้กินก็จะร้อน กรอบ หอม และอร่อย ครับ





6. Salad & Soup
มีทั้งสลัดแบบตะวันตกให้เราเลือกผักและน้ำสลัดกินเอง แล้วก็ยังมีสลัดแบบญี่ปุ่นที่มีสลัดงา ยำสาหร่าย ไว้ให้บริการในโซนนี้ นอกจากนี้ก็ยังมีแซลมอนรมควัน ซุปญี่ปุ่น และไข่ตุ๋นด้วย




7. อุด้ง & โซบะ
ก็มีให้เลือกเยอะเหมือนกัน เลือกได้ตั้งแต่เนื้อ หมู ซีฟูดส์ และก็เลือกเส้นได้ว่าจะเอาเส้นแบบอุด้ง หรือโซบะ หรือเส้นบุก รสชาติยังรู้สึกว่าธรรมดาไปหน่อย แต่ทำมาร้อน ๆ ก็ซดให้คล่องคอได้ดีอยู่ หรือจะให้ทำมาเป็นแบบชาบู ชาบูก็ได้ครับ เนื้อนุ่มอร่อยดี






8. ของหวาน
เหมือนที่ห้องอาหารนี้จะไม่ได้เน้นของหวานเท่าไหร่ เพราะจะมีไม่กี่ชนิด แต่แต่ละชนิดก็อร่อยดี ที่อยากแนะนำเลยก็คือ สาเกเยลลี่ เค้าจะเสิร์ฟมาเป็น Shot วางอยู่ที่หน้าเค้าเตอร์อาหารโซนขนมหวาน (พอดีไม่ได้ถ่ายรูปมาเพราะตอนแรกคิดว่าเป็นน้ำเชื่อมอะไรสักอย่าง) แต่แนะนำว่าต้องหาให้เจอแล้วลองให้ได้ อร่อยมาก




ส่วนขนมอย่างอื่นที่อร่อย ๆ และอยากแนะนำ ก็มีอีกหลายเมนูนะ อย่างเช่น
Banana flambe คือ กล้วยหอมที่นำมาผัดกับ Triple sec และ น้ำตาลทรายแดง ให้เกิด Caramelize ที่ผิวของกล้วยหอม ได้กลิ่นหอม ๆ จากน้ำตาลไหม้นิด ๆ รวมกับกลิ่นของ Triple sec (เป็นแอลกอฮอล์ที่ช่วยเพิ่มกลิ่น) ยิ่งทำให้เมนูนี้มีรสชาติมากยิ่งขึ้น



Chocolate lava จะเป็นช็อคโกแล็ตที่อบบมาในถ้วย แล้วก็นำมาอุ่นบน Teppan เพื่อให้ Dark Chocolate ด้านในละลาย เวลาตักกิน ด้านในก็จะเยิ้ม ๆ อร่อยมาก ใครจะกินกับไอศครีมก็ทำได้นะ โปะลงบนหน้า แบบนี้เลย



9. เครื่องดื่ม (Free Flow)
มีให้เลือกหลากหลายมาก สั่งได้ทุกอย่างก็ว่าได้ สำหรับใครที่กิน แอลกอฮอล์ รับรองว่าคุ้มแน่ ๆ เพราะมีทั้ง ไวน์ขาว, ไวน์แดง, Sparkling Wine, สาเก และ เบียร์



เค้าเตอร์บาร์สำหรับเครื่องดื่ม มีให้เลือกเยอะมาก จะเดินไปหยิบเองก็ได้ หรือ จะสั่งให้พนักงานมาเสิร์ฟให้ก็ได้


สาเกมีให้เลือกทั้งร้อน และ เย็น เลย ใครไม่เคยลอง ก็แนะนำว่าให้ลองครับ คุ้มอยู่นะ



ส่วนใครที่ไม่ชอบดื่มแอลกอฮอล์ก็อาจจะเสียเปรียบนิดหน่อยเพราะทางโรงแรมเขามีราคาเดียวเลย ไม่มีราคาแยกอาหารและเครื่องดื่ม แต่ก็ยังมีเมนูเครื่องดื่มที่หลากหลายให้เลือกอยู่นะครับ ทั้งน้ำผลไม้ น้ำปั่น ชาเขียว น้ำเปล่า ชา กาแฟ ก็กินอย่างอื่นให้คุ้มแทนแล้วกันครับ


สรุปสำหรับห้อง Tsu-Nami ของ JW Marriott ในซอยสุขุมวิท 2 แห่งนี้ ก็ถือเป็นบุฟเฟ่ต์อาหารญี่ปุ่นที่ พรีเมี่ยมจริง ๆ วัตถุดิบอะไรที่เราคิดว่าน่าจะมีในบุฟเฟ่ต์ดี ๆ สักมื้อ ก็มีไว้บริการเกือบครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็น Foie gras, เนื้อแกะ, ขาปูอลาสก้า, หอยนางรมนำเข้า, ซูชิหน้าปลาไหล, ซาซิมิสด ๆ รวมถึง ไวน์ดี ๆ ก็มีไว้คอยให้บริการทั้งหมด แต่มีอยู่อย่างนึงที่ผมอยากกินแต่มันไม่มี นั่นก็คือ หอยเชลล์ตัวโต ๆ แต่ผมก็เข้าใจว่าในรีวิวนี้ก็เป็นแค่ช่วงเวลาที่ผมได้ไปรีวิวมา เมนูต่าง ๆ ทางห้องอาหารก็อาจจะมีการปรับเปลี่ยนไปตามความเหมาะสม อันนี้เราก็ไม่ว่ากัน แต่เอาเท่าที่มีอยู่ นี่ก็พรีเมี่ยมสุด ๆ แล้ว คราวนี้สำหรับราคาก็ไม่แพงมากจนเกินไป แต่ก็ไม่ได้ถูกจนทำให้เราตัดสินใจมากินกันได้ง่าย ๆ กับค่าบริการที่ต้องเสียราว 2,460 บาท / ท่าน (2,090 ++ บาท / ท่าน) แต่ผมว่าก็คุ้มค่าเมื่อเทียบกับตัววัตถุดิบและเมนูอาหาร ถ้าเราเลือกกินแต่ของพรีเมี่ยม ๆ นะ และคราวนี้ก็ขึ้นอยู่กับความสามารถของแต่ละท่านแล้วว่าจะรับประทานได้มากน้อยแค่ไหน เพื่อให้คุ้มค่ากับเงินที่เสียไปมาก สำหรับผมก็ถือเป็นมื้อที่พิเศษ ๆ อีกมื้อหนึ่งเลยทีเดียว

ฝากเข้าไปติดตามร้านอาหารเด็ด ๆ กันด้วยนะครับ https://www.facebook.com/BumRes
ขอบคุณครับ

ชื่อสินค้า:   Tsu-Nami Japanese Restaurant
คะแนน:     
**SR - Sponsored Review : ผู้เขียนรีวิวนี้ไม่ได้ซื้อสินค้าหรือเสียค่าบริการเอง แต่มีผู้สนับสนุนสินค้าหรือบริการนี้ให้แก่ผู้เขียนรีวิว โดยที่ผู้เขียนรีวิวไม่ได้รับสิ่งตอบแทนอื่นใดในการเขียนรีวิว
แก้ไขข้อความเมื่อ
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่