คำถามที่พบบ่อยในนักเขียนหน้าใหม่ (FAQ 2)

*มาเพิ่มเติมอีกข้อค่ะ รู้สึกมันสั้นสักหน่อย ก็เลยไม่ได้ไปตั้งกระทู้ใหม่ให้เปลืองพื้นที่ ก็ขอเติมในนี้ไปเลยนะคะ*

มากับคำถามที่พบบ่อยในนักเขียนหน้าใหม่อีกรอบ แล้วก็คงพิมพ์ได้ไม่เยอะอีกแหละ แต่ก็จะพยายามนะคะ ใครมีคำถามอะไรก็อาจจะฝากได้ค่ะ เผื่อจะรวมไว้เลย

อันนี้ Link เก่าของ FAQ1 ค่ะ: http://pantip.com/topic/32095591

ขอบคุณ คุณ Desiderata คุณ Clipcat คุณ ณ พิชา คุณกะรัตวิรมย์ คุณ psycho_factory คุณ fondakelly คุณวราภรณ์ pink คุณแอม วิเชียรฉาย คุณมาโซคิส คุณปริยาธร และคุณๆ อีก 14 คนที่มาร่วมแสดงความรู้สึกนะคะ (อยากตอบทุกคนแต่ทำไมมันไม่ขึ้นชื่อให้อ่ะ T^T)

แล้วก็ตอบกระทู้หน่อย

คุณพาราพัฒน์ --- ไม่ได้ใจดีหรอกค่ะ ออกจะเข้มงวดเสียด้วยซ้ำ ^^

คุณปิยะรักษ์ --- ไม่เจอกันซะนาน คิดถึงจ้า ^^ มีอะไรเสริมเพิ่มเติมกันด้วยนะ เขียนอยู่คนเดียวแบบไม่มีการ discuss แล้วเหงาจัง

คุณ CAN LIVE --- ขอบคุณค่ะ ดีใจที่มันมีประโยชน์นะคะ

คุณ สมาชิกหมายเลข 1448455 --- ขอบคุณที่เข้ามาอ่านค่ะ

คุณ turtle_cheesecake --- ขอบคุณที่มาอ่านค่า

คุณ psycho_factory --- ขอบคุณที่เข้ามาอ่านนะคะ

คุณ Desiderata --- ขอบคุณค่ะ พยายามจะทำให้เข้าใจได้ง่ายที่สุดเท่าที่จะทำได้ค่ะ ^^

ตอบเสร็จก็ อะ ต่อๆๆ

=================================

น้อง C: อยากเป็นนักเขียนค่ะ จะเป็นนักเขียนควรเป็นคนแบบไหนหรือคะ

เรา: ตอบทื่อๆ เลยก็คือ ต้องเป็นคนอ่านค่ะ (แต่คนอ่านไม่จำเป็นต้องเป็นคนเขียน) ส่วนนอกนั้นก็มีหลายคำตอบ เช่นต้องเป็นคนมีจินตนาการ เป็นคนช่างสังเกต มีตรรกะทางความคิด ฯลฯ แต่ไม่ว่าจะเป็นคนแบบไหน สุดท้ายก็คือ เป็นคนลงมือทำค่ะ

เหมือนอาชีพอื่นๆ ใครก็ตามที่คิดจะทำอะไร ก็ต้องลงมือทำ มีวินัย และจริงใจจริงจังกับงานที่ตัวเองทำค่ะ แล้วเส้นทางมันก็ไม่ได้สวยหรู ต้องรับกับความผิดหวังที่อาจเกิดขึ้น แล้วก้าวข้ามมันไปให้ได้ ทำต่อไปโดยที่ไม่รู้ว่าจะประสบความสำเร็จไหม

อ้อ ขอเสริมอีกนิดหนึ่ง นักเขียนคือคนที่สื่อสารกับสังคม เป็นสื่อประเภทหนึ่ง เพราะงั้นนอกจากรับผิดชอบต่อตนเองแล้ว ต้องรับผิดชอบต่อสังคมด้วยนะคะ จริยธรรมเป็นสิ่งสำคัญและควรอยู่ในตัวนักเขียนค่ะ

เราเคยพูดเสมอว่า จะเขียนอะไร หรือผลิตงานอะไรออกมา ขอให้เป็นงานที่เราภูมิใจในตัวเอง สามารถมองหน้าผู้คนได้ พ่อแม่อวดได้ว่านี่คือเรื่องที่ลูกฉันเขียน (อย่าให้พวกท่านเอาปี๊บคลุมหัวมองหน้าใครไม่ได้) แล้วถ้ามีลูก ให้มั่นใจได้ว่าสามารถเอาสิ่งที่เขียนยื่นให้ลูกอ่านได้ ถ้ามองว่าฉันไม่มีทางหยิบเรื่องนี้ให้ลูกอ่านเด็ดขาด พ่อแม่คนอื่นเขาก็คงไม่อยากให้ลูกเขาอ่านงานนั้นเช่นกัน

นี่คือความรับผิดชอบ คือจรรยาบรรณที่นักเขียนควรมีค่ะ ไม่ว่านักเขียนจะเป็นคนแบบไหนก็ตามไม่สำคัญเท่ากับมีจริยธรรมในใจหรือเปล่า ขอให้ข้อนี้เป็นสิ่งที่พึงระลึกไว้เสมอนะคะ

====================================

น้อง D: นิยาย 1 ตอนควรจะมีกี่หน้าดีคะ

เรา: ที่จริงของพวกนี้ไม่มีกำหนดหน้าหรอก แต่ถ้าให้แนะนำนะคะ ควรจะ 7-10 หน้าอ่ะ (บางทีเคยตอบว่า 6 แต่ใจจริงแล้วคิดว่า 7 เป็นขั้นต่ำดีกว่า) อ้อ แบบปกติอักษร 14 ไม่ใช่ Double Space เหมือนเวลาลงในเวบนะคะ

จำนวนเท่านี้จะมากพอที่จะทำให้คนอ่านเริ่มอินกับเรื่องของเรา จะทำให้เขารู้สึกอยากอ่านต่อไป ถ้าน้อยกว่านี้ ยังไม่ทันอินเลยก็ตัดฉัวะซะแล้ว อ่านทีเหมือนหายใจทีละเฮือกๆแล้วพาลไม่อยากอ่านเอาค่ะ รวมให้ได้เยอะๆ ก่อนแล้วค่อยลงก็ได้ ลงถี่แต่มาทีละกะปิ๊ดอ่านแล้วกระตุกๆอ่ะ

=================================

น้อง F: เขียนมาได้สักพักแล้วแต่ไม่มีใครมาเม้นท์เลย ท้อมากเลยค่ะ T__T

เรา: หึหึ ปัญหาโลกแตกมากค่ะน้อง เอาอย่างนี้นะ ขอให้รู้ว่าปัญหาทุกปัญหาในสากลโลก แบ่งปัจจัยออกมาได้ตามนี้

1.    ปัจจัยที่ควรคุมได้

2.    ปัจจัยที่ควบคุมไม่ได้

น้อง F: แล้วไงต่อพี่ ไม่มียอดเม้นท์เกี่ยวไรกะปัจจับอะไรที่พี่ว่าอ่ะ

เรา: โคตรเกี่ยวค่ะ ปัจจัยที่ควบคุมได้เก็บไว้ก่อน ไปดูปัจจัยที่ควบคุมไม่ได้ ก็คือ ความคิดของคนอื่นเขา พูดง่ายๆ ว่าน้องไปขอร้อง ไปอ้อนวอน ไปบังคับ ไปตั้งเงื่อนไขประมาณว่าไม่เม้นท์ไม่อัพ กับคนอ่าน มันไม่มีประโยชน์ไงคะ เพราะถ้าเขาจะไม่แสดงตัว มันก็เป็นความพอใจของเขา เราทำอะไรกับมันไม่ได้เลย สิ่งที่เราทำได้ คือ การมองย้อนกลับไปที่ “ปัจจัยที่ควบคุมได้” ค่ะ

แล้วปัจจัยที่ควบคุมได้คืออะไร แน่นอนค่ะ นั่นคือ ตัวน้องเอง และงานเขียนของน้อง

1.    ตัวน้องเอง -- น้องมีปฏิสัมพันธ์กับคนอ่านบ้างไหม บางทีคนมาอ่าน อาจจะคุยเล่นด้วย หรืออาจจะมีเหมือนกันที่มาติ น้องรับมือยังไง จะบอกว่าไม่ว่าที่ไหนเมื่อไร การสร้างมิตรย่อมดีกว่าสร้างศัตรูเป็นร้อยเท่า ควบคุมปัจจัยนี้ให้ดีนะคะ มันอาจจะต้องใช้เวลาในการสั่งสมสักหน่อยก็ขอให้ดำเนินเป็นกิจวัตรของตัวเอง แล้วก็จะดีเองค่ะ

2.    งานเขียนของตัวเอง – อันนี้แหละที่สำคัญ จะไปโฆษณานู่นนี่นั่นที่ไหนอย่างไรก็ตาม สุดท้ายแล้วคนอ่านก็วัดค่าที่เรื่องที่เราเขียนนั่นแหละค่ะ แต่ก่อนอื่น ใจเขาใจเราค่ะ เราอาจจะต้องอ่านเกมนิดหนึ่งว่าคนอ่านต้องการอะไรบ้าง เอาเรื่องพื้นฐานก่อนเลยค่ะ บททดสอบแรกที่คนอ่านจะประเมินงานของเรา

    •     ขนาดตัวหนังสือพอเหมาะไหม (ถึงจะเถียงว่าคนอ่านปรับขนาดก็ได้หนิ จะบอกว่าถ้าป้อนเข้าปากได้ ป้อนให้ไปก่อนค่ะ จะมีคนอ่านที่เห็นว่าอ่านยากก็ปิดแล้ว เขาไม่ได้พยายามขนาดนั้นหรอกนะคะ)

    •     เว้นบรรทัดระหว่างย่อหน้าที่ทำให้ไม่ติดเป็นพรืด อ่านง่าย ตรงช่วงที่บรรยายเยอะๆ แบ่งช่วงบ้างก็ได้ ถ้าเกิน 7 บรรทัดขึ้นไป คนอ่านมีแนวโน้มจะกระโดดข้ามเพราะขี้เกียจอ่าน แล้วก็ตรวจดูคำผิดให้ดี อย่าให้ลูกค้าตัวเองปิดเรื่องของเราไปด้วยสิ่งไร้สาระเหล่านี้ เพราะอะไรขี้เกียจอธิบายแล้ว ไปดูกระทู้นี้เอา http://pantip.com/topic/31870314

จบจากเรื่องพื้นฐานเหล่านั้น ขอบอกว่า การพยายามบิ้วท์ในหลายๆ ทางนั่นแหละที่จะดึงคนอ่านไว้ได้ เหมือนกับคนติดละคร เนื้อเรื่องเข้มข้นอยู่ดีๆ ก็ตัดเข้าโฆษณาซะงั้น กี๊ซซซ แล้วจะเป็นไงต่อ นี่ก็เป็นกุศโลบายที่ทำให้คนอยากติดตามต่อไป เพราะงั้น ให้ลองทำแบบนี้ดูค่ะ

    •     แบ่งตอนให้ดี อย่างที่บอกไปแล้ว หน้ากระดาษมีผลในการบิ้วท์ให้คนอ่านเริ่มอินกับเนื้อเรื่องของเรา หน้ากระดาษที่เหมาะสมอยู่ที่ 7-10 หน้าค่ะ

    •     การตัดตอนก็เหมือนแบบที่ละครตัดเข้าโฆษณานั่นแหละ ถ้าพอจะทำได้ก็ทิ้งเชื้อเอาไว้ให้คนอ่านอยากรู้ แต่จุดนี้ก็ต้องยอมรับด้วยว่าจุดนี้เกี่ยวกับการ design ด้วย อาจจะต้องใช้เวลาในการเรียนรู้วิธีนี้ แต่ถ้าทำได้ ตอนนั้นแหละค่ะ จับคนอ่านไว้ได้แน่ๆ

สุดท้ายแล้วก็ย้อนไปถึงเรื่องเวลาอยู่ดี การจะทำ “ปัจจัยควบคุมได้” ให้สัมฤทธิ์ผลต้องใช้ความพยายามและอดทน ถ้าพูดแบบใจร้ายก็คือ ก้มหน้าก้มตาเขียนต่อไป เขียนโดยไม่ต้องไปสนใจคอมเม้นท์เพราะเราไม่อาจควบคุมสิ่งเหล่านั้นได้เลย

สิ่งที่จะแก้ปัญหาคอมเม้นท์น้อยที่ดีที่สุด ก็คือ การทำใจ วินัย ขยัน ตั้งใจ แสวงหาความรู้ พยายามและอดทน

เส้นทางไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ แล้วขวากหนามจะคัดกรองให้เหลือคนที่ยืนหยัดอยู่ได้เท่านั้นค่ะ

========================================

มาต่อแล้วนะคะ ถ้ามีเขียนเพิ่มจะไปตั้งกระทู้ใหม่แล้วจ้า
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่