′นิพิฏฐ์′โพสต์′มะกัน-ยูเอ็น′รู้แค่รัฐบาลมาจากการเลือกตั้ง เผยเหตุนกพิราบหายไป มติชนออนไลน์

กระทู้สนทนา
วันที่ 24 พฤษภาคม นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์(ปชป.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว
ส.ส.นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ ตอนหนึ่งว่า “ความชั่วร้ายครั้งสุดท้ายของรัฐบาลชุดที่แล้ว คือการให้การ์ดนปช. ซึ่งเป็นคนของ
ฝ่ายรัฐบาล ขนอาวุธสงครามจำนวนมากเข้ามาในกรุงเทพฯ โดยที่ตำรวจทำอะไรไม่ได้เลย ซึ่งหากจับไม่ได้คงเกิดสงคราม
กลางเมือง ผู้บริสุทธิ์คงบาดเจ็บล้มตายอีกเยอะ เราจะชื่นชม และปกป้องรัฐบาลแบบนี้หรือ เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่มาก

การที่สนับสนุนให้สังหารผู้บริสุทธิ์นั้น สหรัฐอเมริกา หรือ สหประชาชาติ คงไม่รู้ เพราะเขาคงรู้เพียงว่าเป็นรัฐบาลที่มา
จากเลือกตั้งเท่านั้น เพราะฉะนั้นรัฐบาลที่คิดจะฆ่าประชาชนที่เห็นต่าง จึงไม่ใช่รัฐบาลประชาธิปไตย แต่เป็นเผด็จการ
ทรราช และพวกโลกสวยที่ชุมนุมชูป้ายว่า “นกพิราบของฉันหายไปไหน” ผมอยากบอกว่า มันคงกลัวโดนลูกหลงจากเอ็ม79ครับ”

http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1400906253&grpid=00&catid=&subcatid=



นักวิชาการต่างประเทศด้านไทยศึกษาส่งจม.เปิดผนึก แสดงความวิตกกังวลกรณีรัฐประหาร   มติชนออนไลน์


ทีมา ประชาไท

นักวิชาการด้านไทยศึกษา 26 คนจากอย่างน้อย 7 ประเทศ ได้เผยแพร่จดหมายเปิดผนึกถึงพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา
มีเนื้อหาดังนี้

23 พฤษภาคม 2557
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา
ผู้บัญชาการทหารบก กองทัพไทย

เรียน พล.อ.ประยุทธ์

ในฐานะนักวิชาการที่ทำงานอยู่ในต่างประเทศ พวกเราเขียนจดหมายฉบับนี้มาถึงท่านเพื่อแสดงความวิตกกังวล
อย่างถึงที่สุด ต่อกรณีการก่อรัฐประหารเมื่อวันที่ ๒๒ พฤษภาคม ๒๕๕๗ โดย คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)
นี่เป็นการรัฐประหารที่สำเร็จครั้งที่ ๑๒ ในประวัติศาสตร์ไทย นับตั้งแต่ระบอบสมบูรณาสิทธิราชย์สิ้นสุดลงในวันที่
๒๔ มิถุนายน ๒๔๗๕ เป็นต้นมา โดยในการยึดอำนาจทุกๆ ครั้ง ไม่มีครั้งใดเลยที่สามารถบรรลุจุดมุ่งหมายของคณะ
รัฐประหารได้ แต่กลับเป็นการไปทำลายพัฒนาการของหลักการนิติธรรม ประชาธิปไตย และสิทธิมนุษยชน พลเมือง
ผู้ซึ่งไม่เห็นด้วย กับการกระทำของคณะรัฐประหารตกอยู่ในความเสี่ยงอันตราย และถูกริบเสรีภาพในการแสดงออก
ทางการเมืองไปจนสิ้น

ในประกาศของคสช.ฉบับที่ ๑/๒๕๕๗ ท่านได้ระบุว่า “ขอให้ประชาชนทุกคนอยู่ในความสงบ ดำเนินวิถีชีวิตและ
ประกอบอาชีพต่อไปตามปกติ” แต่ท่านต้องเข้าใจว่าวิถีชีวิตปกติไม่สามารถเกิดขึ้นได้ ด้วยการยึดอำนาจรัฐ การ
รัฐประหารมิสามารถเป็นมาตรวัดสันติภาพได้ เนื่องจากการ “ประหาร” รัฐนั้นคือความรุนแรงอย่างชัดแจ้ง ในช่วง
วันที่ ๒๐ ถึง ๒๒ พฤษภาคม ๒๕๕๗ ในช่วงที่มีการประกาศ กฎอัยการศึกนั้น มีการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่าง
กว้างขวาง โดยเฉพาะการห้ามการแสดงออก  ซึ่งความคิดเห็นทางการเมือง  และหลังจากที่มีการประกาศยึด
อำนาจเป็นต้นมา สถานการณ์ยิ่งเลวร้ายลงเรื่อยๆ มีบรรยากาศแห่งความกลัวเกิดขึ้นกับผู้นำและผู้เข้าร่วมการเคลื่อน
ไหวทางการเมืองทุกสี ลักษณาการที่ปิดหูปิดตามากขึ้นๆ เช่นนี้ ทำให้นานาประเทศหมดความเชื่อถือประเทศไทย
และร่วมประณามการกระทำ อันไร้เหตุผลของคณะรัฐประหาร เพราะชุมชนนานาชาติไม่สามารถนิ่งเฉยต่อการกระทำ
เช่นนี้ได้

พวกเราขอเรียกร้องให้คณะรักษาความสงบแห่งชาติพาประเทศไทยกลับเข้าสู่การปกครองของรัฐบาลพลเรือนภาย
ใต้รัฐธรรมนูญโดยทันที และพวกเราขอให้ท่านเสนอกรอบเวลาอันเป็นรูปธรรมให้ได้เร็วที่สุดว่าท่านจะเริ่มใช้
รัฐธรรมนูญเมื่อใด นอกจากนี้พวกเราขอเรียกร้องให้ศสช.ให้หลักประกันว่าจะไม่มีความรุนแรงและการปราบปรามเกิด
กับประชาชนอีก ทั้งนี้การกลับไปสู่การปกครองของรัฐบาลพลเรือนภายใต้รัฐธรรมนูญ อันมีการเลือกตั้งและการมีส่วน
ร่วมอย่างเต็มที่ของพลเมืองเท่านั้น ที่เป็นหนทางเดียวในการที่ประเทศไทย จะสามารถก้าวไปข้างหน้า เพื่อสานต่อ
พัฒนาการประชาธิปไตย เสริมสร้างหลักสิทธิมนุษยชนและหลักนิติธรรมได้

จึงเรียนมาเพื่อทราบ

1. Dr. Andrew Brown, Lecturer, University of New England
2. Dr. Pongpisoot Busbarat, Research Affiliate, University of Sydney
3. Dr. Pavin Chachavalpongpun, Associate Professor, Kyoto University
4. Dr. Nick Cheesman, Lecturer, Australian National University
5. Dr. Michael Connors, Associate Professor, University of Nottingham, Malaysia campus
6. Dr. Eli Elinoff, Postdoctoral Fellow, National University of Singapore
7. Dr. Jane M, Ferguson, Research Fellow, University of Sydney
8. Dr. Jim Glassman, Associate Professor, University of British Columbia
9. Dr. Tyrell Haberkorn, Fellow, Australian National University
10. Dr. Kevin Hewison, Sir Walter Murdoch Professor, Murdoch University
11. Dr. Philip Hirsch, Professor, University of Sydney
12. Dr. Adadol Ingawanij, Senior Research Fellow, University of Westminster
13. Dr. Soren Ivarsson, Assistant Professor, University of Copenhagen
14. Dr. Peter Jackson, Professor, Australian National University
15. Dr. Andrew Johnson, Assistant Professor, Yale-NUS College
16. Dr. Samson Lim, Singapore University of Technology and Design
17. Dr. Tamara Loos, Associate Professor, Cornell University
18. Dr. Mary Beth Mills, Professor, Colby College
19. Dr. Michael Montesano, Institute of Southeast Asian Studies
20. Dr. Claudio Sopranzetti, Postdoctoral Fellow, Oxford University
21. Dr. Ben Tausig, Associate Professor, Stony Brook University
22. Dr. James L. Taylor, Adjunct Associate Professor, The University of Adelaide,
23. Dr. Tubtim Tubtim, University of Sydney
24. Dr. Peter Vandergeest, Associate Professor, York University
25. Dr. Andrew Walker, Professor and Deputy Dean, Australian National University
26. Dr. Thongchai Winichakul, Professor, University of Wisconsin-Madison

http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1400876289&grpid=&catid=03&subcatid=0310


สาวแว่น
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่