ขอออกตัวก่อนนะท่าน ว่าไม่ได้เป็นผู้รู้ในทางนี้
แค่กำลังสนใจศึกษาอยู่แค่นั้น ที่เขียนนี้ก็ไปหาข้อมูลมายำๆรวมกัน
เผื่อจะเป็นประโยชน์แก่น้องๆนักเรียนที่สนใจอยากหัดเขียนกลอนกลบท
ผู้รู้ท่านใดเห็นว่ามีจุดผิดที่ตรงไหน จะให้ความกรุณามาท้วงติง
หรือจะมาชี้แนะเพิ่มเติม ก็ถือเป็นเรื่องที่น่ายินดี นะท่านนะ
ว่าแล้วก็เริ่มเลย …..
กลบทตัวนี้ มันลึกลับเหมือนกับหนังฝรั่งแนวผจญภัยนะท่าน
ต้องเอาลายแทงมาลนไฟ หรือเอาไปแช่น้ำยาก่อน ตัวหนังสือถึงจะปรากฏขึ้นมา
ชื่อก็บอกอยู่แล้วว่า
" ซ่อน " นะท่านนะ
นั่นคือ บาทแรกจะมีคำอยู่ท่อนหนึ่ง ที่ผู้เขียนจงใจทิ้งไว้ให้เป็น
รหัส
โดยที่บาทต่อๆไปจะไม่มีคำนี้ปรากฏอยู่เลย ผู้อ่านต้องมโนกันเองว่าจะต้องเป็นคำนี้ !
กลบทแบบมีมาตั้งแต่สมัยอยุธยา สงสัยเพราะมันลึกลับแบบนี้ เลยงงกันทั้งคนเขียนคนอ่าน
แต่ละยุคเลยตีความรหัสลับนี้ไม่เหมือนกัน เขาตีความออกเป็น 2 ฉบับ แยกเป็น 2 สูตร
มีฉบับของ ศิริวิบุลย์กิตต์ (อยุธยาตอนปลาย) กับ ประชุมจารึกวัดพระเชตุพนฯ (รัชกาลที่ 3)
มาดูกัน อันนี้ของ
ประชุมจารึกวัดพระเชตุพนฯ เขียนยากกว่า บังคับสัมผัสเยอะกว่า
ก่อนถอดรหัส ท่านจะเห็นเป็นแบบนี้ทุกคน เพราะเขาจะเขียนมาแค่นี้เท่านั้น !
๏ พี่รักษ
เจ้า น้อยหฤเจ้า
เฝ้าหน่ายหนี
ไม่ควร
เปนๆ ได้
เช่นนี้
ไม่ภอ
ที่ๆ
ทำมารยา
หย่างไรหนอๆ แกล้งฬ่อหลอด
ว่างูตอดๆ เอาต่อหน้า
นกเปรียวปร๋อๆ ไปต่อตา
สัตรีกล้าๆ ร่ารับชาย
ตัวหนา คือ รหัสลับ ที่ผู้แต่งซ่อนไว้ให้ผู้อ่านไปอ่านเพิ่มกันเอง โดยให้ใส่คำแทนตำแหน่งไม้ยมก ( ๆ )
คำที่มีเส้นใต้ คือตำแหน่ง คู่คำ ที่ต้องสัมผัสเสียงหรือสัมผัสพยัญชนะกัน
ไม้ยมก นี่แหละท่านคือจุดสังเกตุ ! เห็นกลอนโบราณบทไหนมีไม้ยมก ( ๆ ) แบบนี้
ให้สังเกตุดูว่ากลอนบทนั้นบางทีผู้เขียนอาจจะซ่อนกลคำเอาไว้
เวลาอ่านก็ให้เติม
น้อยหฤๅ + คำก่อนหน้านั้น เข้าไปแทน
ไม้ยมก ๆ ในทุกๆบาทจนจบบท
แต่เวลาอ่านให้อ่านแบบนี้ ……
๏ พี่รักษ
เจ้า น้อยหฤๅเจ้า เฝ้าหน่ายหนี
ไม่ควร
เปน น้อยหฤาเปน ได้เ
ช่นนี้
ไม่ภอ
ที่ น้อยหฤาที่ ทำมารยา
หย่างไรหนอ น้อยหฤาหนอ แกล้งฬ่อหลอด
ว่างูตอด น้อยหฤาตอด เอาต่อหน้า
นกเปรียวปร๋อ น้อยหฤาปร๋อ ไปต่อตา
สัตรีกล้า น้อยหฤากล้า ร่ารับชาย
ไม่รู้ว่าจะซ่อนเอาไว้ทำไมให้เง็ง สงสัยเป็นมุขของปรมาจารย์นะท่านนะ อิอิ
ภาพประกอบ : บ้านกลอนน้อยลิตเติลเกิร์ล
ถอดรหัสลับดาวินชี " กลบทคุลาซ่อนลูก " ฉบับซ่อนผัว ..… โดยศรีปาด
แค่กำลังสนใจศึกษาอยู่แค่นั้น ที่เขียนนี้ก็ไปหาข้อมูลมายำๆรวมกัน
เผื่อจะเป็นประโยชน์แก่น้องๆนักเรียนที่สนใจอยากหัดเขียนกลอนกลบท
ผู้รู้ท่านใดเห็นว่ามีจุดผิดที่ตรงไหน จะให้ความกรุณามาท้วงติง
หรือจะมาชี้แนะเพิ่มเติม ก็ถือเป็นเรื่องที่น่ายินดี นะท่านนะ
ว่าแล้วก็เริ่มเลย …..
กลบทตัวนี้ มันลึกลับเหมือนกับหนังฝรั่งแนวผจญภัยนะท่าน
ต้องเอาลายแทงมาลนไฟ หรือเอาไปแช่น้ำยาก่อน ตัวหนังสือถึงจะปรากฏขึ้นมา
ชื่อก็บอกอยู่แล้วว่า " ซ่อน " นะท่านนะ
นั่นคือ บาทแรกจะมีคำอยู่ท่อนหนึ่ง ที่ผู้เขียนจงใจทิ้งไว้ให้เป็น รหัส
โดยที่บาทต่อๆไปจะไม่มีคำนี้ปรากฏอยู่เลย ผู้อ่านต้องมโนกันเองว่าจะต้องเป็นคำนี้ !
กลบทแบบมีมาตั้งแต่สมัยอยุธยา สงสัยเพราะมันลึกลับแบบนี้ เลยงงกันทั้งคนเขียนคนอ่าน
แต่ละยุคเลยตีความรหัสลับนี้ไม่เหมือนกัน เขาตีความออกเป็น 2 ฉบับ แยกเป็น 2 สูตร
มีฉบับของ ศิริวิบุลย์กิตต์ (อยุธยาตอนปลาย) กับ ประชุมจารึกวัดพระเชตุพนฯ (รัชกาลที่ 3)
มาดูกัน อันนี้ของ ประชุมจารึกวัดพระเชตุพนฯ เขียนยากกว่า บังคับสัมผัสเยอะกว่า
ก่อนถอดรหัส ท่านจะเห็นเป็นแบบนี้ทุกคน เพราะเขาจะเขียนมาแค่นี้เท่านั้น !
๏ พี่รักษเจ้า น้อยหฤเจ้า เฝ้าหน่ายหนี
ไม่ควรเปนๆ ได้เช่นนี้
ไม่ภอที่ๆ ทำมารยา
หย่างไรหนอๆ แกล้งฬ่อหลอด
ว่างูตอดๆ เอาต่อหน้า
นกเปรียวปร๋อๆ ไปต่อตา
สัตรีกล้าๆ ร่ารับชาย
ตัวหนา คือ รหัสลับ ที่ผู้แต่งซ่อนไว้ให้ผู้อ่านไปอ่านเพิ่มกันเอง โดยให้ใส่คำแทนตำแหน่งไม้ยมก ( ๆ )
คำที่มีเส้นใต้ คือตำแหน่ง คู่คำ ที่ต้องสัมผัสเสียงหรือสัมผัสพยัญชนะกัน
ไม้ยมก นี่แหละท่านคือจุดสังเกตุ ! เห็นกลอนโบราณบทไหนมีไม้ยมก ( ๆ ) แบบนี้
ให้สังเกตุดูว่ากลอนบทนั้นบางทีผู้เขียนอาจจะซ่อนกลคำเอาไว้
เวลาอ่านก็ให้เติม น้อยหฤๅ + คำก่อนหน้านั้น เข้าไปแทน ไม้ยมก ๆ ในทุกๆบาทจนจบบท
แต่เวลาอ่านให้อ่านแบบนี้ ……
๏ พี่รักษเจ้า น้อยหฤๅเจ้า เฝ้าหน่ายหนี
ไม่ควรเปน น้อยหฤาเปน ได้เช่นนี้
ไม่ภอที่ น้อยหฤาที่ ทำมารยา
หย่างไรหนอ น้อยหฤาหนอ แกล้งฬ่อหลอด
ว่างูตอด น้อยหฤาตอด เอาต่อหน้า
นกเปรียวปร๋อ น้อยหฤาปร๋อ ไปต่อตา
สัตรีกล้า น้อยหฤากล้า ร่ารับชาย
ไม่รู้ว่าจะซ่อนเอาไว้ทำไมให้เง็ง สงสัยเป็นมุขของปรมาจารย์นะท่านนะ อิอิ
ภาพประกอบ : บ้านกลอนน้อยลิตเติลเกิร์ล