กกต.ชง 2 แนวทางในเวทีหารือ 7 ฝ่าย จัดเลือกตั้งใน 5 เดือน หรือ 1-2 ปี / เดลินิวส์

กระทู้ข่าว

เมื่อวันที่ 21 พ.ค. นายสมชัย ศรีสุทธิยากร คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต. )ด้านกิจการบริหารงานเลือกตั้ง เปิดเผยถึงการหารือร่วมกับ กอ.รส. และตัวแทน 7 ฝ่ายที่สโมสรทหารบก ถนนวิภาวดี ว่า กกต. ได้ยืนยันต่อที่ประชุมว่าการเลือกตั้งเป็นทางออกของประเทศ เพียงแต่จะต้องรอจังหวะเวลาที่เหมาะสมให้การเลือกตั้งเกิดความสงบเรียบร้อย หลังการเลือกตั้งสามารถจัดตั้งรัฐบาลที่ทุกฝ่ายต้องยอมรับได้ โดย กกต.ได้เสนอแนวทางต่อที่ประชุม 2 แนวทาง คือ 1.ให้จัดการเลือกตั้ง โดยเร็วใน 5 เดือนนับจากนี้ โดย 3 เดือนแรก จะเป็นการเตรียมการสร้างบรรยากาศ สร้างกลไกที่เหมาะสม ให้การเลือกตั้งบริสุทธิ์ เที่ยงธรรม และใช้เวลา 2 เดือน จัดการเลือกตั้งตามกรอบของกฎหมาย แนวทางที่ 2 คือให้มีการเลือกตั้งในช่วง 1-2 ปี หลังจากนี้ ซึ่งฝ่ายที่เลือกแนวทางนี้ จะต้องเสนอกลไกการได้มาซึ่งนายกรัฐมนตรีและรัฐบาลที่ถูกกฎหมาย มีหลักประกันว่าเป็นคนที่ทุกฝ่ายยอมรับอย่างแท้จริง




รายงานข่าวจากการประชุมร่วมกัน 7 ฝ่ายกับ กอ.รส.เปิดเผยว่า ในที่ประชุมตัวแทนของพรรคเพื่อไทย นำโดยนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา เสนอว่าพรรคเพื่อไทย พร้อมให้ความร่วมมือกับ กอ.รส.ในการแก้ไขปัญหาบ้านเมือง แต่ต้องเป็นไปตามกฎหมายโดยเฉพาะรัฐธรรมนูญ สิ่งใดทำได้แก้ไขได้ก็ให้ดำเนินการไปก่อน แต่มองว่านายกรัฐมนตรีคนกลางเป็นไปไม่ได้ ขณะที่ตัวแทนฝ่ายรัฐบาลโดยนายชัยเกษม นิติสิริ รมว.ยุติธรรม ระบุว่า เมื่อยุบสภาแล้วก็ต้องให้ประชาชนเป็นฝ่ายตัดสิน ขณะนี้มีการประกาศกฎอัยการศึก ก็ยิ่งมีโอกาสที่การจัดการเลือกตั้งจะเกิดความสำเร็จ การปฏิรูปไม่สามารถทำได้ในช่วงระยะเวลาสั้นๆ สิ่งใดทำได้ก่อนเลือกตั้งควรทำไปก่อน แต่หากสิ่งใดเป็นเรื่องที่ใหญ่เกินไป ให้รอดำเนินการหลังมีสภาผู้แทนราษฎรแล้ว ส่วนประเด็นนายกรัฐมนตรีคนกลางที่มีอำนาจเต็มน่าจะเป็นไปไม่ได้ในทางกฎหมาย หากประเมินแล้วยังเกิดความเห็นต่างก็ควรทำประชามติ


ด้านนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เสนอแนวทางของพรรคว่า ปัญหาขณะนี้ไม่ได้อยู่ที่การประกาศใช้กฎอัยการศึกแล้วจะทำให้ทุกอย่างเกิดความสงบเรียบร้อย เพราะความขัดแย้งยังคงอยู่ การเลือกตั้งภายใต้การประกาศใช้กฎอัยการศึก จะส่งผลเสียหายต่อภาพลักษณ์ของประเทศ


ส่วนนายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช. กล่าวว่า จุดยืนของ นปช.เป็นจุดยืนบนหลักประชาธิปไตย การเลือกตั้งในช่วงสถานการณ์การเมืองขณะนี้สำเร็จยาก ดังนั้นควรมีการจัดทำประชามติถามประชาชนว่าต้องการปฏิรูปก่อนการเลือกตั้ง หรือต้องการเลือกตั้งก่อนการปฏิรูป โดยให้มีการจัดทำประชามติในเดือนก.ย. และหลังจากนั้นอีก 2 เดือนประมาณเดือน พ.ย. และธ.ค. ถึงจัดการเลือกตั้ง แต่นายนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ ปปส. ยืนยันว่า ขณะนี้ประเทศไทยไม่มีนายกรัฐมนตรีแล้ว เป็นหน้าที่ของวุฒิสภา ที่จะต้องดำเนินการหานายกรัฐมนตรีตัวจริง ต้องจัดตั้งรัฐมนตรีที่ไม่เป็นนักการเมือง ควรต้องมีการปฏิรูปก่อนการเลือกตั้ง เพราะหากจัดการเลือกตั้งทันทีก็จะได้รัฐบาลที่มาจากวงจรเดิม ๆ และไม่เห็นด้วยกับการทำประชามติเพราะจะเป็นการสร้างความขัดแย้งเรื่องใหม่ให้เกิดขึ้นมาอีกครั้ง


ด้านนายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธานวุฒิสภา คนที่ 1 ในฐานะว่าที่ประธานวุฒิสภา กล่าวว่า ทางวุฒิสภากำลังพยายามหาทางออกเพื่อแก้ไขปัญหาความขัดแย้ง หากมีองค์กรใดที่เสนอตัวเข้ามาดำเนินการแก้ไขปัญหาประเทศ ทางวุฒิสภาก็พร้อมที่จะถอนตัว แต่ทางวุฒิสภามีทางออกในการแก้ไขปัญหาแล้ว แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดให้รับทราบได้ เนื่องจากต้องการรอให้แนวทางดังกล่าวเสร็จสมบูรณ์เรียบร้อยก่อน.
http://www.dailynews.co.th/Content/politics/239262/%E0%B8%81%E0%B8%81%E0%B8%95.%E0%B8%8A%E0%B8%87+2+%E0%B9%81%E0%B8%99%E0%B8%A7%E0%B8%97%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%88%E0%B8%B1%E0%B8%94%E0%B9%80%E0%B8%A5%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%81%E0%B8%95%E0%B8%B1%E0%B9%89%E0%B8%87+%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B9%87%E0%B8%A7%E0%B8%AA%E0%B8%B8%E0%B8%94%E0%B9%83%E0%B8%99+5+%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%99
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่