เบาๆในช่วงประกาศกฎอัยการศึก หันมาพูดถึงเรื่องปฎิรูปที่กำนันเมือกปักเสาเอาไว้ ว่าต้องการปฏิรูปก่อนเลือกตั้ง แต่กำนันไม่เคยบอกว่าปฏิรูปอะไร อย่างไร เพราะก็คงยังไม่รู้เหมือนกัน แต่พูดเอาไว้ก่อน..เดี๋ยวไม่เท่ห์
แต่เป้าหมายที่ทุกคนรู้ ว่าสิ่งที่กำนันคิดก็คือ จะปฏิรูปอะไร ยังไงก็ได้ แต่ต้องให้พรรคประชาธิปัตย์สามารถชนะเลือกตั้งได้เป็นรัฐบาลบ้างเท่านั้น ตัวอย่างเช่น การปฏิรูปบนกระดานไวท์บอร์ดที่ถูกเผยแพร่ในสื่อออนไลน์..แผ่นนั้น
แต่ชาวบ้านตาดำๆอย่างผม มองไม่เห็นทางปฏิรูปอะไรได้เลย นอกจากปฏิรูปพรรคประชาธิปัตย์เท่านั้น ให้เป็นพรรคที่มีสปิริต เล่นในกติกา ยอมรับความพ่ายแพ้ ยอมรับว่าประชาชนไม่เลือก เพราะไร้ความสามารถ เรียกว่ายอมรับตัวเอง..เสียบ้าง !
ที่ผ่านมา พรรคประชาธิปัตย์ เป็นพรรคการเมืองที่ไม่ยอมรับตัวเองว่าไร้กึ๋นส์ ขาดศักยภาพ มีแต่สร้างภาพให้ดูดี แต่ความเป็นจริงเละเทะ ครั้นเมื่อไม่มีทางชนะเลือกตั้ง ก็คิดจะล้มระบบ เลิกกติกา สร้างความวุ่นวาย..อย่างที่เห็นๆ
กล้าพูดได้ว่า หากมีการปฏิรูปเกิดขึ้นจริง หรือต่อให้ปฏิรูปให้ตาย ทำกติกาให้เข้าข้างประชาธิปัตย์มากแค่ไหน พอเมื่อมีการเลือกตั้ง ประชาธิปัตย์ก็จะแพ้พรรคเพื่อไทยเหมือนเดิม เพราะคนไม่เลือก..เอาหัวเป็นประกัน
สิ่งที่ประชาธิปัตย์ควรทำที่สุด คือจับคนในพรรคเข้าค่ายธรรมะ อบรมธรรมสัก 3 เดือน ให้มีหิริโอตตัปปะ (ความละอายใจและเกรงกลัวต่อบาป)บ้าง จากนั้นก็ฝึกให้ทำงานให้เป็น ฝึกให้มีความคิดสร้างสรรค์ ที่สำคัญที่สุดคือฝึกให้หยุดพูดเสียบ้าง..จึงน่าจะมีความหวังชนะได้บ้าง !
แต่พรรคเพื่อไทย ก็ควรทำการปฏิรูปควบคู่กันไปด้วย นั่นคือ อย่าชนะเลือกตั้งแบบขาดลอยเกินไป ควรชนะแบบฉิวเฉียด ๆ ไม่ทิ้งห่างจนน่าเกลียด เพราะจะทำให้ประชาธิปัตย์เกิดความพยายามต่อสู้ในระบอบเลือกตั้งขึ้นมาทันที เพราะคิดว่า “ใกล้แล้ว ๆ อีกนิดเดียวๆ เท่านั้น” ..ล่อให้หลง(หลงการเลือกตั้ง)
ปัญหาจึงไม่ได้อยู่ที่ระบอบประชาธิปไตยที่มีการเลือกตั้ง แต่ปัญหาอยู่ที่คนที่อยู่ในระบอบเลือกตั้งแล้วแพ้ทุกที ก็เกิดการไม่ยอมรับความพ่ายแพ้ จึงจะคิดล้มการเลือกตั้ง ขอหันมาใช้ระบอบการแต่งตั้งแทน เพราะคิดว่าตนเองได้เปรียบ..เท่านั้นเอง !!!
...มัวไปคิดแต่จะปฏิรูปอย่างอื่น ถ้าไม่ปฏิรูปตัวเอง แล้วยังมีเลือกตั้ง ประชาธิปัตย์ก็ต้องแพ้เลือกตั้งอยู่ดี !...
แต่เป้าหมายที่ทุกคนรู้ ว่าสิ่งที่กำนันคิดก็คือ จะปฏิรูปอะไร ยังไงก็ได้ แต่ต้องให้พรรคประชาธิปัตย์สามารถชนะเลือกตั้งได้เป็นรัฐบาลบ้างเท่านั้น ตัวอย่างเช่น การปฏิรูปบนกระดานไวท์บอร์ดที่ถูกเผยแพร่ในสื่อออนไลน์..แผ่นนั้น
แต่ชาวบ้านตาดำๆอย่างผม มองไม่เห็นทางปฏิรูปอะไรได้เลย นอกจากปฏิรูปพรรคประชาธิปัตย์เท่านั้น ให้เป็นพรรคที่มีสปิริต เล่นในกติกา ยอมรับความพ่ายแพ้ ยอมรับว่าประชาชนไม่เลือก เพราะไร้ความสามารถ เรียกว่ายอมรับตัวเอง..เสียบ้าง !
ที่ผ่านมา พรรคประชาธิปัตย์ เป็นพรรคการเมืองที่ไม่ยอมรับตัวเองว่าไร้กึ๋นส์ ขาดศักยภาพ มีแต่สร้างภาพให้ดูดี แต่ความเป็นจริงเละเทะ ครั้นเมื่อไม่มีทางชนะเลือกตั้ง ก็คิดจะล้มระบบ เลิกกติกา สร้างความวุ่นวาย..อย่างที่เห็นๆ
กล้าพูดได้ว่า หากมีการปฏิรูปเกิดขึ้นจริง หรือต่อให้ปฏิรูปให้ตาย ทำกติกาให้เข้าข้างประชาธิปัตย์มากแค่ไหน พอเมื่อมีการเลือกตั้ง ประชาธิปัตย์ก็จะแพ้พรรคเพื่อไทยเหมือนเดิม เพราะคนไม่เลือก..เอาหัวเป็นประกัน
สิ่งที่ประชาธิปัตย์ควรทำที่สุด คือจับคนในพรรคเข้าค่ายธรรมะ อบรมธรรมสัก 3 เดือน ให้มีหิริโอตตัปปะ (ความละอายใจและเกรงกลัวต่อบาป)บ้าง จากนั้นก็ฝึกให้ทำงานให้เป็น ฝึกให้มีความคิดสร้างสรรค์ ที่สำคัญที่สุดคือฝึกให้หยุดพูดเสียบ้าง..จึงน่าจะมีความหวังชนะได้บ้าง !
แต่พรรคเพื่อไทย ก็ควรทำการปฏิรูปควบคู่กันไปด้วย นั่นคือ อย่าชนะเลือกตั้งแบบขาดลอยเกินไป ควรชนะแบบฉิวเฉียด ๆ ไม่ทิ้งห่างจนน่าเกลียด เพราะจะทำให้ประชาธิปัตย์เกิดความพยายามต่อสู้ในระบอบเลือกตั้งขึ้นมาทันที เพราะคิดว่า “ใกล้แล้ว ๆ อีกนิดเดียวๆ เท่านั้น” ..ล่อให้หลง(หลงการเลือกตั้ง)
ปัญหาจึงไม่ได้อยู่ที่ระบอบประชาธิปไตยที่มีการเลือกตั้ง แต่ปัญหาอยู่ที่คนที่อยู่ในระบอบเลือกตั้งแล้วแพ้ทุกที ก็เกิดการไม่ยอมรับความพ่ายแพ้ จึงจะคิดล้มการเลือกตั้ง ขอหันมาใช้ระบอบการแต่งตั้งแทน เพราะคิดว่าตนเองได้เปรียบ..เท่านั้นเอง !!!