นอกจากจะมั่วแบบ "จับเเพะชนแกะ"
ด้วยการเอา "ฮิตเล่อร์" มาเปรียบเทียบกับ "แม้ว"
ว่าทั้งคู่ต่างมาจากการ "เลือกตั้ง" เหมือนๆกันแล้ว
(ทั้งๆที่ "ฮิตเล่อร์" ลงเลือกตั้ง 3 ครั้งในปี 1932 และ แพ้ทั้ง 3 ครั้ง
ไม่เคยได้ฉันทามติจากคนเยอรมันจนชนะเลือกตั้งเลยซักครั้ง !!!!!!!!!)
มาหลังๆนี้ไอ้พวก "กบฏมินิมวลหมา" ยังมั่วซั่ว
ด้วยการยกตัวอย่าง "นายกฯคนกลาง" ของอิตาลีมาเป็น "แม่แบบ" อีกต่างหาก
ทั้งๆที่ประเทศมักกะโรนี กับ ประเทศทุย ต่างกันราว "ฟ้ากับเหว" !!!!
เพราะประเทศรูปเกือกม้าแห่งนี้
เขามีรัฐธรรมนูญที่ระบุรูปแบบของการปกครองเป็นแบบสาธารณรัฐ
มีประธานาธิบดีทำหน้าที่เป็นประมุขของประเทศ
มีนายกรัฐมนตรีทำหน้าที่เป็นผู้นำของฝ่ายบริหาร
ที่สำคัญประธานาธิบดีของเขานั้นมาจากการ "เลือกตั้ง"
เป็นการเลือกตั้งผ่านรัฐสภา และ สส.ในส่วนภูมิภาค โดยมีวาระในตำแหน่ง 7 ปี
ประธานาธิบดีของแดนมักกะโรนี
จะเป็นผู้ใช้อำนาจแต่งตั้งนายกรัฐมนตรี
จากนั้นนายกรัฐมนตรีของเขาก็จะเป็นคนจัดตั้งคณะรัฐบาล
โดยการจัดตั้ง ครม.นั้น จะต้องได้รับความเห็นชอบจากประธานาธิบดี
และ ต้องได้รับคะแนนโหวตเพื่อเห็นชอบของเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎรอีกต่างหาก !!!!
ส่วนของประเทศทุยนั้น
รัฐธรรมนูญ "บังคับ" ไว้ชัดเจน
ว่านายกฯต้องมาจาก สส.ครับ (นั่นก็คือต้องมาจากการ "เลือกตั้ง")
กรณีของ "มาริโอ มอนติ"
ที่ได้เป็น "นายกฯคนกลาง" นั้น
จึงเป็น "คนละเรื่องเดียวกัน" กับนายกฯคนกลางของ "ไอ้เทือก" เลย !!!
ตอนที่ "เพลย์บอยรุ่นเดอะ" ซิลวิโอ แบลุสโคนี
ต้องกระเด็นออกจากเก้าอี้นายกฯเมืองมักกะโรนีนั้น
เป็นการลาออกจากตำแหน่ง โดยที่ "สภา" ยังคงอยู่ตามปกติ
หาใช่การยุบสภาแต่อย่างใด !!!!!!!!
ดังนั้นสิ่งที่ประธานาธิบดี "จิออร์จิโอ นาโปลิตาโน่" ต้องทำก็คือการลงมือแต่งตั้งนายกฯ
ซึ่ง "นาโปลิตาโน่" ก็ได้แต่งตั้ง "มอนติ"
อย่างที่ไอ้พวกกบฏนำมายกตัวอย่างนั่นแหละครับ
"มอนติ" พอเป็นนายกฯแล้ว
ก็ไม่ได้ทำงานตามใจชอบนะครับ
เพราะเขาต้องทำงานเพื่อขับเคลื่อนโยบายของรัฐบาลชุดก่อน
ที่มีนโยบายจะปฏิรูปเศรษฐกิจ และ การคลังตามข้อเรียกร้องของ EU
เรียกว่า "มอนติ" เข้ามาทำงานเพื่อสานต่อนโยบายเดิม โดยที่ไม่ได้ไปเปลี่ยนแปลงอะไรของคนก่อน
ต่างกับนายกฯคนกลางของประเทศทุย
ที่ไอ้พวกกบฏตั้งใจว่าจะให้มีขึ้นเพื่อเข้ามา "รื้อ" ทุกอย่าง
และ เขียนกติกาขึ้นมาใหม่อีกครั้ง ในการที่จะให้ฝ่ายพวกมันครองอำนาจทางการเมืองไปจนกัลปาวสาน
ด้วยความที่ "มอนติ" เป็นนักเศรษฐศาสตร์
ครม.ของเขาจึงมีแต่นักวิชาการเต็มไปหมด
และ เขามีเวลาเพียงปีครึ่งในการสานต่อสิงที่ "แบลุสโคนี" แถลงนโยบายไว้
จากนั้นเขาก็จัดให้มีการเลือกตั้ง
และ โบกมือลาเวทีการเมืองมักกะโรนีไปแบบถาวร
นี่คือตัวอย่างของ "นายกฯคนกลาง"
ที่มาเพื่อสานต่อนโยบายเดิมให้สำเร็จ
โดยที่ไม่ได้คิดว่าจะมาเขียนกฏ กติกา อะไรใหม่เพื่อให้ฝ่ายตนได้เปรียบคู่แข่ง
ที่สำคัญ "มอนติ" ไม่ได้เป็น "นายกฯเถื่อน" ครับ
เพราะรัฐธรรมนูญของแดนมักกะโรนีไม่ได้มีบทบัญญัติ
ที่ระบุว่า "นายกรัฐมนตรีต้องมาจาก สส." แบบของเรา
อีกทั้งประธานาธิบดี "นาโปลิตาโน่" ก็มีที่มาที่ยึดโยงกับประชาชน
โดยผ่านรัฐสภา และ สส.ในส่วนภูมิภาค ที่ประชาชนลงคะแนนเสียงเลือกมา
เทียบกับ "ไอ้เลี้ยง" และ "40 สว."
ที่คลอดออกจากมดลูกของเผด็จการแล้ว
"นาโปลิตาโน่" ของอิตาลีที่ตั้ง "มอนติ" เป็นนายกฯคนกลางเขา "สง่างาม" กว่ามากมายครับ
เพราะ "นาโปลิตาโน่" ไม่ได้ทำผิดรัฐธรรมนูญ
ส่วน "มอนติ" ก็มาแบบไม่มีอะไรขัดกับข้อกฏหมาย
ในขณะที่ของประเทศทุยนั้น
ทั้ง "ไอ้เลี้ยง" , "ไอ้เทือก" , "ไอ้เหล่" , "ไอ้แหล"
ล้วนแล้วแต่พูด หรือ แสดงออกในแบบที่ขัดรัฐธรรมนูญ และ อิงเผด็จการ กันทั้งนั้น !!!
อย่าลืมว่ารัฐธรรมนูญมาตรา 171 วรรค 2
กำหนดเอาไว้ชัดเลยว่า "นายกรัฐมนตรีต้องมาจาก สส." นะครับเมิงงงง !!!!
"มอนติ" ไม่ใช่ "นายกฯคนกลาง" เพียงคนเดียวของอิตาลีครับ
หลังการวางมือทางการเมืองของ "มอนติ"
"นาโปลิตาโน่" ได้แต่งตั้ง "เอนริโก้ เลตต้า"
ขึ้นมาทำหน้าที่ "นายกฯคนกลาง" ต่อจาก "มอนติ"
ซึ่งก็เป็นการขึ้นมาแบบที่ไม่มีอะไรขัดกับรัฐธรรมนูญอีกเช่นเคย
"เลตต้า" ทำงานได้ไม่ถึงปี
ก็โดนการเมืองภายในพรรคของเขาเองเล่นงาน
เพราะ สส.ของพรรคถอนการสนับสนุน "เลตต้า" (ที่บริหารงานห่วย)
และ พากันหันไปสนับสนุน "มัตเตโอ เรนซี่" ขึ้นมาแทน
ซึ่งนั่นก็ทำให้ "เรนซี่" ได้ขึ้นเป็น "นายกฯคนกลาง"
ในแบบที่ไม่ได้ขัดรัฐธรรมนูญ หรือ กฏหมายข้อไหนๆเลย !!!
หากวันนี้ "มาร์โค โปโล" ยังมีลมหายใจอยู่
ตำนานแห่งมืองเวนิสผู้นี้คงนั่งหัวเราะงอหายอยู่บนเรือสำเภาที่เขาใช้ท่องโลก
ถ้าเขารู้ว่าประเทศทุยจะหาทางตั้ง "นายกฯคนกลาง" ที่ขัดรัฐธรรมนูญอย่างชัดเจน
แต่กลับเอาเรื่องที่ผิดกฏหมายแบบนี้ ไปเชื่อมโยงกับ "นายกฯคนกลาง" ของประเทศอิตาลี
ทั้งๆที่อิตาลีตั้งขึ้นมาแบบที่ไม่ได้ขัดรัฐธรรมนูญ
อีกทั้งคนที่ใช่แำนาจแต่งตั้งยังมีความยึดโยงกับประชาชนของเขาต่างหาก
โดยผ่านประธานาธิบดี , รัฐสภา ,
และ สส.ในส่วนภูมิภาค ที่ทุกคนล้วนแล้วแต่มาจากการ "เลือกตั้ง" !!!
ในขณะที่ของประเทศทุยนั้น
ทั้ง สว. , ทั้งไอ้พวกมินิมวลหมา ,
ทั้งประธานาธิบดีเทือกที่ประกาศตัวเป็น "รัฏฐาธิปัตย์"
(และ เสนอหน้าจะขอเป็นผู้รับสนองพระบรมราชโิองการเอง)
ล้วนแล้วแต่ไม่มีเลยซักคน ที่มาจากการ "เลือกตั้ง"
ไม่ได้มาจากการเลือกตั้งยังไม่พอ
ยังเศรือกจะมาทำผิดกฏหมายขัดรัฐธรรมนูญอีกต่างหาก !!!!!
ขอบคุณคุณธรรมดาสามัญ ที่ให้ยืมอมยิ้มครับ
++++++++++ .......... ม า ร์ โ ค โ ป โ ล หั ว เ ร า ะ ก ร๊ า กกกกกกกกกกกกกกกกกกกก !!!!!!!!!!.......... ++++++++++
ด้วยการเอา "ฮิตเล่อร์" มาเปรียบเทียบกับ "แม้ว"
ว่าทั้งคู่ต่างมาจากการ "เลือกตั้ง" เหมือนๆกันแล้ว
(ทั้งๆที่ "ฮิตเล่อร์" ลงเลือกตั้ง 3 ครั้งในปี 1932 และ แพ้ทั้ง 3 ครั้ง
ไม่เคยได้ฉันทามติจากคนเยอรมันจนชนะเลือกตั้งเลยซักครั้ง !!!!!!!!!)
มาหลังๆนี้ไอ้พวก "กบฏมินิมวลหมา" ยังมั่วซั่ว
ด้วยการยกตัวอย่าง "นายกฯคนกลาง" ของอิตาลีมาเป็น "แม่แบบ" อีกต่างหาก
ทั้งๆที่ประเทศมักกะโรนี กับ ประเทศทุย ต่างกันราว "ฟ้ากับเหว" !!!!
เพราะประเทศรูปเกือกม้าแห่งนี้
เขามีรัฐธรรมนูญที่ระบุรูปแบบของการปกครองเป็นแบบสาธารณรัฐ
มีประธานาธิบดีทำหน้าที่เป็นประมุขของประเทศ
มีนายกรัฐมนตรีทำหน้าที่เป็นผู้นำของฝ่ายบริหาร
ที่สำคัญประธานาธิบดีของเขานั้นมาจากการ "เลือกตั้ง"
เป็นการเลือกตั้งผ่านรัฐสภา และ สส.ในส่วนภูมิภาค โดยมีวาระในตำแหน่ง 7 ปี
ประธานาธิบดีของแดนมักกะโรนี
จะเป็นผู้ใช้อำนาจแต่งตั้งนายกรัฐมนตรี
จากนั้นนายกรัฐมนตรีของเขาก็จะเป็นคนจัดตั้งคณะรัฐบาล
โดยการจัดตั้ง ครม.นั้น จะต้องได้รับความเห็นชอบจากประธานาธิบดี
และ ต้องได้รับคะแนนโหวตเพื่อเห็นชอบของเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎรอีกต่างหาก !!!!
ส่วนของประเทศทุยนั้น
รัฐธรรมนูญ "บังคับ" ไว้ชัดเจน
ว่านายกฯต้องมาจาก สส.ครับ (นั่นก็คือต้องมาจากการ "เลือกตั้ง")
กรณีของ "มาริโอ มอนติ"
ที่ได้เป็น "นายกฯคนกลาง" นั้น
จึงเป็น "คนละเรื่องเดียวกัน" กับนายกฯคนกลางของ "ไอ้เทือก" เลย !!!
ตอนที่ "เพลย์บอยรุ่นเดอะ" ซิลวิโอ แบลุสโคนี
ต้องกระเด็นออกจากเก้าอี้นายกฯเมืองมักกะโรนีนั้น
เป็นการลาออกจากตำแหน่ง โดยที่ "สภา" ยังคงอยู่ตามปกติ
หาใช่การยุบสภาแต่อย่างใด !!!!!!!!
ดังนั้นสิ่งที่ประธานาธิบดี "จิออร์จิโอ นาโปลิตาโน่" ต้องทำก็คือการลงมือแต่งตั้งนายกฯ
ซึ่ง "นาโปลิตาโน่" ก็ได้แต่งตั้ง "มอนติ"
อย่างที่ไอ้พวกกบฏนำมายกตัวอย่างนั่นแหละครับ
"มอนติ" พอเป็นนายกฯแล้ว
ก็ไม่ได้ทำงานตามใจชอบนะครับ
เพราะเขาต้องทำงานเพื่อขับเคลื่อนโยบายของรัฐบาลชุดก่อน
ที่มีนโยบายจะปฏิรูปเศรษฐกิจ และ การคลังตามข้อเรียกร้องของ EU
เรียกว่า "มอนติ" เข้ามาทำงานเพื่อสานต่อนโยบายเดิม โดยที่ไม่ได้ไปเปลี่ยนแปลงอะไรของคนก่อน
ต่างกับนายกฯคนกลางของประเทศทุย
ที่ไอ้พวกกบฏตั้งใจว่าจะให้มีขึ้นเพื่อเข้ามา "รื้อ" ทุกอย่าง
และ เขียนกติกาขึ้นมาใหม่อีกครั้ง ในการที่จะให้ฝ่ายพวกมันครองอำนาจทางการเมืองไปจนกัลปาวสาน
ด้วยความที่ "มอนติ" เป็นนักเศรษฐศาสตร์
ครม.ของเขาจึงมีแต่นักวิชาการเต็มไปหมด
และ เขามีเวลาเพียงปีครึ่งในการสานต่อสิงที่ "แบลุสโคนี" แถลงนโยบายไว้
จากนั้นเขาก็จัดให้มีการเลือกตั้ง
และ โบกมือลาเวทีการเมืองมักกะโรนีไปแบบถาวร
นี่คือตัวอย่างของ "นายกฯคนกลาง"
ที่มาเพื่อสานต่อนโยบายเดิมให้สำเร็จ
โดยที่ไม่ได้คิดว่าจะมาเขียนกฏ กติกา อะไรใหม่เพื่อให้ฝ่ายตนได้เปรียบคู่แข่ง
ที่สำคัญ "มอนติ" ไม่ได้เป็น "นายกฯเถื่อน" ครับ
เพราะรัฐธรรมนูญของแดนมักกะโรนีไม่ได้มีบทบัญญัติ
ที่ระบุว่า "นายกรัฐมนตรีต้องมาจาก สส." แบบของเรา
อีกทั้งประธานาธิบดี "นาโปลิตาโน่" ก็มีที่มาที่ยึดโยงกับประชาชน
โดยผ่านรัฐสภา และ สส.ในส่วนภูมิภาค ที่ประชาชนลงคะแนนเสียงเลือกมา
เทียบกับ "ไอ้เลี้ยง" และ "40 สว."
ที่คลอดออกจากมดลูกของเผด็จการแล้ว
"นาโปลิตาโน่" ของอิตาลีที่ตั้ง "มอนติ" เป็นนายกฯคนกลางเขา "สง่างาม" กว่ามากมายครับ
เพราะ "นาโปลิตาโน่" ไม่ได้ทำผิดรัฐธรรมนูญ
ส่วน "มอนติ" ก็มาแบบไม่มีอะไรขัดกับข้อกฏหมาย
ในขณะที่ของประเทศทุยนั้น
ทั้ง "ไอ้เลี้ยง" , "ไอ้เทือก" , "ไอ้เหล่" , "ไอ้แหล"
ล้วนแล้วแต่พูด หรือ แสดงออกในแบบที่ขัดรัฐธรรมนูญ และ อิงเผด็จการ กันทั้งนั้น !!!
อย่าลืมว่ารัฐธรรมนูญมาตรา 171 วรรค 2
กำหนดเอาไว้ชัดเลยว่า "นายกรัฐมนตรีต้องมาจาก สส." นะครับเมิงงงง !!!!
"มอนติ" ไม่ใช่ "นายกฯคนกลาง" เพียงคนเดียวของอิตาลีครับ
หลังการวางมือทางการเมืองของ "มอนติ"
"นาโปลิตาโน่" ได้แต่งตั้ง "เอนริโก้ เลตต้า"
ขึ้นมาทำหน้าที่ "นายกฯคนกลาง" ต่อจาก "มอนติ"
ซึ่งก็เป็นการขึ้นมาแบบที่ไม่มีอะไรขัดกับรัฐธรรมนูญอีกเช่นเคย
"เลตต้า" ทำงานได้ไม่ถึงปี
ก็โดนการเมืองภายในพรรคของเขาเองเล่นงาน
เพราะ สส.ของพรรคถอนการสนับสนุน "เลตต้า" (ที่บริหารงานห่วย)
และ พากันหันไปสนับสนุน "มัตเตโอ เรนซี่" ขึ้นมาแทน
ซึ่งนั่นก็ทำให้ "เรนซี่" ได้ขึ้นเป็น "นายกฯคนกลาง"
ในแบบที่ไม่ได้ขัดรัฐธรรมนูญ หรือ กฏหมายข้อไหนๆเลย !!!
หากวันนี้ "มาร์โค โปโล" ยังมีลมหายใจอยู่
ตำนานแห่งมืองเวนิสผู้นี้คงนั่งหัวเราะงอหายอยู่บนเรือสำเภาที่เขาใช้ท่องโลก
ถ้าเขารู้ว่าประเทศทุยจะหาทางตั้ง "นายกฯคนกลาง" ที่ขัดรัฐธรรมนูญอย่างชัดเจน
แต่กลับเอาเรื่องที่ผิดกฏหมายแบบนี้ ไปเชื่อมโยงกับ "นายกฯคนกลาง" ของประเทศอิตาลี
ทั้งๆที่อิตาลีตั้งขึ้นมาแบบที่ไม่ได้ขัดรัฐธรรมนูญ
อีกทั้งคนที่ใช่แำนาจแต่งตั้งยังมีความยึดโยงกับประชาชนของเขาต่างหาก
โดยผ่านประธานาธิบดี , รัฐสภา ,
และ สส.ในส่วนภูมิภาค ที่ทุกคนล้วนแล้วแต่มาจากการ "เลือกตั้ง" !!!
ในขณะที่ของประเทศทุยนั้น
ทั้ง สว. , ทั้งไอ้พวกมินิมวลหมา ,
ทั้งประธานาธิบดีเทือกที่ประกาศตัวเป็น "รัฏฐาธิปัตย์"
(และ เสนอหน้าจะขอเป็นผู้รับสนองพระบรมราชโิองการเอง)
ล้วนแล้วแต่ไม่มีเลยซักคน ที่มาจากการ "เลือกตั้ง"
ไม่ได้มาจากการเลือกตั้งยังไม่พอ
ยังเศรือกจะมาทำผิดกฏหมายขัดรัฐธรรมนูญอีกต่างหาก !!!!!
ขอบคุณคุณธรรมดาสามัญ ที่ให้ยืมอมยิ้มครับ