มุมมองระยะใกล้ก่อนเปิด AEC

กระทู้สนทนา
จับกระแสปี"57 ธุรกิจขนาดกลางแห่ทำดีล "M&A" วางยุทธศาสตร์เสริมแกร่งรับ "เออีซี" ที่ปรึกษาการเงินเผยดีลเพิ่มขึ้นล้นหลาม ทั้งไทยรุกซื้อกิจการต่างชาติ-ต่างชาติเข้ามาฮุบธุรกิจไทย และควบรวมกันเอง เพื่อสร้างความแข็งแกร่ง ชี้ต่างชาติสน "ประกัน-ขนส่ง-อาหาร"

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในช่วงปี 2556 ภาพการควบรวมกิจการ (Mergers and Acquisitions : M&A) ของธุรกิจขนาดใหญ่ของไทยที่เป็นดีลยักษ์ประวัติศาสตร์เกิดขึ้นต่อเนื่อง ตั้งแต่การซื้อกิจการบริษัทเฟรเซอร์ แอนด์ นีฟ (F&N) ของ "นายเจริญ สิริวัฒนภักดี" ในนามของไทยเบฟเวอเรจ และทีซีซี แอสเซ็ท คิดเป็นเงินไทยราว 335,000 ล้านบาท รวมทั้งดีลของ บมจ.ซีพี ออลล์ ของเครือเจริญโภคภัณฑ์ ที่เข้าไปซื้อหุ้น บมจ.สยามแม็คโคร มูลค่า 188,880 ล้านบาท

ขณะที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ระบุว่า แนวโน้มการซื้อกิจการในลักษณะซื้อหุ้นในสัดส่วนที่มากจนต้องทำคำเสนอซื้อ (เทนเดอร์ออฟเฟอร์) หรือ "เทกโอเวอร์" พบว่าในปี"53 มีบริษัทที่ถูกเสนอซื้อทั้งสิ้น 15 บริษัท ซึ่งในจำนวนดังกล่าวมีมูลค่าหุ้นที่เกิดรายการซื้อขายจริง 5.79 หมื่นล้านบาท ปี 2554 จำนวน 18 บริษัท มีมูลค่าหุ้นที่เกิดรายการซื้อขายจริง 3.1 หมื่นล้านบาท และปี 2555 จำนวน 10 บริษัท มีมูลค่าหุ้นที่เกิดรายการซื้อขายจริง 1.4 หมื่นล้านบาท

บริษัทแห่ขอปรึกษาซื้อกิจการ

นายสิทธิไชย มหาคุณ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงาน Corporate Finance & Equity Capital Markets ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย กล่าวว่า ในช่วงที่ผ่านมาธุรกิจขนาดใหญ่ของไทยได้ทำดีลควบรวมกิจการไปหลายบริษัท และหลังจากนี้จะเป็นช่วงเวลาของธุรกิจขนาดกลางที่มูลค่าธุรกรรมอยู่ที่ราว 1,000-2,000 ล้านบาท

"ที่ผ่านมาเราเห็นสัญญาณว่าธุรกิจขนาดกลางสนใจจะทำ M&A มากขึ้น และถือว่าเป็นจำนวนที่มีนัยสำคัญ โดยถ้านับเฉพาะผู้ประกอบการที่สนใจเข้ามาหารือก็น่าจะถึง 20 บริษัท และคาดว่าปี"57 จะมีดีลลักษณะนี้คึกคักมากขึ้น" นายสิทธิไชยกล่าว

ปี 2556 บริษัทมีงานควบรวมกิจการของบริษัทขนาดกลาง 2 ดีล เป็นธุรกิจอาหาร และอุตสาหกรรมการผลิต ซึ่งเป็นการซื้อขายระหว่างบริษัทไทยด้วยกันทั้ง 2 ดีล และคาดว่าปลายปีนี้จะได้งานที่ปรึกษาในการหาพาร์ตเนอร์ให้แก่ธุรกิจขนาดกลางอีก 1 ดีล มูลค่าประมาณ 1-1.5 พันล้านบาท และในปี 2557 คาดว่าจะมีงานต่อเนื่อง

ด้านนางสาวพัชรพร สรรคบุรานุรักษ์ หัวหน้าฝ่ายวาณิชธนกิจ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เคจีไอ (ประเทศไทย) กล่าวว่า ขณะนี้มีบริษัทที่สนใจเข้ามาหารือเพื่อทำ M&A กว่า 10 ราย ส่วนใหญ่เป็นบริษัทขนาดกลาง ที่หารือเตรียมพร้อมเพื่อดำเนินการในปีหน้า โดยบริษัทในกลุ่มนี้จะมีมูลค่าธุรกรรมราว 30-50 ล้านเหรียญ หรือประมาณ 960-1,600 ล้านบาท

"ช่วงที่ผ่านมาเราได้คุยกับบริษัทที่สนใจจะทำ M&A เป็นสิบ ๆ ราย แต่ไม่ใช่ว่าทุกรายจะทำได้ เพราะการทำ M&A มีความเปลี่ยนแปลงได้ถ้าข้อตกลงไม่ลงตัว เพียงแต่ในขณะนี้ก็ค่อนข้างจะเห็นได้ว่าแนวโน้มความสนใจของธุรกิจขนาดกลางที่จะทำดีลไซซ์ประมาณ 30-50 ล้านเหรียญ หรือใหญ่กว่านี้ก็มีต่อเนื่อง" นางสาวพัชรพรกล่าว

ประกัน-ขนส่ง-อาหาร ฮอต

นายสิทธิไชยกล่าวเพิ่มเติมว่า ในปี 2557 ประเมินว่าแนวโน้มการควบรวมกิจการจะเกิดขึ้นหลายลักษณะ ได้แก่ บริษัทไทยออกไปซื้อกิจการประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อสร้างความแข็งแกร่งให้แก่ธุรกิจ เช่น ธุรกิจชิ้นส่วนยานยนต์ และการควบรวมกิจการระหว่างบริษัทไทยด้วยกันเอง รวมถึงบริษัทต่างชาติเข้ามาซื้อธุรกิจในประเทศไทย ซึ่งกลุ่มนี้ส่วนใหญ่มุ่งไปที่ธุรกิจประกัน ขนส่ง อาหาร และธุรกิจอุตสาหกรรมการผลิต

AEC กระตุ้นบริษัทไทยปรับตัว

ขณะที่นายประเสริฐ ภัทรดิลก กรรมการผู้อำนวยการ บริษัท แอดไวเซอรี่ พลัส จำกัด กล่าวว่า ในช่วงที่ผ่านมาแนวโน้มความต้องการ M&A เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ในส่วนของบริษัทขณะนี้ก็อยู่ระหว่างการทำดีลควบรวมกิจการ 4 งาน เป็นการซื้อกิจการระหว่างบริษัทไทย 2 ดีล และบริษัทญี่ปุ่นที่ต้องการมาซื้อกิจการไทย 2 ดีล ประเมินว่าสาเหตุที่งานด้าน M&A จะคึกคักมากขึ้นในปี"57 เป็นผลมาจากที่ธุรกิจต่าง ๆ ต้องการปรับตัวให้สอดรับกับการเปิดเสรีประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) ที่จะเกิดขึ้นในปี 2558 ขณะเดียวกันพบว่าผู้ประกอบการขนาดกลางเริ่มมีแนวคิดในเรื่อง M&A เปลี่ยนไป โดยเปิดใจยอมให้มีพันธมิตรจากภายนอกเข้ามาร่วมถือหุ้นได้มากขึ้น

HSBC รับดีลผนึกกิจการข้ามชาติ

ด้านนางสาวเซียวเมง แทน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารเอชเอสบีซี ประเทศไทย กล่าวว่า ธนาคารเล็งเห็นถึงการเติบโตการขยายกิจการระหว่างประเทศ จึงวางบทบาทเป็นธนาคารที่เชื่อมโยงธุรกิจระหว่างประเทศ (Global Connectivity) ประกอบกับธนาคารมีความเชี่ยวชาญในด้านการควบรวมกิจการ จึงเห็นโอกาสด้านนี้อีกมาก โดยเฉพาะหากไทยจะมีโครงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน 2 ล้านล้านบาท ขณะที่ในฝั่งของธุรกิจไทยที่จะไปซื้อกิจการในต่างประเทศก็จะเป็นอีกด้านหนึ่งที่บริษัทหวังเข้ามามีบทบาท หลังจากปีนี้ได้มีส่วนในการทำดีลควบรวมของ บมจ.ซีพี ออลล์กับ บมจ.สยาม แม็คโคร และการซื้อหุ้นในกิจการของบริษัทเอฟ แอนด์ เอ็ม ของกลุ่มไทยเบฟ เป็นต้น

"ไทยมี 3 ปัจจัยที่จะดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ ประกอบด้วยการมีที่ตั้งเป็นจุดยุทธศาสตร์ เป็นศูนย์กลางเอเชีย มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่เป็นเบอร์ 2 ของอาเซียน และมีจำนวนประชากรมาก ดังนั้นสำหรับธุรกิจต่างชาติ โดยเฉพาะที่เกี่ยวกับค้าปลีกจึงมีความสนใจมาดำเนินธุรกิจในไทย และใช้ไทยเป็นฐานไปเจาะตลาดประเทศเพื่อนบ้าน" นางสาวเซียวเมงกล่าว

แหล่งข่าว Credit : ประชาชาติ
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่