เรื่องของความรัก

กระทู้สนทนา
นึกเรื่องดีๆอยากจะมาแบ่งปันทุกคนครับ อาจจะเป็นแรงบันดาลใจให้ใครหลายๆคน
ปกติแล้ว ผมเป็นคนค่อนข้างชอบไปไหนมาไหนคนเดียว ไม่ใช่ไม่มีเพื่อนนะ แต่ไม่รู้สิผมชอบทำอะไรคนเดียว ชอบทำอะไรคนเดียว เล่นเกมคนเดียว รู้สึกอิสระมากกว่า ผมเคยมีแฟนครับ คบกันตั้งแต่สมัยม.2แต่ก็เลิกไปกันตอนก่อนขึ้นม.6 แล้วก็คิดว่าคงจะไม่คบกับใครไปอีกนาน อยู่คนเดียว สบายใจ..
ผ่านม.6ไปกับการทรมานที่ต้องอ่านหนังสือสอบมหาลัยไปพร้อมกับความเสียใจที่เลิกกับแฟน แต่ก็ดิ้นรนสอบติดมหาลัยได้คณะที่ใฝ่ฝัน คิดว่าชีวิตมหาลัยนี้ เราคงรักไม่ยุ่งมุ่งแต่เรียนแล้วล่ะ

ผ่านช่วงปิดเทอมไปอย่างรวดเร็ว ที่มหาลัยก็มีรับน้องนู่นนี่ ผมก็ร่วมด้วย จำได้ว่ากิจกรรมนั้นแต่ละคณะจะใส่เสื้อสีต่างกันไป ทำให้เรารู้ว่าคนไหนคือคณะเรา ระหว่างที่กำลังเฮฮาไปกับกิจกรรม ผมก็เห็นผู้หญิงกลุ่มนึง เสื้อสีเดียวกับเรายืนคุยกันอยู่ แล้วก็ดันเหลือบไปเห็นคนนึงกำลังนั่งลงกับพื้น..เพื่อแปะพลาสเตอร์ที่ส้นเท้าตัวเอง รู้สึกแปลกใจมากเพราะแถวนั้นไม่มีใครเค้านั่งกัน ก็ตลกดี คิดในใจว่า เพื่อนในคณะเราหรอเนี่ย แต่พอเธอเงยขึ้นมาแล้วนี่ผมหันหน้ากลับไม่ทันเลย เธอดูน่ารักในสายตาผมมาก ก็ปิ๊งๆแล้วล่ะแต่ก็ยึดมั่นในจุดยืน
กลับบ้านไปเล่นคอม เข้าเฟส เฟสบุ๊คก็ดันนนนไปเก่งมาจากไหนไม่รู้ ขึ้นaccountเธอคนนั้นในsuggest friend ผมกดaddทันทีเลยครับ นี่ขนาดยึดมั่นในจุดยืนนะเนี่ย ไม่นานครับ เธอก็รับ ก็คงมารยาทมั้งเพื่อนในคณะ ผมก็นั่งดูรูปต่างๆของเธอไปเพลินๆ คิดว่าน่ารักดีนะ แต่คงเป็นไปได้ยาก
อีกไม่กี่วันผ่านไปก็ถึงกิจกรรมรับน้องของมหาลัย ผมไม่ได้คาดหวังจะเจอเธออยู่แล้ว ช่วงเช้าทำกิจกรรมกันไปไม่ได้เจอเลย แต่พอตอนพักเที่ยงเค้าให้กินข้าวกล่อง ดันมานั่งกินแถวข้างๆเธอ ข้างกันเลย กินด้วยบรรยากาศแบบแปลกๆเค้ารู้จักเรารึเปล่ายังไม่รู้เลย...
จำไม่ได้แล้วว่าใครทักใครก่อน แต่เราได้เริ่มคุยกันครั้งแรกตอนนั่งกินข้าวกล่องที่พื้นนั่นแหละ เธออัธยาศัยดีกว่าที่คิด ทำเอาความประหม่าเมื่อครู่ผมหายไป ก็คุยกันเรื่องทั่วไปผมก็พูดไม่ค่อยเก่งก็ติดตลกไว้ก่อน ก็สนุกดี ช่วงบ่ายมีเล่นตามฐานผมก็เลยได้เนียนอยู่กลุ่มเดียวกับเธอเลย มีเล่นแป้งเธอก็หัวขาวไปหมด ก็แอบแซวบ้างสนุกดี สรุปวันนั้นผมก็ถือว่าได้ยิ้มกลับบ้านละกัน ยิ้ม ระหว่างกลับบ้านก็แอบแหย่เธอในเฟส ว่าคุณยายขอไลน์หน่อยดิ(แซวเพราะตอนนั้นเธอผมเปื้อนแป้ง)

หลังจากนั้นเราก็มีโอกาสได้เจอกันอีกตามกิจกรรมแล้วก็สนิทกันมากขึ้นเรื่อยๆ จุดยืนผมเริ่มจะไม่ยืนแล้ว เรากลายเป็นเพื่อนกลุ่มเดียวกัน เรียนด้วยกันถึงจะมีแยกSECบ้างบางวิชา ก็จะมาเจอกัน ผมก็เป็นตัวของผม เธอก็เป็นตัวของเธอ
เปิดเทอมมาไม่นานมากประมาณเดือนกว่าๆ ผมก็บอกชอบเธอแล้วก็ขอเป็นแฟน ผมยิ้มกลับบ้านอีกแล้ว

วันนี้ก็ถึงวันครบรอบ1ปี10เดือนของเราแล้ว เราก็ไปกันได้ดี เพราะเราเป็นธรรมชาติกันมากเวลาอยู่ด้วยกัน เป็นตัวของตัวเอง ต่างก็รู้สึกว่าใช่กัน อาจมีทะเลาะกันบ้าง ไม่เข้าใจกันบ้าง แต่เราก็พร้อมจะให้อภัยซึ่งกันและกัน แล้วก็ปรับความเข้าใจกัน
บางคนอาจคิดว่าทำไมอีกฝ่ายไม่เข้าใจเรา การคิดแบบนี้อาจเป็นความคิดที่เอาแต่ใจไปหน่อย เราก็ต้องคิดด้วยว่าเราได้เปิดเผยให้เค้าเข้าใจแล้วรึยัง พูดคุยกัน ช่วยกันแก้ปัญหา แล้ววันข้างหน้าจะดีขึ้นเอง แล้วก็คำว่าขอโทษและการให้อภัยไม่ใช่เรื่องเสียหายเลยแม้แต่น้อย หากมัวถือทิฐิว่ายังไงฉันก็ไม่แพ้ แล้วชีวิตคู่เราจะชนะปัญหาต่างๆได้อย่างไร

อยากจะบอกทุกคนว่า เรื่องรักนี่เราไม่สามารถจะมาวางแผนกับมันได้มาก แล้วก็เป็นตัวของตัวเอง คนที่ใช่จะเข้ามาเอง
ผู้ชาย หรือว่าผู้หญิงส่วนใหญ่ ชอบคิดว่าทำยังไงเขาถึงจะมองเราถึงจะสนใจเรา ก็ไปพยายามเป็นนู่นนี่จนลืมอยู่อย่างนึงคือลืมเป็นตัวเอง แบบนี้ต่อให้ได้คบกันก็ไม่ยั่งยืน เพราะตัวตนที่แท้จริงของเราเราก็ปกปิดไปตลอดไม่ได้อยู่ดี
อีกอย่างคือ ถ้าคุณชอบใคร ปิ๊งใครแล้ว ก็อย่าปล่อยให้โอกาสผ่านไปต่อหน้าเรา รวบรวมความกล้า แล้วเราจะไม่เสียใจกับสิ่งที่เราได้ตัดสินใจไป ถ้าเค้าตกลงก็ดี ไม่ตกลง ก็ดี เราจะได้ไม่จมปรัก แล้วก็ได้ไปเริ่มต้นใหม่กับคนที่''ใช่''สำหรับเรา
แก้ไขข้อความเมื่อ
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่