คำตอบที่ได้รับเลือกจากเจ้าของกระทู้
ความคิดเห็นที่ 25
ชื่นชมคุณณัฐิยาในการเขียนบทละครให้สนุกน่าติดตามทุกตอน ถ้าถอดแบบนิยายมาเป๊ะมันจะเนิบนาบไปนิดนึง ความเข้าใจในตัวละครก็ดีทีเดียว เขียนบทให้ตัวละครหลักถอดแบบมาจากนิยายเลย เพียงแต่เพิ่มเติมให้มีมิติมากขึ้น ทำให้สนุกและได้อรรถรสไปอีกแบบ
แต่สำหรับการตีความกับคำถามคาใจจากละคร เราว่าในนิยายมันก็บอกทางอ้อมอยู่นะ
สุริยงตั้งใจกลับมาหรือเปล่า - ในนิยายบอกว่านางเอกรู้สึกผิด รู้สึกติดค้างกับพระเอกอยู่ตลอด และบอกอีกว่าท่านทิ้งเงินไว้ให้นางเอกเยอะ จริงๆไม่ต้องทำงานเลยก็ได้ แต่นางก็ไปทำ เพราะนางตั้งใจกลับไปหาเพื่อชดใช้อ่ะ
ทำไมสุริยงไม่บอกความจริง - ในนิยายบอกเลยว่านางเอกพยายามบอกหลายครั้งแต่พระเอกไม่ฟัง ไปๆมาๆนางเอกเลยคิดว่างั้นทำตามที่ท่านสอนไว้ละกัน ว่าถ้าจะมีรักใหม่ ก็ให้เค้ารู้ไว้เลยว่ามีลูกแล้ว จะได้วัดใจกันไป
ด้วยความเคารพต่อคุณณัฐฯนะคะ ไม่ได้จะมาอวดรู้อะไร แต่ตีความจากในนิยายได้อย่างงี้อ่ะ
ป.ล. ชอบทั้งเวอร์ชั่นนิยาย และ ละคร
แต่สำหรับการตีความกับคำถามคาใจจากละคร เราว่าในนิยายมันก็บอกทางอ้อมอยู่นะ
สุริยงตั้งใจกลับมาหรือเปล่า - ในนิยายบอกว่านางเอกรู้สึกผิด รู้สึกติดค้างกับพระเอกอยู่ตลอด และบอกอีกว่าท่านทิ้งเงินไว้ให้นางเอกเยอะ จริงๆไม่ต้องทำงานเลยก็ได้ แต่นางก็ไปทำ เพราะนางตั้งใจกลับไปหาเพื่อชดใช้อ่ะ
ทำไมสุริยงไม่บอกความจริง - ในนิยายบอกเลยว่านางเอกพยายามบอกหลายครั้งแต่พระเอกไม่ฟัง ไปๆมาๆนางเอกเลยคิดว่างั้นทำตามที่ท่านสอนไว้ละกัน ว่าถ้าจะมีรักใหม่ ก็ให้เค้ารู้ไว้เลยว่ามีลูกแล้ว จะได้วัดใจกันไป
ด้วยความเคารพต่อคุณณัฐฯนะคะ ไม่ได้จะมาอวดรู้อะไร แต่ตีความจากในนิยายได้อย่างงี้อ่ะ
ป.ล. ชอบทั้งเวอร์ชั่นนิยาย และ ละคร
แสดงความคิดเห็น
[สัมภาษณ์] เส้นทางนักเขียนบท “ณัฐิยา” เจ้าของบทละครดัง “ อย่าลืมฉัน ”
ก่อนอื่น อยากให้พี่นัทช่วยแนะนำตัวสักนิดนะคะ
.
. ชื่อณัฐิยา ศิรกรวิไล ค่ะ เป็นนักเขียนบทละครโทรทัศน์ค่ะ
.
พี่นัทอยู่ในวงการเชียนบทมาตั้งแต่เมื่อไหร่คะ
.
. พี่เริ่มเขียนบทละครยาวครั้งแรกตั้งแต่ปี 39 ค่ะ ตอนนี้ก็ 18 ปีแล้วค่ะ ก่อนที่จะเขียนบทละครยาวก็เคยได้ทำบทละครซิทคอม บทหนังบ้างนิดหน่อย เขียนคอลัมน์ในแมกกาซีนบ้าง copy writer บ้าง ประมาณซัก 3-4 ปีก่อนหน้านั้นค่ะ
.
โอ้โห! นานมากๆเลย พี่นัทช่วยเล่าถึงจุดเริ่มต้นของการเขียนบทละครให้ฟังหน่อยนะคะ
.
. ละครเรื่องแรกที่พี่ได้เขียนบทแบบเต็มตัวก็คือเรื่อง “นางสาวไม่จำกัดนามสกุล” ของเอกแซคท์ค่ะ ที่มีพี่มาช่าเล่น กับพระเอก 5 คน จริงๆจุดเริ่มต้นมันมาจากการได้ช่วยเขียนบทหนังเรื่อง “เกิดอีกทีต้องมีเธอ” ของ RS Film ที่กำกับโดยพี่ปรัชญา ปิ่นแก้ว ตอนนั้นเป็นยุคที่ RS เริ่มเข้ามาทำหนังช่วงแรกๆเลย พี่ก็ได้ไปสมัครงาน ที่จริงเรารู้ตัวว่าเราอยากเป็นคนเขียนบทมานานแล้ว แต่ยังไม่เคยมีประสบการณ์ ก็เลยหาโอกาสที่จะเอาตัวเองเข้าไปอยู่ในกองถ่าย ขอให้อยู่ตำแหน่งไหนก็ได้ ให้ได้อยู่ใกล้กับบทมากที่สุด
.
พี่ก็เลยไปสมัครทำงานในกองเลยค่ะ ตอนแรกได้เป็นตำแหน่งคอนทินิว ซึ่งเป็นคนดูแลความต่อเนื่องของบท จำได้เลยว่าวันแรกที่ได้บทมาอ่าน เราดีใจมากเลยที่ได้สัมผัสกับบท ตำแหน่งนี้หน้าที่นี้เราต้องคอยดูทุกอย่าง นอกจากเสื้อผ้า รายละเอียดทั่วไป ที่สำคัญที่สุดคือเราต้องดูเรื่องอารมณ์ของตัวละครให้ต่อเนื่องกันด้วย อย่างเช่น บทสองซีนที่ต่อเนื่องกัน แต่อาจจะไม่ได้ถ่ายต่อกัน เราจึงต้องตีบทให้แตก ต้องเข้าใจอารมณ์ของตัวละคร ต้องจำให้ได้ด้วยว่าฉากนี้เค้าเล่นไว้ยังไง อารมณ์แบบไหน แล้วฉากต่อจากนี้ ควรจะเป็นอารมณ์แบบไหน จากตรงนี้ทำให้เราได้เห็นบางจุดที่มันขาดความต่อเนื่อง คิดว่ามันน่าจะสมจริงมากขึ้นอีกนิด ก็เลยลองเสนอพี่ปรัชญา ซึ่งพี่เค้าก็ให้โอกาสด้วยการรับฟังและลองให้เราเขียนมาให้ดูว่าอยากจะแก้เป็นแบบไหน พี่ปรัชญาก็ชอบ ก็เลยเอาบทที่พี่เขียนเพิ่มเติมนั้นไปถ่าย แล้วก็ให้พี่ได้มีโอกาสช่วยปรับบทในบางจุด ซึ่งต้องขอบคุณพี่ปรัชญาที่มีน้ำใจกับเรามาก ใส่ชื่อในเครดิตในหน้าที่เขียนบทให้ด้วย ทำให้เราได้มีพอร์ตในการทำงานต่อๆมาค่ะ
.
. ในยุคนั้นยอมรับเลยว่าเริ่มต้นได้ยากมาก โดยเฉพาะบทภาพยนตร์เนี่ยคนเขียนบทก็ต้องมีแนวทางชัดเจน ต้องมีประสบการณ์ งบประมาณหนังแต่ละเรื่องก็สูงมาก เราเองยังใหม่มากก็เป็นไปได้ยากที่เค้าจะเชื่อมือเรา แต่จะให้เรารอไปเรื่อยๆ หรือไปทำอย่างอื่นก็คงจะไม่ใช่ พี่ก็มาคิดทบทวนอีกทีว่าเราน่าจะทำอะไรได้ ตอนนั้นเราก็เป็นแฟนละครเอกแซคท์ สไตล์มันใช่เราเลย ถ้าเราจะทำละครเราก็คงอยากจะทำแบบนี้ ละครแต่ละเรื่องจะมีความใหม่ แล้วเราก็รู้มาว่าทีมงานละครเอกแซคท์ก็เป็นคนรุ่นใหม่ ก็เลยตัดสินใจไปสมัครที่เอกแซคท์แล้วก็ได้ทำจริงๆ