สวัสดีครับเพื่อนๆในพันทิป ผมเห็นหลายๆคนบ่นน้อยใจพ่อแม่ไม่ชื้อโทรสัพท์ใหม่ให้ ไม่ชื้อรถยนต์ให้ ไม่ตามใจ หรือบลาๆๆ เลยจะมาขอเล่าชีวิตของคนไม่มีพ่อแม่บ้างนะครับ
ผมอายุ 19 ปีนะครับ ตั้งแต่เกิดมาผมก็ไม่รู้จักแม่เลย แม่ทิ้งผมไปตั้งแต่ผมอายุ 6 เดือน ผมโตมากับย่าและก็พ่อ ชึ่งแน่นอนว่าผมไม่สามารถจำแม่ได้เลย ใบหน้า น้ำเสียง หรือว่าอะไร ผมโตมาก็เพราะย่าเลี้ยง ย่าเล่าให้ฟังว่าตอนที่แม่ผมท้องผม แม่พยายามจะทำแท้งโดยจ้างพวกวัยรุ่นมาเหยียบท้องบ้าง หรือทำหลายๆอย่างเพื่อไม่ให้ผมเกิดมา จำได้ว่าตอนผมเกิดได้ไม่กี่เดือนแม่ผมก็ทำผมหลุดมือ(ตั้งใจ) ตอนนั้นผมเลือดออกเยอะมากจนต้องไปนอนในโรงพยาบาล ......
ตั้งแต่ผมจำความได้ ผมก็อยู่กับย่า ปู่ และก็พ่อมาโดยตลอด บางทีพ่อผมก็ต้องไปทำงานต่างจังหวัดบ้าง ย่าและปู่ผมตอนนั้นทำอาชีพขายยา คือจะแร่หาบตระกร้าที่ใส่ยาสมุนไพรไปแร่ขายตามจังหวัดต่างๆของภาคเหนือ เดือนหนึ่งก็กลับมาอยู่บ้านประมาณ1อาทิตย์และก็ออกไปอีก ตอนนั้นผมจำได้ว่าพวกเรามีเงินเยอะมากๆ คือใช้เงินได้แบบไม่ต้องห่วงกันเลย สำหรับชาวบ้านที่มองไปแต่ทางไหนก็เจอแต่หุบเขา ไม่มีห้างสรรพสินค้า ไม่มีร้าน 7-11 และตอนผมยังเด็กเงิน50หรือ100บาทถือว่าเยอะมาก ใช้ได้ตั้งหลายวัน แต่พอผมโตขึ้นต้องเข้าโรงเรียนซึ่งก็แน่นอนว่าปู่ย่าของผมก็ต้องอายุมากด้วยเช่นกัน หลังๆมีแต่ปู่ที่ไปขายยาส่วนย่าก็หางานเล็กๆแถวหมู่บ้านทำ เช่น สานตอก แกะข้าวโพด หรือปลูกผักขาย แต่พอผมเรียนถึงป.4 ปู่ของผมก็ได้เสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งทำให้ครอบครัวของเราขาดรายได้หลัก ( พ่อผมไม่ทำงาน ติดเหล้า ติดการพนัน ) ซึ่งตอนนั้นลำบากกันมากๆครับ เคยไม่มีข้าวกินจนต้องไปขอข้าวเหนียวเพื่อนบ้านมากินกับไข่ต้ม 1ฟอง ต้องกินกัน2คน
.......
พอผมเริ่มเข้ามัธยมก็ยิ่งต้องใช้เงินเยอะมากเช่นกัน ค่าชุดนักเรียน ค่าหนังสือ ค่ากิจกรรมอื่นๆอีก ค่าทำรายงาน ค่าปรินท์งาน แต่ผมก็เป็นคนหัวสูงเหมือนกันครับ ยอมรับว่าทะเยอทะยานมาก อย่างได้โน่นนี้นั้น โดยไม่มองฐานะของบ้านตัวเองเลย ช่วงเรียนเห็นเพื่อนมีอะไรเราก็อยากมีบ้าง จนเกิดนิสัยไม่ดีโขมยเงินย่าบ้าง (อย่าเอาเป็นแบบอย่างนะครับ) แต่ผมโชคดีอย่างหนึ่งคือผมไม่ยุ่งเกี่ยวกับอบายมุขเลย ยิ่งตอนเรียนมัธยมเป็นอะไรที่กดดันเหมือนกันนะครับ ด้วยการที่เราเป็นคนเรียนไม่เก่งและก็ไม่ค่อยตั้งใจเรียน แต่ผมก็ตั้งใจเรียนจนจบมาได้ แต่สิ่งที่ผมนอยด์มากที่สุดหรือ ตอนเรียนต้องมีการประชุมผู้ปกครอง ทุกคนก็จะมีพ่อมีแม่ไปรับใบเกรดแล้วก็ชมว่าลูกเก่งแบบนั้นแบบนี้ แต่ของผมไม่มีเลยซักปี ผมเรียนได้เกรด 3.20+ มาตลอดๆ และก็งานวันแม่นี้ตัวดีเลย ผมแบบร้องไห้ทุกปีเลย ถามว่าอายไหมเราก็อายนะ แต่จะให้ทำไงได้ ย่าเราก็อายุมากจะให้มาก็ลำบาก โรงเรียนก็ไกลจากบ้านด้วย
.....
พอผมเรียนจบม.6 ผมก็สอบติดมหาลัยหลายๆที่ ผมดีใจและก็ภูมิใจมากๆครับ แต่........ อย่าลืมสิครับว่าครอบครัวผมไม่มีเงิน ผมไม่มีเงินไปจ่ายค่าเทอมทางมหาลัยครับ จำได้ว่าผมร้องไห้สุดๆเลย ผมไม่มีโอกาสได้เรียนเหมือนคนอื่นๆ ผมเลยตัดสินใจลงมาหางานทำที่กรุงเทพและก็สมัครเรียนรามไปด้วย แต่ผมก็ไม่ได้ไปสอบเพราะทำงานจนไม่มีเวลาเลย จะลางานไปสอบหลายๆวันก็กลัวโดนดุ เวลาผมนั่งรถหรือเดินแล้วเห็นคนใส่สุดนักศึกษาคือแบบผมน้อยใจมากครับ น้อยใจในโชคชะตาตัวเอง ทำไมเราไม่มีเงินเยอะๆเหมือนคนอื่นเขา เวลาไปห้างเจอครอบครัวพ่อแม่ลูก ทำไมเขามีความสุขจังอยากมี Moment แบบนั้นบ้างจัง ทำไมเพื่อนที่ทำงานได้โทรสัพท์ใหม่ทำไมเราไม่มีบ้าง ทำไมบางคนเค้าไม่ต้องทำงานเหมือนเรา ตอนนั้นคำว่าทำไมๆเกิดในหัวผมเยอะมาก แต่ผมก็คิดขึ้นได้ด้วยการมองโลกความจริงครับ อย่าฝันให้มาก รู้หน้าที่ตัวเองว่าเราต้องทำอะไรและจะทำสำเร็จไหม จงตั้งใจทำอย่างเต้มที่ครับ
-ผมคิดว่าการที่ผมไม่มีแม่เหมือนคนอื่นๆมันก็ไม่ได้ทำให้ผิดเป็นเด็กมีปัญหาเลย ผมโตมาด้วยทางที่ผมเลือกเอง เราไม่จำเป็นต้องไปทำตัวแบบนั้นก็ได้ ถึงไม่มีพ่อหรือแม่ แต่เราก็เป็นคนดีของสังคมได้นะครับ
-ส่วนพ่อผมก็ติดเหล้า บุหรี่ ยาเสพติด ผมเลยคิดว่าผมจะต้องไม่เป็นแบบนี้ ผมจะต้องได้ดีและผม จะต้องกลับมาตอบแทนย่าผมให้ได้
-ตอนนี้ผมกำลังจะลงเรียนเสาร์-อาทิตย์ที่มหาลัยครับ เย้ๆๆ ด้วยน้ำพักน้ำแรงที่ทำงานมา1ปีเต็มๆ ถึงจะไม่ได้เรียนม.ดังๆ แต่ผมก็ภูมิใจครับ
ส่วนคนที่กำลังท้อแท้หรือหมดหวังขอให้ตั้งใจทำนะครับ ทุกอย่างมีทางออกเสมอ สู้ๆนะครับ
ขอบคุณที่เข้ามาอ่านครับ
ปล. พิมพ์ผิดบ้างต้องขออภัยนะครับ

ถึงไม่มีพ่อ-แม่ แต่ชีวิตเราก็ต้องดำเนินต่อไป .....
ผมอายุ 19 ปีนะครับ ตั้งแต่เกิดมาผมก็ไม่รู้จักแม่เลย แม่ทิ้งผมไปตั้งแต่ผมอายุ 6 เดือน ผมโตมากับย่าและก็พ่อ ชึ่งแน่นอนว่าผมไม่สามารถจำแม่ได้เลย ใบหน้า น้ำเสียง หรือว่าอะไร ผมโตมาก็เพราะย่าเลี้ยง ย่าเล่าให้ฟังว่าตอนที่แม่ผมท้องผม แม่พยายามจะทำแท้งโดยจ้างพวกวัยรุ่นมาเหยียบท้องบ้าง หรือทำหลายๆอย่างเพื่อไม่ให้ผมเกิดมา จำได้ว่าตอนผมเกิดได้ไม่กี่เดือนแม่ผมก็ทำผมหลุดมือ(ตั้งใจ) ตอนนั้นผมเลือดออกเยอะมากจนต้องไปนอนในโรงพยาบาล ......
ตั้งแต่ผมจำความได้ ผมก็อยู่กับย่า ปู่ และก็พ่อมาโดยตลอด บางทีพ่อผมก็ต้องไปทำงานต่างจังหวัดบ้าง ย่าและปู่ผมตอนนั้นทำอาชีพขายยา คือจะแร่หาบตระกร้าที่ใส่ยาสมุนไพรไปแร่ขายตามจังหวัดต่างๆของภาคเหนือ เดือนหนึ่งก็กลับมาอยู่บ้านประมาณ1อาทิตย์และก็ออกไปอีก ตอนนั้นผมจำได้ว่าพวกเรามีเงินเยอะมากๆ คือใช้เงินได้แบบไม่ต้องห่วงกันเลย สำหรับชาวบ้านที่มองไปแต่ทางไหนก็เจอแต่หุบเขา ไม่มีห้างสรรพสินค้า ไม่มีร้าน 7-11 และตอนผมยังเด็กเงิน50หรือ100บาทถือว่าเยอะมาก ใช้ได้ตั้งหลายวัน แต่พอผมโตขึ้นต้องเข้าโรงเรียนซึ่งก็แน่นอนว่าปู่ย่าของผมก็ต้องอายุมากด้วยเช่นกัน หลังๆมีแต่ปู่ที่ไปขายยาส่วนย่าก็หางานเล็กๆแถวหมู่บ้านทำ เช่น สานตอก แกะข้าวโพด หรือปลูกผักขาย แต่พอผมเรียนถึงป.4 ปู่ของผมก็ได้เสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งทำให้ครอบครัวของเราขาดรายได้หลัก ( พ่อผมไม่ทำงาน ติดเหล้า ติดการพนัน ) ซึ่งตอนนั้นลำบากกันมากๆครับ เคยไม่มีข้าวกินจนต้องไปขอข้าวเหนียวเพื่อนบ้านมากินกับไข่ต้ม 1ฟอง ต้องกินกัน2คน
.......
พอผมเริ่มเข้ามัธยมก็ยิ่งต้องใช้เงินเยอะมากเช่นกัน ค่าชุดนักเรียน ค่าหนังสือ ค่ากิจกรรมอื่นๆอีก ค่าทำรายงาน ค่าปรินท์งาน แต่ผมก็เป็นคนหัวสูงเหมือนกันครับ ยอมรับว่าทะเยอทะยานมาก อย่างได้โน่นนี้นั้น โดยไม่มองฐานะของบ้านตัวเองเลย ช่วงเรียนเห็นเพื่อนมีอะไรเราก็อยากมีบ้าง จนเกิดนิสัยไม่ดีโขมยเงินย่าบ้าง (อย่าเอาเป็นแบบอย่างนะครับ) แต่ผมโชคดีอย่างหนึ่งคือผมไม่ยุ่งเกี่ยวกับอบายมุขเลย ยิ่งตอนเรียนมัธยมเป็นอะไรที่กดดันเหมือนกันนะครับ ด้วยการที่เราเป็นคนเรียนไม่เก่งและก็ไม่ค่อยตั้งใจเรียน แต่ผมก็ตั้งใจเรียนจนจบมาได้ แต่สิ่งที่ผมนอยด์มากที่สุดหรือ ตอนเรียนต้องมีการประชุมผู้ปกครอง ทุกคนก็จะมีพ่อมีแม่ไปรับใบเกรดแล้วก็ชมว่าลูกเก่งแบบนั้นแบบนี้ แต่ของผมไม่มีเลยซักปี ผมเรียนได้เกรด 3.20+ มาตลอดๆ และก็งานวันแม่นี้ตัวดีเลย ผมแบบร้องไห้ทุกปีเลย ถามว่าอายไหมเราก็อายนะ แต่จะให้ทำไงได้ ย่าเราก็อายุมากจะให้มาก็ลำบาก โรงเรียนก็ไกลจากบ้านด้วย
.....
พอผมเรียนจบม.6 ผมก็สอบติดมหาลัยหลายๆที่ ผมดีใจและก็ภูมิใจมากๆครับ แต่........ อย่าลืมสิครับว่าครอบครัวผมไม่มีเงิน ผมไม่มีเงินไปจ่ายค่าเทอมทางมหาลัยครับ จำได้ว่าผมร้องไห้สุดๆเลย ผมไม่มีโอกาสได้เรียนเหมือนคนอื่นๆ ผมเลยตัดสินใจลงมาหางานทำที่กรุงเทพและก็สมัครเรียนรามไปด้วย แต่ผมก็ไม่ได้ไปสอบเพราะทำงานจนไม่มีเวลาเลย จะลางานไปสอบหลายๆวันก็กลัวโดนดุ เวลาผมนั่งรถหรือเดินแล้วเห็นคนใส่สุดนักศึกษาคือแบบผมน้อยใจมากครับ น้อยใจในโชคชะตาตัวเอง ทำไมเราไม่มีเงินเยอะๆเหมือนคนอื่นเขา เวลาไปห้างเจอครอบครัวพ่อแม่ลูก ทำไมเขามีความสุขจังอยากมี Moment แบบนั้นบ้างจัง ทำไมเพื่อนที่ทำงานได้โทรสัพท์ใหม่ทำไมเราไม่มีบ้าง ทำไมบางคนเค้าไม่ต้องทำงานเหมือนเรา ตอนนั้นคำว่าทำไมๆเกิดในหัวผมเยอะมาก แต่ผมก็คิดขึ้นได้ด้วยการมองโลกความจริงครับ อย่าฝันให้มาก รู้หน้าที่ตัวเองว่าเราต้องทำอะไรและจะทำสำเร็จไหม จงตั้งใจทำอย่างเต้มที่ครับ
-ผมคิดว่าการที่ผมไม่มีแม่เหมือนคนอื่นๆมันก็ไม่ได้ทำให้ผิดเป็นเด็กมีปัญหาเลย ผมโตมาด้วยทางที่ผมเลือกเอง เราไม่จำเป็นต้องไปทำตัวแบบนั้นก็ได้ ถึงไม่มีพ่อหรือแม่ แต่เราก็เป็นคนดีของสังคมได้นะครับ
-ส่วนพ่อผมก็ติดเหล้า บุหรี่ ยาเสพติด ผมเลยคิดว่าผมจะต้องไม่เป็นแบบนี้ ผมจะต้องได้ดีและผม จะต้องกลับมาตอบแทนย่าผมให้ได้
-ตอนนี้ผมกำลังจะลงเรียนเสาร์-อาทิตย์ที่มหาลัยครับ เย้ๆๆ ด้วยน้ำพักน้ำแรงที่ทำงานมา1ปีเต็มๆ ถึงจะไม่ได้เรียนม.ดังๆ แต่ผมก็ภูมิใจครับ
ส่วนคนที่กำลังท้อแท้หรือหมดหวังขอให้ตั้งใจทำนะครับ ทุกอย่างมีทางออกเสมอ สู้ๆนะครับ
ขอบคุณที่เข้ามาอ่านครับ
ปล. พิมพ์ผิดบ้างต้องขออภัยนะครับ