ปัญหาเรื่องไม่มีเพื่อนเพื่อน กับ ชีวิตของตัวเอง (ยาวหน่อยนะ)

เรารู้สึกว่าตัวเองเป็นคนที่ประหลาดมาก เพราะตั้งแต่เรียนชั้นประถมมาจนถึงมัธยมปลายตอนนี้ตัวเองแทบจะไม่มีเพื่อนสักคน อาจเป็นเพราะเราเป็นคนเงียบๆ ไม่ค่อยพูด มีโลกส่วนตัวสูง ติ๋ม ซุ่มซ่าม เอ๋อๆ และขยันเรียนจัดก็ได้ ตั้งแต่เด็กจนถึงปัจจุบันเรามักจะชอบโดนเพื่อนผู้ชายไม่ก็รุ่นพี่ล้อว่า เฮ้ย คนนี้ชอบเธอ่ะ แล้วก็หัวเราะ ส่วนเราก็ไม่ตอบโต้ไร เงียบและเดินผ่านไปตลอด เราโดนหลายคนล้อจนตอนนี้เรากลายเป็นคนที่ขยาดผู้ชายอายุใกล้เคียงกันทุกคนแล้ว ทุกครั้งตอนนี้เวลาเราเห็นพวกผู้ชายอยู่กันเป็นกลุ่มก็มักจะรีบก้มหน้าแล้วเดินผ่านไปโดยเร็วที่สุดจะได้ไม่ต้องทนฟังเสียงล้อจากพวกเขา

         อ้อ แล้วเราเป็นคนที่ดังมากในสายชั้นเดียวกันด้วยนะ ใครๆก็รู้จักเรา เราก็ไม่รู้ว่าทำไมเราถึงดังสุดแบบนี้ รู้แค่ว่าเราดังในเรื่องที่ไม่ดีนักเพราะหลายคนที่เป็นเพื่อนรุ่นเดียวกันทั้งหญิง-ชายพอเห็นเราเดินผ่านก็มักจะเป็นโรคที่แบบว่าถ้าไม่ได้ล้อว่ามีคนชอบเราสักหน่อยวันนี้คงนอนไม่ค่อยหลับอ่ะ เราต้องทนฟังเสียงนกเสียงกาแบบนี้มาตลอดด้วยความลำบากใจ เราคิดว่าสาเหตุที่เราดังด้านนี้(คือมีคนแกล้งถามว่าคิดว่าตัวเองสวยมั้ย หรือมีคนชอบเธออ่ะ) อาจเป็นเพราะนอกจากเหตุผลข้างต้นแล้ว เรายังเป็นคนที่ดูภายนอกคล้ายกับว่าหยิ่งมาก และเหมือนลูกคุณหนู และอีกเรื่องที่เรายังงงก็คือทำไมเพื่อนแทบทุกคนที่อยุ่สายชั้นเดียวกันถึงต้องเรียกเราด้วยชื่อจริงด้วย ทำไมไม่เรียกชื่อเล่นเรา เราไม่ค่อยชอบให้มันเรียกชื่อจริงเราเพราะรู้สึกเหมือนการเรียกแบบนี้มันดูต่างจากที่เรียกคนอื่นอ่ะ เราบอกให้พวกเขาเรียกชื่อเล่นเรามันก็ไม่ยอมเรียก บอกว่าชิน


         เอ่อ เอาเรื่องที่หลายคนคิดว่าเราดูเหมือนหยิ่งก่อนนะ คือปกติเวลามีคนมองหน้าเราไม่ว่าจะรู้จักหรือไม่พอเขามาสบตาเราที่ไรเรามักจะหลบสายตาเขาโดยการเชิดหน้าขึ้นนิด ไม่ก็ก้มหน้าหรือหันหน้าไปทางอื่นที่ไม่ต้องมองเห็นเขา เพราะว่าเรารู้สึกว่าเวลาที่คนมองหน้าหรือสบตาเรา เรามักจะทำไรไม่ค่อยถูกอ่ะ นั่นอาจเป็นจุดที่ทำให้หลายคนเข้าใจผิดได้

         และ...อีกเหตุผลหนึ่งซึ่งคือหลายคนเห็นเราเป็นคุณหนู เนื่องจากเราถูกเลี้ยงมาแบบไข่ในหินเลย เอาใจเราทุกอย่าง อยู่บ้านท่านก็ดูแลเราทุกอย่าง งานบ้านแม่เราก็เป็นคนทำให้ทุกคนในบ้านหมดอยู่แล้ว ทำให้เราทำงานบ้านไม่ค่อยเป็นเท่าไหร่ เอาตรงๆแค่กวาดบ้านน่ะกวาดได้นะ สะอาดดีแต่หลักการการกวาดของเราเพื่อนบอกว่ามันแย่มาก เป็นต้น ที่เราถูกเลี้ยงมาคล้ายคุณหนูอย่างนี้ เนื่องจากตอนเราอยู่ในท้องแม่ มันมีสารอันตรายบางอย่างซึ่งเป็นอันตรายต่อเรา ซึ่งอาจทำให้เราไม่รอดได้ แต่สุดท้ายก็รอดมาได้

          แต่พอเกิดมาจนตอนนี้เราก็ยังมีโรคประจำตัวอยู่ทำให้พวกท่านค่อนข้างจะดูแลเราเป็นอย่างดี ไม่ค่อยยอมให้คลาดสายตาไปไหน วันหยุดก็อยู่แต่บ้าน เราก็ชิลไม่เปนไร แต่ที่โรงเรียนรู้สึกว่าเพื่อนจะไม่ชอบลูกคุณหนูอ่อนต่อโลกที่ทำไรไม่ค่อยเป็นแบบเรามาก ซึ่งนี่อาจเป็นอีกอย่างที่ทำให้เราไม่มีเพื่อน จุดนี้ทำให้เราอายเพื่อนจนถึงตอนนี้

         
         จนบางครั้งเวลาเราไปตลาดกะแม่แล้วแม่จะชอบกุมมือเราเวลาเดินไปด้วยกันแบบที่เราชอบตลอดเพราะมันดูอบอุ่นดี แต่พอเห็นเพื่อนปุ๊บก็รีบปล่อยมือออกจากแม่ปั๊บเพราะกลัวจะโดนเพื่อนล้อว่าจูงมือเดินเหมือนเด็กเลย555 (แอบรู้สึกผิดกะแม่นะ) เพื่อนหลายคนที่เราเคยอยู่ในกลุ่มพวกเขาชอบล้อเราเรื่องนี้บ่อยมาก จากล้อธรรมดาเริ่มเปลี่ยนเป็นแรง เช่น มีคนนึงแกล้งถามเพื่อนว่านี่วันเสาร์นี้ จะไปดูหนังยังไง อีกคนบอกว่าก็ขึ้นรถเมล์ไปเองน่ะสิ เราโตแล้ว ไม่ได้อ่อนต่อโลก พ่อแม่ต้องพาไปตลอด เป็นต้น เราได้ฟังคำนี้จนเราทนไม่ไหว เลยออกมาจากกลุ่มเงียบๆ

       เราแอบคิดว่าเขาอาจจะสนเราบ้าง แต่กลายเป็นว่าเขาปล่อยเราเลย เริ่มไปไหนมาไหนคนเดียวเหมือนเมื่อก่อน กินข้าวกลางวันคนเดียว ทำทุกอย่างคนเดียว จนตอนนี้ชินแล้ว ยังจำได้ว่ามีหลายครั้งที่เราเคยลองปรับตัวเองให้เฮฮาเข้ากะเพื่อน แต่ไม่กี่วันก็กลับมาเงียบเหมือนเดิม เลยคิดว่าถ้ามันไม่ใช่ตัวเราจิงๆก็อย่าทำเลย มันอาจเหมือนเราแสร้งอ่ะ

        แต่ที่เราพยายามตอนนี้ตลอดคือทำให้เขาสนใจเราบ้าง หรือแสดงความดีให้เขาเห็นว่าเราจริงใจกะเขา ถึงเราจะทำไรไม่ค่อยเป็นและอ่อนต่อคนบ้าง ทำให้ไม่รู้ว่าการแสดงความจริงใจกับเพื่อนวัยรุ่นสมัยนี้เปนไง แต่เราก็แสดงคามจริงใจของเราตามที่แม่แนะนำเสมอ เราพยายามแล้วแต่ก็ผิดหวังเมื่อไม่มีใครสนเราเลย บางครั้งเราก็ไปขอนั่งกับเพื่อนในกลุ่มเดิมด้วย แต่เขาก็ทำเหมือนเราไม่มีตัวตน เพราะเราเงียบไง แต่บางทีเราพูดกะเขาเขาก็ยังเมินเราอยู่ดี แบบคุยกะเพื่อนข้ามหัวเราเลย

         
          แต่ที่เจ็บแสบสุดคือมันชอบแกล้งทำเป็นรังเกียจเรา แบบเวลาเราจะเข้ามาใกล้ๆ หรือนั่งอยู่ติดกับคนในกลุ่มพวกนั้นก็จะแกล้งเขยิบหนี ตอนม.ต้นเหมือนพวกผู้ชายมักเป็นแบบนี้ทั้งห้อง แกล้งทำเป็นรังเกียจเหมือนเราเปนตัวเชื้อโรค อย่างเวลาต้องเข้าแถวชายคู่กับหญิง ผู้ชายที่นั่งใกล้ๆเราก๋มักจะเว้นที่ห่างเราเป็นเมตร ทำให้ผู้ชายอื่นที่ต่อคนพวกนั้นนั่งกันลำบาก จนพวกเพื่อนต้องบ่นเราและไล่ให้เราไปนั่งข้างหลังแถวสุดเลย ผู้ชายจะได้หนีมาอยู่ข้างหน้าหมดทำให้นั่งกันได้ กลายเป็นว่าเราต้องเสียสละหมดเลย นี่มันแรงเกินไปแล้ว!

          ตอนนั้นเรากลับมาร้องไห้คนเดียวที่บ้านทุกคืนเลย ตอนนี้ก็ยังมีอยุ่บ้าง นั่นทำให้ตอนนี้เราตัดสินใจไปไหนมาไหนคนเดียวตลอดไง ในเมื่อเรามันไม่มีใครสนใจ เราก็ไม่ต้องไปสนใจเขาให้ตัวเองต้องเสียใจอีกต่อไป การอยู่คนเดียวมันช่วยให้เราสบายใจขึ้นจริงๆด้วย ไม่ต้องมีใครมาล้อหรือทำให้เราเสียใจ บางครั้งถ้าเหงาก็เข้าห้องสมุดอ่านนิยายหรืออยู่ในที่สงบๆ คอยบอกตัวเองว่าอยู่แบบนี้ถึงไม่มีเพื่อนที่เข้าใจเราเลย แต่มันก็ทำให้เราได้นึกถึงคนที่เข้าใจเรามากที่สุดตลอดเวลาคือพ่อแม่และตัวของเราเอง นี่แหละทางออกดีที่สุด


          แต่...ลึกๆแล้วเราก็ยังคิดและสับสนว่าอยู่ว่านี่เราคิดถูกหรือผิดที่จะเลือกแบบนี้ แต่ถ้าเลือกอีกอย่างก็ต้องทนเจ็บปวด เมื่อก่อนเด็กๆอยุ่โรงเรียนเราก็ไปไหนมาไหนคนเดียวชิลๆอยู่แล้ว ไม่คิดไรอยู่แล้ว แต่ทำไมตอนนี้เราถึงรู้สึกว่าตัวเองไม่ดียังไงไม่รู้ อาจเพราะเราเริ่มโตขึ้นแล้วมั้ง มีใครพอจะให้คำตอบเราได้บ้างกับปัญหานี้เราควรเลือกอย่างไหนดี ตอนนี้ไม่ค่อยมีใครจะเข้ามาคุยกะเราหรอก ถ้าไม่ใช่เรื่องเรียน ตอนนี้เปิดเทอมอยู่แต่อีกไม่กี่วันก็ต้องเปิดเทอมขึ้นม.6แล้ว เราอยากไปโรงเรียนอยู่นะแต่ไม่ค่อยอยากเจอเพื่อนๆเท่าไหร่ ทุกครั้งเวลากลับจากโรงเรียนเราจะหงุดหงิดโดยไม่ทราบสาเหตุตลอดอาจเป็นเรื่องเพื่อนก็ได้ เราคิดนะ


          ส่วนเรื่องงานบ้านถึงเราจะทำไรไม่เป็นสักอย่าง แต่ตอนนี้เราก็เริ่มที่จะให้แม่สอนรีดผ้า ใช้เครื่องซักผ้าและทำอาหารง่ายๆบ้างแล้ว เพราะปีหน้าเราก็ต้องไปอยู่มหาลัย ต้องพึ่งพาตัวเองโดยไม่มีใครแล้ว เราไม่รู้ว่าอนาคตพอไปใช้ชีวิตอยู่โดยไม่มีพวกท่าน และเจอเพื่อนใหม่จะทำให้เราปรับตัวได้มั้ย? เพื่อนๆในมอจะเหมือนกับเพื่อนในโรงเรียนที่เราเคยเจอตั้งแต่ประถมมั้ย? ชีวิตประจำวันจะทำอยู่ได้รึเปล่า? แต่เราก็จะพยายามทำให้ดีที่สุดเท่าที่ทำได้ค่ะ มอที่เราจะเลือกไม่มีกรุงเทพเลย ส่วนใหญ่เราเลือกแต่มอทางเหนือหมด ที่อยากเข้าสุดคือแม่ฟ้าหลวง ที่จริงเราก็ไม่กล้าจะปรึกษาเรื่องเหล่านี้กะใครหรอก เพราะกลัวจะโดนล้ออีก แต่พอใกล้เปิดเทอมความเครียดเรื่องนี้มันก็เข้ามาอีกแล้ว

          เราเลยทนไม่ไหว จนต้องเข้ามาขอคำปรึกษาในพันทิป หวังว่าพอจะมีใครเข้าใจเราบ้างนะ เอ่อ แอบกลัวคนอ่านล้อเราเหมือนที่เพื่อนล้ออ่ะ ยังไงถ้าเราทำให้เสียเวลาก็ต้องขอโทษด้วยนะคะ และขอบคุณที่อ่านเรื่องราวของเรามาจนถึงบรรทัดสุดท้ายนี้ ขอบคุณจริงๆค่ะ ^_^

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่