"สมลักษณ์ จัดกระบวนพล" จัดหนัก "ขอยืนยันจนลมหายใจเฮือกสุดท้ายว่าทำไม่ได้ ปิดประตูสำหรับนายกฯมาตรา 7" .. ไทยรัฐออนไลน์

กระทู้สนทนา
ผวาเจอทางตันแผ่นดินเดือด ประชาธิปไตยหลังพิงฝาเดินหน้าเลือกตั้งใหญ่ ...วิเคราะห์  ไทยรัฐออนไลน์

“การใช้หลักกฎหมายบิดเบี้ยวร้ายยิ่งกว่าทหารถือปืนออกมาปฏิวัติ”

คำกล่าวของ น.ส.สมลักษณ์ จัดกระบวนพล อาจารย์พิเศษสอนวิชาระบบศาลและหลักการพิจารณาคดี
(พระธรรมนูญศาลยุติธรรม) คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ดีกรีอดีตกรรมการ ป.ป.ช.

ให้สัมภาษณ์ ทีมข่าวการเมือง โดยประโยคดังกล่าวอ้างนำมาจากบทความชิ้นหนึ่ง เปรียบเปรยให้เห็นภาวะ
การเมือง เหมือนกรณีของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร พ้นสภาพรักษาการนายกรัฐมนตรี ในคดีโยกย้ายนายถวิล
เปลี่ยนศรี เลขาธิการสภาความมั่นคง โดยมิชอบ แค่ใช้ปากกาอย่างเดียวก็พ้นจากตำแหน่ง ไม่ต้องใช้กำลังพล

การเป็นนักกฎหมายต้องยึดหลักให้มั่น ไม่ตีความบิดหลักกฎหมาย บุคคลใดตีความกฎหมายในทางที่เป็น
ประโยชน์ต่อตัวเองและพรรคพวก เป็นได้แค่คนรู้กฎหมาย แต่ไม่ใช่บัณฑิต ซึ่งวันนี้มีผู้ใหญ่หลายคนพูดตี
ความเช่นนี้ อีก 1-2ปีกลับพูดตรงกันข้าม ก่อให้เกิดวิกฤติความเชื่อถือ เป็นผู้ใหญ่ต้องระมัดระวังในเรื่องนี้

ในปัจจุบันยังมีปัญหาการตีความ กฎหมายฉบับเดียวกัน มาตราเดียวกัน แต่ตีความต่างกัน นักกฎหมายไม่
ซื่อสัตย์ ไปตีความเข้าข้างตัวเอง ทำให้กฎหมายเริ่มบิดเบี้ยว

การตีความต้องดูตามเจตนารมณ์กฎหมาย หรือแนวบรรทัดฐานที่ศาลฎีกาเคยวางไว้ เป็นหลักที่ศาลยุติธรรม
ยึดปฏิบัติมาตลอด คนที่เห็นต่างก็ยอมรับ ไม่ใช่มาเอาชนะคะคาน หากตีความกฎหมายตามหลักเกณฑ์ดังกล่าว
คงไม่เกิดปัญหา

<
<
<

เฉกเช่นกรณีคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่ให้คุณยิ่งลักษณ์พ้นสภาพรักษาการนายกฯ เห็นว่าศาลรัฐธรรมนูญ
ไม่มีอำนาจวินิจฉัย เพราะตามรัฐธรรมนูญกำหนดให้ ครม.ที่พ้นจากตำแหน่งต้องปฏิบัติหน้าที่ต่อไปจนกว่าจะมี ครม.ชุดใหม่

แต่ถ้าให้รัฐบาลรักษาการพ้นจากตำแหน่งตามที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ต้องเขียนรัฐธรรมนูญใหม่ว่า มาตรา
181 ภายใต้บังคับมาตรา 180 มาตรา 182 อนุ 7 มาตรา 272 วรรค 4 ครม.ที่พ้นจากตำแหน่งและอยู่ระหว่าง
รักษาการก็สามารถพ้นจากตำแหน่งอีกได้

ขอย้อนไปดูเจตนารมณ์ตอนร่างรัฐธรรมนูญปี 50 คุณพิเชียร อำนาจวรประเสริฐ ส.ส.ร.ในขณะนั้น ขอแปรญัตติ
มาตรา 181 ไว้ว่า ขอให้ ครม.พ้นจากการรักษาการไปเลย เพราะกลัวใช้อำนาจในช่วงหาเสียงและโยกย้าย
ข้าราชการ

แต่คุณจรัญ ภักดีธนากุล กรรมาธิการพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญในขณะนั้น ทักท้วงว่า ถ้าทำเช่นนี้จะเกิดปัญหา
ตามมาเยอะเลย อาทิ จะไปหานายกฯจากที่ไหน หากจะเสนอให้ปลัดกระทรวงทำหน้าที่รักษาการแทน ปลัดกระทรวง
เป็นเพียงข้าราชการประจำ ไม่สันทัดจัดเจนในด้านนโยบายและทางการเมือง ไม่อยู่ในฐานะที่ทำได้


ในช่วงรักษาการหากจะต้องมาหานายกฯและ ครม.ใหม่ที่เหมาะสมก็เป็นเรื่องยากมาก ควรให้มี ครม.ชุดเก่าทำหน้าที่
รักษาการต่อไป


ดังนั้นเจตนารมณ์มาตรา 181 ไม่ต้องการให้ประเทศขาดฝ่ายบริหาร จำเป็นจะต้องมีรัฐบาลรักษาการ โดยมีข้อ
ยกเว้นว่า ไม่สามารถของบประมาณ หรือแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการ ได้ตามปกติ แทบจะทำอะไรไม่ได้หรือแทบไม่มีอำนาจอยู่แล้ว

<
<
<

เจตนารมณ์มาตรานี้เป็นหลักการปกครองประเทศในระบอบประชาธิปไตย มี 3 อำนาจ คือฝ่ายนิติบัญญัติ ฝ่ายบริหาร
และฝ่ายตุลาการ ขณะนี้ประเทศไทยมีเพียงฝ่ายตุลาการ ไม่มีฝ่ายนิติบัญญัติ ส่วนฝ่ายบริหารตกอยู่ในสภาพพิการ

แล้วยังจะให้รัฐบาลไปอีกหรือ เพราะตามปกติรัฐบาลรักษาการอยู่ได้ไม่เกิน 60 วัน เพื่อเลือกตั้งนำไปสู่การตั้งรัฐบาล
ใหม่ แต่ประเทศไทยมีภาวะแปลกประหลาด มีการขัดขวางการเลือกตั้ง ทำให้รัฐบาลอยู่รักษาการต่อ 5-6 เดือน ซึ่งไม่
ควรเกิดขึ้น ดังนั้นขอให้ยึดหลักรัฐธรรมนูญทำให้ประเทศเดินต่อได้


จะเป็นทางออกจากวิกฤติความขัดแย้ง โดยขอให้แก้ไขตามกระบวนการประชาธิปไตย มีการเลือกตั้งโดยเร็วที่สุด
หากไม่มีการเลือกตั้งอาจเกิดอาฟเตอร์ช็อกทางการเมืองเกิดขึ้นได้

กระบวนการเลือกตั้งเริ่มจาก กกต.ที่มีอำนาจมาก คนใช้อำนาจมีส่วนสำคัญที่จะทำให้เกิดความวุ่นวายหรือตีความ
กฎหมายบิดเบี้ยว ขอให้ยึดหลักกฎหมาย ทำหน้าที่เป็นกลาง อย่าไปวินิจฉัยให้เป็นประโยชน์กับอีกฝ่าย ไม่เช่นนั้น
จะทะเลาะกันอีก

<
<
<

ไม่ใช่ไปเสนอสภาปฏิรูป ตั้งรัฐบาลคนกลางก่อนการเลือกตั้ง จะทะเลาะกันอีก ที่พูดแบบนี้ไม่ได้ปฏิเสธข้อเสนอ
ของ กปปส. เพราะวัตถุประสงค์ของ กปปส. ถือว่าประสบผลสำเร็จที่จุดประกายให้เกิดการปฏิรูป หากไม่มี กปปส.
เกิดขึ้นการปฏิรูปก็จะถูกเฉยเมย

เพียงติดขัดที่ขั้นตอนนำไปสู่การปฏิรูปขอให้ถูกต้องตามรัฐธรรมนูญ หากไปตั้งนายกฯคนกลางขอถามว่าจะไปแถลง
นโยบายต่อใคร ถ้าไปแถลงต่อวุฒิสภาจะเข้าข่ายตีความกฎหมายแบบฉ้อฉล มันเป็นไปไม่ได้ เหมือนแถไปเรื่อยๆ

เช่นเดียวกับข้อเสนอการตั้งสภาปฏิรูปโดยไม่รู้ว่าใครมีอำนาจตั้ง หรือใครจะนำรายชื่อขึ้นทูลเกล้าฯ หรือรับสนอง
พระบรมราชโองการ

การเสนอตั้งสภาปฏิรูปลอยๆไม่ได้ ขณะนี้ไม่มีสภาผู้แทนราษฎรพิจารณาออกกฎหมายรับรองสภาปฏิรูปให้มีอำนาจ
หน้าที่ แม้มีวุฒิสภาก็ไม่ได้มีหน้าที่ออกกฎหมาย ทำได้แค่กลั่นกรองกฎหมาย

จนต้องไปตีความรัฐธรรมนูญโยงให้เป็นหน้าที่ของประธานวุฒิสภา เป็นผู้รับสนองพระบรมราชโองการตั้งนายกฯ
มาตรา 7 ทั้งที่ไม่มีอำนาจทำได้

ขอยืนยันจนลมหายใจเฮือกสุดท้ายว่าทำไม่ได้ ปิดประตูสำหรับนายกฯมาตรา 7 แต่กลับมีความพยายามฝ่าฝืน
รัฐธรรมนูญ จะทำให้ได้

เมื่อตีความเช่นนี้ประเทศชาติมันถึงยุ่ง.

http://www.thairath.co.th/content/422049

ตามอ่านกันเต็มๆ จาก  link  กันด้วย


สาวแว่น
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่