ภูเก็ต 5 วัน 4 คืน

ทริปภูเก็ต 5 วัน 4 คืน 6-10 พค

ก่อนอื่นต้องขอบอกก่อนเลยว่าตั้งกระทู้ครั้งแรก แล้วก็ทริปนี้ถ่ายรูปจากมือถือล้วนๆ  จ้า  แล้วก็ไม่มีใครมีกระจิตระใจถ่ายรูปเท่าไหร่เพราะมัวแต่เที่ยวและเล่นน้ำกัน

ถ้ามีอะไรผิดพลาดก็ขอโทษด้วยจ้า

เดินทางวันแรก 6 พค ขอนแก่น-ภูเก็ต โหดพอสมควร นั่งรถตู้จากขอนแก่น-อุดร 100 บาท ราวๆ 1.30 ชม แถมได้นั่งหลังสุดกระเด้งกระดอนทุกสัมผัส ร้องไห้  พอถึง บขส อุดร นั่งรถเมล์ (ละมั๊ง เพราะเรียกไม่ถูก) เหมา 120 บาท ประมาณ 15 นาที ถึงสนามบินนานาชาติอุดรฯ ยิ้ม  ระหว่างรอเครื่องออกตอน 18.00 ก็ไปนั่งกินข้าวที่ฟู้ดคอร์ท .... ประเดิมมื้อแรกซ้อมก่อนไปภูเก็ต ข้าวผัดกะเพราะหมู จานละ 80 บาท ร้องไห้ แต่แถมไข่ดาวให้ด้วย
19.45 เครื่องแลนดิ้งที่ภูเก็ตแว้ววววววววว หัวเราะ| ไปรับกระเป๋าพร้อมเดินทางสู่โรงแรม

เดินออกมาด้านนอกสนามบินจะเจอบริษัทรถต่างๆมากมายก่ายกอง รถตู้คนละ 200 บาท รถแท็กซี่เหมาคัน 900บาท (พักที่กะรน ค่ารถน่าจะคิดตามระยะทาง) เรากับเพื่อนจัดไปรถตู้คนละ 200 บาท ....แล้วก็นั่งรถอีกกว่าคนจะเต็ม เกือบ 20 นาทีได้ คร่อกฟี้ร้องไห้  ทั้งง่วงทั้งหิว โมโหแบบบอกไม่ถูก และไกลมากด้วย
กระยิ้มกระสนไปถึงโรงแรมจนได้เกือบๆ 4 ทุ่ม (รถตู้ไล่ส่งคนตามทาง) เช็คอินที่ Sugar Marina Art Resort Karon Beach เพื่อนจัดการไว้ให้เรียบร้อยแล้ว เช็คอิน ไม่ถึง 5 นาทีเสร็จ เรียบร้อยขึ้นไปดูห้องเก็บของ ....ลงไปกินข้าว

หิวโฮกกกกกกกกก ร้านค้าก็ปิดเกือบหมด เดินๆดูก็มีแต่ร้านราคาน่าจะแพง เลยตัดสินใจเข้าๆไปเหอะ
คุณเพื่อนสั่งข้าวผัด เราสั่งต้มยำกุ้ง  น้ำไม่ต้อง (เดี๋ยวกลับไปกินที่ รร ขวดละ 50 บาท แหนะ) สนนราคามือนั้น ข้าวผัด 90 ต้มยำ 140 บาท คุณพี่เจ้าของร้านใจดีเห็นเราไม่สั่งน้ำเอาน้ำมาให้ด้วย 3 แก้ว แกคงเหลือใจ 555555  ร้านนี้ถ้าเป็นคนไทยสั่งอาหารไทยแกแถมข้าวฟรี 1 จาน นะคะ เลิศมาก  แต่จำชื่อร้านพี่ไม่ได้เลยขอโทษด้วยค่า อมยิ้ม20

สรุปกว่ากว่าจะได้นอนเกือบตี 1 เพราะมัวแต่โม้

มาต่อรีวิวโรงแรมกันนิดนึงค่ะ ชอบมากๆ พนักงานน่ารักยิ้มแย้มแจ่มใสทุกคน ไม่มีใครทำหน้าบึ้งใส่เลย บริการดีเยี่ยมให้ 5 ดาวเลย
http://www.sugarmarina-art.com/index.html
ห้องที่จองไว้เป็นห้องดีลัก ทวินเบด ห้องกว้างขวางพอสมควร มีระเบียงให้ด้วย
ที่เสียวที่สุดเป็นห้องน้ำค่ะ! เพราะเป็นกระจกฝ้า ถ้าเปิดไฟทำกิจกรรมในห้องน้ำ คุณเพื่อนจะเห็นโหมะะเลยยยย แถมอ่างอาบน้ำอยู่ตรงทางเดิน ไม่มีม่านให้.......เม่าตกใจ
สรุปอ่างอาบน้ำเอาไว้แช่เท้าค่ะ กระดากใจเกินไปที่จะใช้
ส่วนมินิบาร์ ฟรีทุกวันค่ะ มี โค้ก 1 กระป๋อง เบียร์ 1 กระป๋อง ชอคโแลตบาร์ 1 น้ำผลไม้ 1 กล่อง น้ำ 2 ขวด วันไหนไม่ได้หยิบออกจากตู้เย็นจะแอบกรี๊ดเล็กน้อย (งกเนอะ)





วันเดินทางกลับฝนตก


วันที่สอง 7 พค วันนี้ไปเที่ยวกัน 2 คน อีก  2 ติดภารกิจ
เริ่มต้นด้วยอาหารเช้าโรงแรม มีให้เลือกหลากหลายพอสมควร แต่รสชาติจืดๆหน่อยคงเป็นเพราะต่างชาติเยอะ แต่ก็กินได้ค่ะ

กินเสร็จเดินสำรวจหาดกระรนเบาๆ (10 นาที จากโรงแรม) สวยงามน้ำใส หาดทรายขาว ขนาดยังไม่แปดโมงดี ฝรั่งก็เต็มหาดแล้ว อมยิ้ม17  
ฟ้าใส แดดแรงจริงจัง ไม่มีลมเลยสักแอ่ะ


หลังจากเดินเล่นเบาๆ ก็เดินหารถไปเที่ยวในเมืองกัน สรุปว่า ได้เหมารถ 2 พัน พาเที่ยวในตัวเมือง ซึ่งก็ไม่มีไรมาก
เริ่มด้วยไปวัดฉลอง ไหว้หลวงพ่อแฉ่ม ขอพร


จากนั้นไปร้านมุกภูเก็ต http://www.mookphuket.com/
มีตั้งแต่ราคาเบาๆ ไปจนราคาหูฉีก (อยู่ที่นี่ 1.30 ชม เอง!) แนะนำว่าอยากได้อะไรต้องรีบซื้อค่ะบอกเลย เสียใจมากที่ไม่ยอมซื้อสร้อยกับตุ้มหู พอวันจะกลับอยากมาอีก ค่ารถ 800 บาท แต่ไม่มีใครมาด้วยแล้วไม่มีคนหารเลยอด


11.30 คนขับพาไปกินข้าวร้านอรุณ พี่แกโม้ว่าเป็นร้านดัง ดารามาบ่อย ... เป็นร้านเล็กๆอยู่ ถ.กลาง มีรูปดาราติดเต็มผนังเลย
ลองสั่งโรตีแกงเนื้อมากินรสชาติพอกินได้ คือแกงเนื้อจะมันๆ เผ็ดๆ ไม่ออกรสเค็ม/หวาน 35 บาท เพื่อนสั่ง โรตีแกงไก่ ของหว่นก็มีโรตีกล้วย กับชาชัก 2 แก้ว ชาชักอร่อยมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกก พอกินแกงเนื้อเสร็จรู้สึกเลี่ยนๆ เลยสั่งข้าวยำปัตตานีมาอีก1 เพิ่งกินข้าวยำครั้งแรก อร่อยแหะรู้งี้ไม่น่ากินโรตีแกงเนื้อเลย มื้อเที่ยงจบที่คนละ 100 บาท สบายกระเป๋ามวกๆ



กินเสร็จคุณพี่คนขับทำการทิ้งชะนี 2 นาง ให้เดินเที่ยวเอง ณ ถ.ถลาง  -..- เต่าเอือม  เนื่องจากคุณเพื่อนอยากไปชมตึกโบราณ ซึ่งนางบอกว่าอยู่แถวนี้แหละ แต่ก็ไม่รู้ว่าอยู่ตรงไหนอ่ะนะ ร้องไห้ เลยได้ทำการสุ่มเดินไปมั่วๆก่อน หาไม่เจอค่อยถามคนแถวนั้น เดินไปสักหน่อยก็ไปเจอพิพิธภัณฑ์ภูเก็ตไทยหัว เป็นโรงเรียนจีนที่ดัดแปลงมาเป็นพิพิธภัณฑ์ รวบรวมเรื่องราวเกี่ยวกับคนจีนที่มาอยู่ที่ภูเก็ต และประวัติบุคคลสำคัญต่างๆ ค่าเข้าชม 50 บาท (ถ้าจำไม่ผิด)




เดินชมพิพิธภัณฑ์แบบเอ๋อๆ หน่อย ที่เอ๋อเนี่ยเพราะแดดมันแรงมากกกกกกกกกกกกกกกก ทะลุ 40 องศาได้เลยมั๊ง อ่านอะไรฟังอะไรก็จำไม่ได้เลย พอดูเสร็จไม่รู้ว่าจะไปไหนต่อ เลยได้ถามคุณพี่คนดูแลพิพิธภัณฑ์ใจดีมากหยิบแผนที่มาให้พร้อมอธิบายเสร็จสรรพ อมยิ้ม01

หลังออกจากพิพิธภัณฑ์ ก็พากันหอบสังขารพร้อมเหงื่อเต็มตัวไปที่บ้านบ้านชินประชา ระยะทาง 1-2 กม จากพิพิธภัณฑ์ เล่นเอาเหนื่อยเลย ค่าเข้า ชม 100 บาท คุณไกด์อธิบายดีมาก ใจดีด้วย มาถ่ายรูปให้เราอีก ยิ้มเยี่ยม แถมก่อนกลับมีแถมชามะนาวซะด้วย

แล้วเราสองคนก็งงๆ เดินตามแผนที่จนรอบเขตพื้นที่เมืองเก่าจนได้ สรุปว่าคนขับนั่งรอที่รถสบายฝจ เม่าโศก

กินน้ำกินท่าเสร็จคุณโชเฟอร์ก็พาไปจุดชมวิว ก็สวยอ่ะนะบอกได้เลยสวยมาก แต่ไม่มีอารมณ์มาก เพราะทั้งเหนื่อยและร้อนที่สุด ณ ตอนบ่าย 3 นานาเหงื่อตก รูปก็ได้ถ่ายจากมือถือไม่สวยเลยสักรูป เลยหาจากเว็บมาแปะให้


สุดท้ายคุณเพื่อนอยากไปแหลมพรมเทพต่อ เช็คเวลาพระอาทิตย์ตก 18.30 ไม่ไหวนะ อีก 3 ชม แต่คนขับเหมือนไม่อยากพาไปรอดูพระอาทิตย์เท่าไหร่ เลยขอแค่พาไปแหลมพรมเทพแล้วก็พาไปจุดชมวิวอีกที่เห็นแหลมพรมเพทไกลๆ


มาถึงแล้วว แหลมพรมเทพ เดินเหงื่อไหลไคลย้อย ตัวย้วย ถ่ายรูป 5 นาทีเสร็จกลับค่ะ ไม่ไหวแล้ว


ออกเดินทางกลับถึง ร ร 5 โมงกว่าๆ อาบน้ำอาบท่า เดินเล่นริมหาด + หาอะไรกิน

พระอาทิตย์ตก ณ หาดกระรน


ตบท้ายด้วยอาหารเย็น ณ ร้านๆ หนึ่ง 2 คน 2 อย่าง ราคาอยู่ที่ 600 บาท ได้  

วันที่ 3 จองทริป ไปเกาะไข่ (ไข่นอก ไข่ใน ไข่นุ้ย) ราคาอยู่ที่ 1000 บาท/คน โดยเรือเร็ว วันนี้มีการดำน้ำแบบ snorkeling จขกท ก็อุตส่าซื้อแว่นดำน้ำแถวๆที่ไปเดินเล่นเมื่อวาน เพราะตอนที่ไปเกาะช้างเอิ่มม....มันเกินทน > < สรุปว่าของถูกอ่ะนะน้ำเข้าใช้ไม่ได้อีก ต้องใช้ของที่ทัวร์จัดไว้ให้

วันนี้อากาศช่างเป็นใจเหลือเกิน ฟ้าโปร่ง แดดสะท้านทรวง

กินข้าวเช้าเบาๆ ณ โรงแรม รถตู้มารับ 8.00 น. (วันนี้ไปกัน 3คน) นั่งรถประมาณ 1 ชม ไปถึงท่าเรือ แล้วรออีกครึ่งชมเรือออก
เกาะแรกพาไปเกาะไข่นุ้ยค่ะ ใช้เวลา 45 นาทีได้ เกาะนี้ไม่มีชายหาด น้ำใส ปลาเยอะ แต่ปะการังตายก็เยอะเหมือนกัน ไม่ได้ถ่ายรูป เพราะคุณเพื่อนอยากปลดปล่อย (อ้วก) ชีต้องการลงน้ำด่วน พอเล่นน้ำเสร็จก็ไม่มีใครอยากถ่ายรูปเลย 55555

เกาะที่ 2 คือ เกาะไข่นอก เกาะนี้มาหาดทรายสีขาวสะอาด ขุ่นพี่ไกด์ที่มากับเรือ ก็ให้ไปเล่นน้ำรอกินข้าวตอนเที่ยง ไปนั่งเล่นนอนเล่นที่เก้าอี้ชายหาดได้เลย 150 บาท /ชุด นะแจ๊ะ อมยิ้ม07
เกานี้เขากั้นที่ไว้ให้เล่นน้ำได้ตื้นๆ ค่ะ มีปลาเล็กน้อย น้ำใสแจ๋ว มาเกาะนี้ได้เล่นน้ำนิดหน่อยเพราะเหนื่อยจากการดำน้ำที่เกาะแรก แถมแดดก็แรงอยู่เกือบๆเที่ยงเน๊าะส์ แต่ยังสาารถเดินไปถ่ายรูปสวยๆได้ 555555

เกาะไข่นอก มีโขดหินสวยๆ ให้ไปโพสต์รูปสวยๆ จิ้นว่าเป็๋นนางแบบได้ จขกท จัดไปหลายเลยทีเดียว


ข้าวเที่ยงอร่อยใช้ได้เลยอิ่มหนำสำราญดี

เกาะสุดท้าย เป็นเกาะไข่ใน ทัวร์ปล่อยให้เล่นน้ำ 2 ชม ดำกันไปข้างนึงเลย กันแดดเอาไม่อยู่ค่ะ เกาะนี้มีส่วนตื้นๆที่เอาไว้ให้ถ่ายรูปกับปลาเสือได้ คือ ซื้อขนมปังแถวมาล่อปลาแล้วก็ถ่ายรูปค่ะ กับอีกโซนจะเป็นน้ำลึกหน่อย เอาไว้สำหรับคนที่จะไปดำน้ำดูปะการัง ปะการังค่อนข้างเยอะ แต่ก็มีส่วนที่ตายแล้วเยอะเหมือนกัน อีกสัก 2- 3 ปีปะการังน่าจะสวยกว่านี้ แต่ก็ยังดีกว่าเกาะไข้นุ้ยค่ะสำหรับปะการัง ว่ายไปไกลๆ ปลาแปลกก็เยอะเหมือนกัน
3 นาง ก็ยังไม่พอมาต่อส้มตำกับหมึกย่างที่นี่อีก ส้มตำ 80 บาท (ปูปลาร้าแซ่บบมากกกกกกกกกก) หมึกอย่างตัวละ 100 บาท (เค็มมาก)
กินเสร็จอีกรอบก็ถึงเวลาลงน้ำค่ะ ก็ลงน้ำ ขึ้น ทาครีม พักเหนื่อย ลงเล่นอีก วันๆๆๆ กันอยู่แบบนี้จนครบ 2 ชม เลย  

กลับถึง รร  ประมาณ 5 โมงเย็น อาบน้ำอาบท่ารอหิว จะได้ไปกินข้าว ปรากฎว่าไฟตกแอร์ไม่ติด เลยได้ใช้บริการสระว่ายน้ำโรงแรม เม่าดี๊ด๊า เล่นไปสักหน่อย คุณเพื่อนที่นอนแอ้งแม้งรอที่ริมสระยุงกัด เลยไปอาบน้ำอีกรอบแล้วออกไปกินข้าวที่ร้านเดิม (ร้านวันแรก)

สั่งไป 3 อย่าง 800 เบาๆ 2 คน มีต้มยำ ปลานึ่งมะนาว กุ้ง-ปลาหมึกเผา ด้วยความที่อาหารรสชาติไม่ค่อยจัด ขนาดขอว่ารสจัดๆแล้ว เลยได้ขอน้ำปลาพริกเพิ่ม พี่แกก็ล่อมาซะเป็นถ้วยซุป.... เอิ่มม เอามาแค่ถ้วยน้ำจิ้มก็พอจ๊ะ


แล้วก็ไปนอนอืดดดดที่ห้องต่อ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่