ความสำเร็จกับไทม์แมชชีน

กระทู้สนทนา
เราเคยลองคิดกันเล่นๆ รึเปล่าว่า หากเราสามารถย้อนอดีตไปได้ เราอยากแก้ไขอะไรมากที่สุด ?

บางคนอาจจะตัดสินใจไม่คบกับคนๆ นั้นเพคาะรู้ดีว่าตอนนี้เลิกกันและมันทำให้เจ็บ บางคนอาจตัดสินใจไปแก้ไขการลงทุนแบบผิดๆ ของตนเองที่ก่อให้เกิดการขาดทุน บางคนอาจตัดสินใจกลับไปเปลี่ยนแปลงตัวเองให้ตั้งใจเรียนมากกว่านี้ และอีกหลายๆ ความผิดพลาดมากมายที่ใครๆ ก็อยากกลับไปแก้ไข

แต่หากเราลองไปถามคนส่วนน้อยของสังคมที่ได้ชื่อว่าเป็นคนที่ "ประสบความสำเร็จในชีวิต" ว่าหากเลือกได้ สิ่งที่อยากกลับไปแก้ไขมากที่สุดคืออะไร ผมมั่นใจเป็นอย่างมากว่าเกือบทั้งหมดจะต้องตอบว่า "ไม่มี"

ทำไมจึงเป็นเช่นนั้น ?

ยกตัวอย่างเช่น บัฟเฟตต์เองเคยผิดพลาดที่ซื้อหุ้นของธนาคารตัวนึง และผ่านไปไม่นานนักราคาหุ้นตกลงไปกว่า 50% แต่หลังจากนั้นราคาหุ้นขึ้นมาจนมีกำไรนิดหน่อยเลยตัดสินใจ "ขาย" แต่หลังจากนั้นไม่นานราคาหุ้นดันเพิ่มสูงขึ้นอย่างน่าประหลาดใจ (ขายหมูนั่นเอง) แต่สุดท้ายเหตุการณ์นั้นกลายมาเป็นหลักคิดที่สำคัญของการลงทุนในเวลาต่อมา

สตีฟ จ๊อบส์ ผู้โดนไล่ออกจากบริษัทที่ตัวเองสร้างมากับมือ จนทำให้ในตอนนั้นใครๆ ก็บอกว่าเขาล้มเหลวแล้วอย่างสิ้นเชิง ในตอนนั้นเองเขาก็มองว่าเขาทำพลาด แต่เขาไม่ได้นั่งมองตัวเองจมกับความล้มเหลว แต่สิ่งที่เขาทำเรียกได้ว่าเป็นการปลดปล่อยความคิดอย่างอิสระและสร้างบริษัทใหม่ที่ดีเลิศจนแอปเปิ้ลต้องกลับมาดึงตัวเขาไปทำงาน และจ๊อบส์สามารถปั้นแอปเปิ้ลในตอนนั้นที่กำลังลงหลุมให้มาดังพลุแตกแบบทุกวันนี้ เขาเป็นคนบอกเองว่าการที่ตัวเองถูกไล่ออกในครั้งนั้นถือได้ว่าเป็นบทเรียนที่สำคัญสำหรับเขามากที่สุดในชีวิต

สังเกตเห็นอะไรรึเปล่า หากเราลองมาคิดๆ ดูแล้ว จุดเปลี่ยนในชีวิตที่ยิ่งใหญ่และส่งผลให้เกิดผลลัพธ์อันใหญ่ยิ่งที่ตามมากับคนๆ นั้นจนประสบความสำเร็จได้ มันล้วนมาจากสิ่งที่เรียกว่า "ความผิดพลาด" หรือ "ความล้มเหลว" ทั้งสิ้น นั่นทำให้คนที่ประสบความสำเร็จเกือบทั้งหมดจะตอบว่าไม่มี หากมีใครถามเขาว่าอยากกลับไปแก้ไขอะไรในอดีต เพราะเขาเหล่านั้นล้วนรู้ดีว่า ทุกสิ่งที่ผ่านเข้ามาในชีวิตเขานั้นล้วนส่งผลมาถึงตอนนี้ทั้งสิ้น

แม้กระทั่งตัวผมเองเช่นกัน ในตอนแรกที่ผมเล่นหุ้นรายวันและซื้อหุ้นๆ นึงที่ราคา 2.14 และขายหุ้นออกไปที่ 2.18 ภายในวันเดียวกัน ปรากฎว่าสิ้นวันนั้นราคาหุ้นพุ่งสูงไปถึง 2.56 บาท และวันรุ่งขึ้นราคาหุ้นพุ้งไปถึง 4 บาท ผมเองต้องยอมรับว่าตอนนั้นผมรู้สึกว่าตนเองผิดพลาดอย่างมโหฬาร

แต่หากมองย้อนกลับไป หากในวันนั้นผมสามารถทำกำไรได้ 100% ภายในเวลาแค่สองวัน แน่นอนว่าสิ่งที่ผมจะคิดในตอนนั้นคือ "กุเก่ง กุแน่ และกุเทพ" และท้ายที่สุด หลังจากนั้นผมอาจจะขาดทุนกับหุ้นจนหมดตัวเพราะความคิดแบบหน้ามืดตามัวในตอนนั้น และที่สำคัญ ผมอาจจะไม่ได้รู้จักความหมายของการลงทุนที่แท้จริงเลยก็ได้

จงขอบคุณทุกสิ่งทุกอย่างแม้กระทั่งความผิดพลาดหรือใครก็ตามที่ทำให้เราล้มเหลว เพราะเขาเหล่านั้นคือป้ายบอกทางที่สำคัญที่จะทำให้สักวันหนึ่ง เราจะไปถึงเป้าหมายที่เรียกว่า "ความสำเร็จ" ในที่สุด

แต่สิ่งที่สำคัญ อย่าให้อดีตที่เจ็บปวดหรือผิดพลาดมาเป็นตัวฉุดรั้งชีวิต เราอยู่เพื่อไปหาอนาคตไม่ใช่จดจำอดีต อดีตมีค่าเพียงให้เราเรียนรู้ไม่ใช่เพื่อจดจำ (:

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่