ฤดูกาลต่อไป หงส์คงไม่ได้ลุ้นแชมป์แบบนี้อีกแล้ว

น่าเสียดายอย่างยิ่งใหญ่ สำหรับ ลิเวอร์พูล เพราะว่ากันตามเนื้อผ้าแล้ว โอกาสดีที่สุดที่จะคว้าแชมป์ลีกสูงสุดรอบ 24 ปีเลือนรางเต็มที กับการมี 81 แต้ม นัดสุดท้ายเตะพร้อมกันหมดวันที่ 11 พฤษภาคมนี้ เงื่อนไขต้องเปิด แอนฟิลด์ ชนะ นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด ขณะที่ แมนเชสเตอร์ ซิตี 83 แต้ม ขอเพียงแค่เล่นในบ้านเสมอ เวสต์แฮม ยูไนเต็ด ก็จะเข้าป้าย เพราะประตูได้บวกมากกว่า 13 ลูก ซึ่ง “เทเลกราฟ” สื่อดังของอังกฤษ วิเคราะห์ถึงฤดูกาลหน้าคงกาชื่อ “หงส์แดง” ออกจากการลุ้นถ้วย พรีเมียร์ ลีก ได้เลยด้วยเหตุผลดังต่อไปนี้
       
            ทีมใหญ่ทุ่มทวงแชมป์    
           หนึ่งในข้อด้อยของ ลิเวอร์พูล คืองบเสริมทัพรวมถึงเพดานค่าจ้างที่น้อยกว่า แมนฯซิตี, เชลซี, อาร์เซนอล และ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยิ่งปีหน้า “ผีแดง” ส่งสัญญาณทวงแชมป์หรืออย่างน้อยๆ ต้อง “ท็อปโฟร์” เพื่อคืนเวที ยูฟา แชมเปียนส์ ลีก ดังนั้น จึงทุ่มเสริมทัพไม่อั้นระดับ 100 ล้านปอนด์ (ประมาณ 5,500 ล้านบาท) ขึ้นไปแน่นอน ด้าน “ปืนโต” ก็พร้อมจะซื้อเช่นกัน หลังซัมเมอร์ที่แล้วสร้างสถิติใหม่ 42.5 ล้านปอนด์ (ประมาณ 2,300 ล้านบาท) สอย เมซุต โอซิล กองกลางทีมชาติเยอรมัน จาก รีล มาดริด ส่วน เชลซี ปีนี้มือเปล่าคงเกณฑ์แข้งระดับเวิลด์คลาสมาอีกเพียบ
       
            ผลกระทบด้านจิตใจ    
           ดอกเตอร์ สตีฟ ปีเตอร์ส นักจิตแพทย์ วิเคราะห์ ลิเวอร์พูล ทำผลงานเกินเป้ามีลุ้นแชมป์ จากปีที่แล้วจบอันดับ 7 กับเป้าหมายกลับไปเล่น แชมเปียนส์ ลีก ซึ่งก็ถือว่าสำเร็จลุล่วงแล้ว แต่อีกทางหนึ่งก็จะส่งผลกระทบหากฤดูกาลนี้ไม่ได้แชมป์กับโอกาสที่ใกล้เคียงมาก ซึ่งทางจิตวิทยาถือว่ามีผล ผู้เล่นระดับ สตีเวน เจอร์ราร์ด กองกลางกัปตันทีมที่เคยฝังใจว่าจะไม่ได้สัมผัสถ้วยลีกแล้วยิ่งเหมือนเป็นการตอกย้ำลงไปในก้นบึ้งของจิตใจกับวัยที่ปาไป 33 ปีแล้ว ความพ่ายแพ้คาบ้านต่อ เชลซี 0-2 โดยเขาผิดพลาดลื่นจนเสียประตูแรกจะตามหลอกหลอนไปตลอด
       
            คืนเวทีฟุตบอลยุโรป    
           เบรนแดน ร็อดเจอร์ส กุนซือ ลิเวอร์พูล บอกว่าปีนี้ที่ไม่มีโปรแกรมฟุตบอลยุโรป ทำให้ทีมมีสมาธิทุ่มให้ลีกในประเทศเต็มที่ ซึ่งปีหน้าต้องกลับไปเล่น แชมเปียนส์ ลีก ดังนั้น อาจจะล้า คงต้องเสริมทัพและวางแผนใหม่ทั้งหมดไม่ว่าจะเป็นรูปแบบการเล่น การซ้อมที่ต้องปรับให้เหมาะกับแมตช์และการเดินทาง โดยปีนี้เตะไป 43 แมตช์เทียบกับ เชลซี 57 แมตช์ ทำให้กุนซือจากไอร์แลนด์เหนือที่ไม่เคยมีประสบการณ์ถ้วยยุโรปเจองานหนักแน่นอน รวมถึงเรื่องที่ควบคุมไม่ได้หากคีย์แมนได้รับบาดเจ็บอีก
       
            ความหลากหลาย    
           กลยุทธ์ที่ทำให้ ลิเวอร์พูล ยิงเยอะที่สุดใน พรีเมียร์ ลีก 99 ประตู จะถูกคู่ต่อสู้จับทางและวางแผนรับมือได้ อย่างเช่นเกมที่แพ้คา แอนฟิลด์ ให้กับ เชลซี 0-2 แม้จะยอมรับว่าทีมเยือนมีโชค แต่ก็แสดงให้เห็นว่าการเปิดเกมรุกอย่างเดียวใช่ว่าจะชนะทุกนัด ทางเดียวก็คือเติมขนาดทีมให้ใหญ่ขึ้นเสริมทัพเพื่อสนับสนุน หลุยส์ ซัวเรซ กับ ดาเนียล สเตอร์ริดจ์ ขณะเดียวกัน ฟิลิปเป คูตินโญ และ ราฮีม สเตอร์ลิง ด้วยอายุอานามที่มากขึ้น ก็ต้องยกระดับฝีเท้าขึ้นด้วย เรียกได้ว่าต้องมีมิติเกม นอกจากนี้ที่บอกว่าเกมรับเสียได้เสียไป 49 ประตูขอให้ยิงได้มากกว่าเป็นพอคงต้องคิดใหม่ทำใหม่
       
            อนาคตของ ซัวเรซ    
           ซัวเรซ เปรยจะไม่ซ้ำรอยซัมเมอร์ที่แล้วด้วยการเอ่ยปากอยากย้ายจากถิ่น แอนฟิลด์ หลังต่อสัญญา 4 ปี มูลค่า 70 ล้านปอนด์ (ประมาณ 3,850 ล้านบาท) พร้อมเงื่อนไขว่าจะต้องจบท็อปโฟร์ ซึ่งปีนี้ก็ทำได้สำเร็จแล้ว แต่ถ้า รีล มาดริด สนใจอยากได้อดีตหอก อาแจ๊กซ์ อัมสเตอร์ดัม หากวืดเป้าหมายแรกก็คือ เซร์คิโอ อกูเอโร แนวรุกไซส์มินิของ แมนฯซิตี ดังนั้น หากมีข้อเสนอแพงระยิบให้ ลิเวอร์พูล ต้องคิดหนักจะทำอย่างไร เพราะแน่นอนว่าจะต้องมากกว่าที่ อาร์เซนอล ยื่นให้ 40 ล้านปอนด์บวก 1 ล้านปอนด์ (ประมาณ 2,255 ล้านบาท) อีกทั้ง บาเยิร์น มิวนิก ก็สนใจเช่นกัน
       
           ส่วนบทสรุปฤดูกาล 2013-14 หลังเกมนัดตกค้างเมื่อวันพุธที่ 7 พฤษภาคม ซันเดอร์แลนด์ เปิดบ้านชนะ เวสต์ บรอมวิช อัลเบียน 2-0 ส่งให้ นอริช ซิตี รอดยาก เพราะแม้นัดสุดท้ายจะคว้า 3 แต้มเล่นในรังชนะ อาร์เซนอล แต่คงไม่มีปาฏิหาริย์เรื่องประตูติดลบที่บานเบอะ ทำให้ “นกขมิ้นเหลืองอ่อน” จะหล่นชั้นตาม ฟูแลม กับ คาร์ดิฟฟ์ ซิตี สู่ แชมเปียนชิป ด้าน แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เกาะที่ 7 จะไปเยือน เซาแธมป์ตัน ถ้าชนะแล้ว ท็อตแนม ฮอตสเปอร์ เล่นในถิ่นแพ้ แอสตัน วิลลา จะแซงจบอันดับ 6 ได้ตั๋ว ยูโรปา ลีก ไปครอง ด้วยผลต่างประตู

http://www.manager.co.th/Sport/ViewNews.aspx?NewsID=9570000051235
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่