ผู้สูงอายุ (อายุหกสิบขึ้นไป) มองเมืองไทยยุคนี้อย่างไรบ้าง

อยากถามคนในนี้ครับว่า ผู้สูงอายุ (อายุหกสิบขึ้นไป) มองเมืองไทยยุคนี้อย่างไรบ้างในแง่ต่างๆ ทั้งเศรษฐกิจ การเมือง สังคม และข้อดีข้อเสียของด้านต่างๆ
ขอทั้งจากล็อคอินในนี้ที่บางท่านอาจอายุถึง และจากที่คุยกับผู้สูงอายุเลยครับ

จขกท.เคยคุยกับท่านหนึ่ง (เป็นอดีตทหาร) เขาบอกว่าดีคืออะไรเจริญขึ้น มีน้ำ ไฟฟ้าทั่วถึงขึ้น เสียคือการเมืองค่อนข้างวุ่นวาย แต่เขาก็ให้เหตุผลดีว่า สมัยที่เปิดกว้างทางความคิดมากขึ้นก็เป็นอย่างนี้ ดีกว่าสมัยอย่างหกตุลาที่โดนปิดหมดเลย
สุดยอดความคิดเห็น
ความคิดเห็นที่ 6
   ในฐานะ เลยหกสิบมาแปดปีแล้ว  และได้ผ่านเหตุการณ์ 14 ตุลาคม  2516   เคยเดินลุยกับม๊อบ ขณะที่ท้องแก่อยู่  มันมากๆ  ไปฟังเสกสรรค์ ฯ  กับศันศนีย์  และได้เห็นนักศึกษาเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน  มีความรู้สึกร่วมอย่างแรง
            ประชาชนยุคนั้น  แทบไม่ได้สนใจการเมือง   คิดว่าเป็นสิ่งไกลตัว    การสื่อสารไม่พัฒนาเหมือนปัจจุบัน  การสื่อสารมีเพียงวิทยุ กับ ทีวี    จึงไม่ได้เจาะลึกข่าวคราวเป็นวงกว้างเหมือนปัจจุบัน  มีข่าวออกมาอย่างไร ก็เชื่ออย่างนั้น       จากนั้นก็มีเป็นกระแสข่าวลือ  เล่ากันต่อๆ   จริงบ้างไม่จริงบ้าง
             ประเทศไทยถูกครอบงำระบบเผด็จการมานาน  แม้จะมีการปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตยก็ตาม   มีการคอรัปชั่นสูง จะสังเกตุว่า นักการเมืองแก่ๆ เก่าๆ  จะร่ำรวยกันมหาศาล  แม้โคตรเง่าจะเป็นคนจนมาก่อน  ถ้ามีความสุจจริต ไม่ร่ำรวยกันขนาดนี้หรอก     แต่ชาวบ้านไม่ได้ให้ความสนใจมากนัก ก็ผ่านเลยไป
             สมัยนั้น ต้องขอยกย่องสรรเสริญ นักศึกษาที่รวมตัวกันเหนี่ยวแน่น ต่อสู้กับเผด็จการ เพื่อเอาประชาธิปไตยคืนมา  จอมพลถนอมฯ เป็นนายก   การต่อสู้ มีทั้งเสียชีวิต บาดเจ็บ พิการ สูญหาย กันเยอะ   แต่เป็นที่น่าเสียดาย นักศึกษาสมัยนั้นที่มีอุดมการณ์แน่วแน่  ปัจุบัน กลับกลายเป็นผู้ทำลายระบอบประชาธิปไตยเสียเอง เช่น นายธีรยุทธ บุญมี หัวหอกคนสำคัญเหตุการณ์ครั้งนั้น  ไม่เข้าใจเหมือนกันว่า อุดมการณ์อันแน่วแน่มันหายไปไหน
             ฉัน กับสามี เป็นมนุษย์เงินเดือน  ไม่ได้คลุกคลีในด้านธุรกิจ   ข้าวของก็แพงตามสภาพของเศรษฐกิจขณะนั้น แต่ก็มีกินมีใช้ตามอัตภาพ ไม่ลำบาก    เรื่องเศรษฐกิจไม่ค่อยได้สนใจเท่าไร อาจเป็นเพราะงานยุ่ง มีครอบครัวแล้ว  การสื่อสารมีไม่มากเหมือนปัจจุบัน
             ทางด้านสังคม  คนสมัยก่อน  ยังมีความเป็นอยู่ที่เอื้ออาทรกัน   การหลอกลวงกันก็มีแต่ไม่ซ้ำซ้อนเหมือนปัจจุบัน สมัยนี้ สังคมมันเปลี่ยนไป การแข่งขันสูง  เทคโนโลยี่ ก้าวหน้าทันสมัย  ทางด้านวัตถุเจริญล้ำยุคมาก แต่จิตสำนึก ของคนต่ำลง  ความเห็นแก่ตัวสูง   แม้ในครอบครัวเดียวกัน ก็ขาดความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิด  ด้วยป้จจัยทางสังคม คือ งานมาก เวลาน้อย การเดินทางใช้เวลามากเกินไป   และเทคโนโลยี่สมัยใหม่ก็มีส่วน   พ่อ แม่ ลูก ไปกินอาหารที่ร้าน ระหว่างรอ  ทุกคนมีโทรศัพท์ ต่างคนก้มหน้าก้มตาดูหน้าจอ  อาหารมา  วางเครื่องไว้ข้างๆ มือหนึ่งตักอาหาร  มือหนึ่งเลื่อนหน้าจอ  คิดในใจแล้วม้นจะมากันทำไมเนี่ย  
             เทคโนโลยี่ทางสื่อสาร ถ้าใช้ให้ถูกทางก็ดี  มีประโบชนฺ ฉันเองยังใช้ไลน์  เฟสบุค  สื่อสารกับลูกๆ หลานๆ ถ่ายรูปส่งกันบ้าง  บางครั้งขี้เกียจพิมพ์ ก็ส่งทางเสียง หรือสติ๊กเกอร์ เป็นสัญลักษณ์   ก็เล่นได้แค่ลูกๆ หลานๆ เพื่อนรุ่นเดียวกันมันทำกันไม่เป็น   แค่เปิดคอมพ์ยังไม่เป็นเลย  คนเราแก่แล้วอย่าแก่เลย   หาอะไรซ่าๆ มันส์ ทำบ้าง แม้สังขารไม่ค่อยอำนวยเท่าไร ก็ฝืนเอา         
            จบแระ ยาวเกินไป เด๋ว ไม่มีใครอ่าน กระทิงเริงร่า


แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่