ละคร ชิงเมือง ก่อนถึง ฉากจบ มีฉาก หักมุม
เป็นพล็อตละครทีวีก็ต้องนับถือว่าลงตัวและเป๊ะแม่นยำทุกฉาก
ประสบผลสำเร็จตามเป้าหมายที่ตั้งเอาไว้ทุกประการ
ลองพิจารณา
ตั้งแต่กลางเดือนเมษายน หนึ่งในสมาชิกคนสำคัญของกลุ่ม 40 ส.ว. วุฒิสมาชิก
ที่ส่วนใหญ่มาจากการแต่งตั้ง
เขียนบทเอาไว้ได้ล่วงหน้า ว่าจะมีชะตากรรมอะไรบ้างเกิดขึ้นกับรัฐบาลและนายกรัฐมนตรี
"เป๊ะเว่อร์" ถึงขนาดระบุได้ว่า การพิจารณาคดีเรื่องการโยกย้ายนายถวิล เปลี่ยนศรี
โดยศาลรัฐธรรมนูญ จะมีขึ้นในวันที่ 7 พฤษภาคม
ถึงจะพยายาม "ออกตัว" ว่า ที่พยากรณ์มานั้นเป็นไปตามขั้นตอนและข้อกำหนดทางกฎหมาย
แต่ใครที่ได้อ่านได้ฟังก็อดไม่ได้ที่จะเอาไปเทียบกับ "ความฝัน" ของนายสมชัย ศรีสุทธิยากร
กกต. ซึ่ง
แม่นยำเป๊ะเว่อร์เหมือนกัน
โดยเฉพาะการทำนายว่า เลือกตั้ง 2 กุมภาพันธ์ จะมีอันเป็นไป
และเลือกตั้งครั้งใหม่มีแนวโน้มจะไม่เกิดขึ้น
ก็ตามนั้น
...
เพราะเมื่อถึงกำหนดส่งร่างพระราชกฤษฎีกาเลือกตั้ง 20 กรกฎาคมให้กับรัฐบาล
ในเย็นวันที่ 6 พฤษาคม
คณะกรรมการการเลือกตั้งก็อ้างเหตุว่ายังมีข้อขัดแย้งทางกฎหมายกับคณะกรรมการกฤษฎีกา
ฉะนั้น แทนที่จะส่งร่างกฎหมายมาเพื่อให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาแล้วนำขึ้นทูลเกล้าฯ
กกต.กลับส่งหนังสือ
"ขอหารือ" มายังนายกรัฐมนตรี
เหมือนรอให้ศาลรัฐธรรมนูญลงดาบฟันนายกรัฐมนตรีและรัฐบาลให้ "เรียบโร้ย"
ไปเสียก่อนในวันที่ 7 พฤษภาคม
ก็ตามนั้น
ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า สถานภาพนายกรัฐมนตรีของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร และรัฐมนตรีที่
ลงมติโยกย้ายนายถวิล เปลี่ยนศรี อีก 9 คน สิ้นสุดลงเป็นการเฉพาะตัว
นายกฯไปแล้ว เหลือรัฐมนตรีอีกกระหย่อมรักษาการแบบทุลักทุเลต่อไป
ถ้าตามบท ก็ต้องจับตาดูว่าการประชุมวุฒิสภาในวันที่ 9 พฤษภาคม ที่จะบรรจุวาระการเลือกตั้ง
ประธานวุฒิสภาเข้ามาเอง โดยไม่ต้องอยู่ในพระราชกฤษฎีกาหรือไม่
ได้ประธานวุฒิสภา ก็แปลว่าจะมีความชอบธรรม
"ส่วนหนึ่ง" ในการทูลเกล้าฯ
เสนอชื่อนายกรัฐมนตรีคนใหม่
คนที่ไม่จำเป็นต้องมาจากการเลือกตั้งของประชาชนก็ได้
คนที่เฟ้นแล้วว่าเป็น
"คนดี"
...
ทั้งหมดนี้คือปฏิบัติการยึดเมือง-ชิงอำนาจของกลุ่มต่อต้านรัฐบาล
ที่ดำเนินมาอย่างเป็นขั้นเป็นตอน
เหมือนจะไร้ข้อผิดพลาด เหมือนจะปลอดโปร่งราบรื่น
หากสามารถตอบคำถามบางประการเหล่านี้ได้ อาทิ
จะทำอย่างไรหากรัฐบาลหรือประชาชนอีกฝ่าย ไม่เห็นด้วยและไม่ยอมรับคำตัดสินของ
ศาลรัฐธรรมนูญ ด้วยเหตุผลว่าศาลละเมิดรัฐธรรมนูญเสียเอง
จะทำอย่างไรหากรัฐบาลหรือประชาชนอีกฝ่าย ยืนยันและยืนกรานว่าจะต้องให้การเลือกตั้ง
เป็นเครื่องชี้วัดความต้องการของประชาชน และเป็นเครื่องรับประกันความชอบธรรมให้กับ
รัฐบาลชุดใหม่ที่จะเข้ามา ไม่ว่าเพื่อการทำหน้าที่ตามปกติหรือการปฏิรูปอะไรก็ตามที
จะทำอย่างไรหากรัฐบาลหรือประชาชนอีกฝ่าย ไม่ยอมรับกระบวนการเฟ้นหา
นายกฯคนกลาง-นายกฯคนดีที่ไม่ได้มาจากความยินยอมของคนส่วนใหญ่
ฯลฯ
จะใช้วิธีการเรียกมวลชนมาเผชิญหน้าให้เกิดการปะทะกัน เพื่อเป็นเงื่อนไขให้เคลื่อนกำลังทหาร
จะใช้กำลังเข้าปราบปรามประชาชนที่คิดต่างเห็นต่างอย่างถึงเลือดถึงเนื้ออีกครั้ง
จะมีทางออกอื่นนอกจากการฉีกรัฐธรรมนูญ ที่ไม่เห็นหัวชาวบ้านไม่เคารพเสียงส่วนใหญ่
หรือไม่?
...
ฉากจบของละครการเมืองเรื่องยิ่งใหญ่ ที่ยังเขียนไม่ได้และเขียนไม่จบบริบูรณ์นี้น่าระทึกใจยิ่ง
ราบรื่นมาถึงก่อนฉากสุดท้าย ก็มิได้รับประกันว่า "ไคลแมกซ์" ของเรื่องจะเดินไปตามทางที่วางไว้
ไม่มีใครรับประกันได้ว่า ตัวประกอบทั้งหลายจะไม่ฮือกันมาขอเขียนบทเอง
ไม่มีใครรับประกันได้ว่า ทุกอย่างจะอยู่ภายใต้การควบคุมตามบทต่อไป
ไม่มีใครรับประกันได้ว่า ละครเรื่องนี้จะไม่ "หักมุม"
สงครามยังไม่จบอย่าเพิ่งนับศพทหาร ฉันใด
ละครยังไม่จบก็อย่าเพิ่งด่วนดีใจ หรือตีโพยตีพาย
ฉันนั้น
.............
(ที่มา:มติชนรายวัน 8 พ.ค.2557)
http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1399536626&grpid=&catid=12&subcatid=1200
"ศึกชิงเมือง" ใครเป็น "ต่อ" ใครเป็น "รอง" สงครามยังไม่จบ .... มติชนออนไลน์
เป็นพล็อตละครทีวีก็ต้องนับถือว่าลงตัวและเป๊ะแม่นยำทุกฉาก
ประสบผลสำเร็จตามเป้าหมายที่ตั้งเอาไว้ทุกประการ
ลองพิจารณา
ตั้งแต่กลางเดือนเมษายน หนึ่งในสมาชิกคนสำคัญของกลุ่ม 40 ส.ว. วุฒิสมาชิก
ที่ส่วนใหญ่มาจากการแต่งตั้ง
เขียนบทเอาไว้ได้ล่วงหน้า ว่าจะมีชะตากรรมอะไรบ้างเกิดขึ้นกับรัฐบาลและนายกรัฐมนตรี
"เป๊ะเว่อร์" ถึงขนาดระบุได้ว่า การพิจารณาคดีเรื่องการโยกย้ายนายถวิล เปลี่ยนศรี
โดยศาลรัฐธรรมนูญ จะมีขึ้นในวันที่ 7 พฤษภาคม
ถึงจะพยายาม "ออกตัว" ว่า ที่พยากรณ์มานั้นเป็นไปตามขั้นตอนและข้อกำหนดทางกฎหมาย
แต่ใครที่ได้อ่านได้ฟังก็อดไม่ได้ที่จะเอาไปเทียบกับ "ความฝัน" ของนายสมชัย ศรีสุทธิยากร
กกต. ซึ่งแม่นยำเป๊ะเว่อร์เหมือนกัน
โดยเฉพาะการทำนายว่า เลือกตั้ง 2 กุมภาพันธ์ จะมีอันเป็นไป
และเลือกตั้งครั้งใหม่มีแนวโน้มจะไม่เกิดขึ้น
ก็ตามนั้น
...
เพราะเมื่อถึงกำหนดส่งร่างพระราชกฤษฎีกาเลือกตั้ง 20 กรกฎาคมให้กับรัฐบาล
ในเย็นวันที่ 6 พฤษาคม
คณะกรรมการการเลือกตั้งก็อ้างเหตุว่ายังมีข้อขัดแย้งทางกฎหมายกับคณะกรรมการกฤษฎีกา
ฉะนั้น แทนที่จะส่งร่างกฎหมายมาเพื่อให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาแล้วนำขึ้นทูลเกล้าฯ
กกต.กลับส่งหนังสือ "ขอหารือ" มายังนายกรัฐมนตรี
เหมือนรอให้ศาลรัฐธรรมนูญลงดาบฟันนายกรัฐมนตรีและรัฐบาลให้ "เรียบโร้ย"
ไปเสียก่อนในวันที่ 7 พฤษภาคม
ก็ตามนั้น
ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า สถานภาพนายกรัฐมนตรีของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร และรัฐมนตรีที่
ลงมติโยกย้ายนายถวิล เปลี่ยนศรี อีก 9 คน สิ้นสุดลงเป็นการเฉพาะตัว
นายกฯไปแล้ว เหลือรัฐมนตรีอีกกระหย่อมรักษาการแบบทุลักทุเลต่อไป
ถ้าตามบท ก็ต้องจับตาดูว่าการประชุมวุฒิสภาในวันที่ 9 พฤษภาคม ที่จะบรรจุวาระการเลือกตั้ง
ประธานวุฒิสภาเข้ามาเอง โดยไม่ต้องอยู่ในพระราชกฤษฎีกาหรือไม่
ได้ประธานวุฒิสภา ก็แปลว่าจะมีความชอบธรรม "ส่วนหนึ่ง" ในการทูลเกล้าฯ
เสนอชื่อนายกรัฐมนตรีคนใหม่
คนที่ไม่จำเป็นต้องมาจากการเลือกตั้งของประชาชนก็ได้
คนที่เฟ้นแล้วว่าเป็น "คนดี"
...
ทั้งหมดนี้คือปฏิบัติการยึดเมือง-ชิงอำนาจของกลุ่มต่อต้านรัฐบาล
ที่ดำเนินมาอย่างเป็นขั้นเป็นตอน
เหมือนจะไร้ข้อผิดพลาด เหมือนจะปลอดโปร่งราบรื่น
หากสามารถตอบคำถามบางประการเหล่านี้ได้ อาทิ
จะทำอย่างไรหากรัฐบาลหรือประชาชนอีกฝ่าย ไม่เห็นด้วยและไม่ยอมรับคำตัดสินของ
ศาลรัฐธรรมนูญ ด้วยเหตุผลว่าศาลละเมิดรัฐธรรมนูญเสียเอง
จะทำอย่างไรหากรัฐบาลหรือประชาชนอีกฝ่าย ยืนยันและยืนกรานว่าจะต้องให้การเลือกตั้ง
เป็นเครื่องชี้วัดความต้องการของประชาชน และเป็นเครื่องรับประกันความชอบธรรมให้กับ
รัฐบาลชุดใหม่ที่จะเข้ามา ไม่ว่าเพื่อการทำหน้าที่ตามปกติหรือการปฏิรูปอะไรก็ตามที
จะทำอย่างไรหากรัฐบาลหรือประชาชนอีกฝ่าย ไม่ยอมรับกระบวนการเฟ้นหา
นายกฯคนกลาง-นายกฯคนดีที่ไม่ได้มาจากความยินยอมของคนส่วนใหญ่
ฯลฯ
จะใช้วิธีการเรียกมวลชนมาเผชิญหน้าให้เกิดการปะทะกัน เพื่อเป็นเงื่อนไขให้เคลื่อนกำลังทหาร
จะใช้กำลังเข้าปราบปรามประชาชนที่คิดต่างเห็นต่างอย่างถึงเลือดถึงเนื้ออีกครั้ง
จะมีทางออกอื่นนอกจากการฉีกรัฐธรรมนูญ ที่ไม่เห็นหัวชาวบ้านไม่เคารพเสียงส่วนใหญ่
หรือไม่?
...
ฉากจบของละครการเมืองเรื่องยิ่งใหญ่ ที่ยังเขียนไม่ได้และเขียนไม่จบบริบูรณ์นี้น่าระทึกใจยิ่ง
ราบรื่นมาถึงก่อนฉากสุดท้าย ก็มิได้รับประกันว่า "ไคลแมกซ์" ของเรื่องจะเดินไปตามทางที่วางไว้
ไม่มีใครรับประกันได้ว่า ตัวประกอบทั้งหลายจะไม่ฮือกันมาขอเขียนบทเอง
ไม่มีใครรับประกันได้ว่า ทุกอย่างจะอยู่ภายใต้การควบคุมตามบทต่อไป
ไม่มีใครรับประกันได้ว่า ละครเรื่องนี้จะไม่ "หักมุม"
สงครามยังไม่จบอย่าเพิ่งนับศพทหาร ฉันใด
ละครยังไม่จบก็อย่าเพิ่งด่วนดีใจ หรือตีโพยตีพาย
ฉันนั้น
.............
(ที่มา:มติชนรายวัน 8 พ.ค.2557)
http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1399536626&grpid=&catid=12&subcatid=1200