เราจบม.6แล้ว เราอยางทำงานสัก 1 ปี แล้วเรียนต่อ ซึ่งตอนนี้เราทำงานพาร์ทไทม์อยู่
ด้วยความที่เราอยากค้นหาว่าตัวเองชอบอะไร จึงไปเข้าเรียนมหาลัย
เราจึงเอาเรื่องนี้ไปปรึกษากับทางบ้าน ทางบ้านไม่เห็นด้วยกับความคิด
หาว่าเราไม่อยากเรียน หาเรื่องไปเที่ยวตอนเลิกงาน
เราเล่าก่อนตอนเมื่อเรายังไม่ได้ทำงานพาร์ทไทม เราต้องขอทางบ้านไปเที่ยว
แต่นี่เราใช้เงินเรา พี่สาวและแม่ยังมายุ่งอะไรกับชีวิตเราอีก เงินก็หาได้แล้วยังมาบังคับให้เรียน
เราเชื่อว่าการศึกษาเป็นแค่ส่วนประกอบของชีวิตเท่านั้น
เราจึงนำปัญหานี้ไปปรึกษากับพี่ที่ทำงาน พี่ที่ทำงานจบมาได้แค่ 1 ปี
แต่ทำเป็นรู้มาก บอกว่าควรเรียนต่อให้จบแล้วมาทำงานดีกว่า
เราจึงบอกกับทางพี่ที่ทำงานเหมือนกับที่บอกแม่และพี่สาว
"ถ้าคนเราเรียนไปเพราะใบปริญญา มันมีค่าเท่ากระดาษเปล่า 1 ใบ ถ้าคนเราเรียนด้วยความชอบ มันเหมือนใบตราสารทุน"
พี่ที่ทำงานกับทางบ้าน เห็นว่าความคิดเราเป็นเด็กที่ไม่รู้จักความจริง
เราอ่ะนั่งคิดนะถ้าความคิดเหมือนเด็ก ความคิดของผู้ใหญ่มันถูก แต่หารู้ไม่ยังไม่มีประสบการณ์"
มากแต่อายุ
ด้วยความที่เราอยากค้นหาว่าตัวเองชอบอะไร จึงไปเข้าเรียนมหาลัย
เราจึงเอาเรื่องนี้ไปปรึกษากับทางบ้าน ทางบ้านไม่เห็นด้วยกับความคิด
หาว่าเราไม่อยากเรียน หาเรื่องไปเที่ยวตอนเลิกงาน
เราเล่าก่อนตอนเมื่อเรายังไม่ได้ทำงานพาร์ทไทม เราต้องขอทางบ้านไปเที่ยว
แต่นี่เราใช้เงินเรา พี่สาวและแม่ยังมายุ่งอะไรกับชีวิตเราอีก เงินก็หาได้แล้วยังมาบังคับให้เรียน
เราเชื่อว่าการศึกษาเป็นแค่ส่วนประกอบของชีวิตเท่านั้น
เราจึงนำปัญหานี้ไปปรึกษากับพี่ที่ทำงาน พี่ที่ทำงานจบมาได้แค่ 1 ปี
แต่ทำเป็นรู้มาก บอกว่าควรเรียนต่อให้จบแล้วมาทำงานดีกว่า
เราจึงบอกกับทางพี่ที่ทำงานเหมือนกับที่บอกแม่และพี่สาว
"ถ้าคนเราเรียนไปเพราะใบปริญญา มันมีค่าเท่ากระดาษเปล่า 1 ใบ ถ้าคนเราเรียนด้วยความชอบ มันเหมือนใบตราสารทุน"
พี่ที่ทำงานกับทางบ้าน เห็นว่าความคิดเราเป็นเด็กที่ไม่รู้จักความจริง
เราอ่ะนั่งคิดนะถ้าความคิดเหมือนเด็ก ความคิดของผู้ใหญ่มันถูก แต่หารู้ไม่ยังไม่มีประสบการณ์"