สวัสดีค่ะ วันนี้จะมาขอแชร์ประสบการณ์ของตัวเองและคนในครอบครัว ที่เพิ่งผ่านมาได้สักระยะนึงให้ฟังนะคะ เรื่องมีอยู่ว่า เราเลี้ยงแมวอยู่ 4 ตัว เก็บมาตั้งแต่เล็ก ทั้ง 4 ตัวเป็นพี่น้องกัน ปัจจุบันอายุ 12 ปีแล้ว เลี้ยงระบบเปิดมาแต่แรก คือจะเปิดประตูหน้าบ้านทิ้งไว้เลย แมวก็เดินเข้าเดินออกทั้งวัน ไม่มีประวัติหรือพฤติกรรมหนีเที่ยว เป็นแมวติดคน ติดบ้าน อยู่แค่ในบริเวณบ้านเท่านั้น แต่ก่อนเวลาเราจะเอารถออกไปไหน ก็ไม่เคยจะสนใจดู ขับออกไปเลย ด้วยความเคยชินรู้ว่าแมวจะกระโดดหนีทุกครั้งที่ได้ยินเสียงรถ ก็เลยไม่เคยจะห่วงอะไร
วันเกิดเหตุ เราจะพาหมาที่บ้านไปว่ายน้ำ ลงมาก็เห็นว่าแม่บ้านอาบน้ำแมวอยู่ ก็เอาหมาใส่รถ แล้วก็ขับออกจากบ้านไปเลยด้วยความรวดเร็ว บ้านเราอยู่ลาดพร้าวแถวๆบิ๊กซี ขับไปสระว่ายน้ำตรงเลียบทางด่วนเอกมัย-รามอินทรา เป็นคนขับรถเร็วพอสมควร ระยะทางน่าจะประมาณ 5 กม. ไปถึงก็ชิล พาหมาลงมาเดินเล่นรอลงสระ น่าจะประมาณ 15 นาที เสร็จแล้วก็ขับต่อมา carcare ตรงลาดพร้าว 80 เพราะนัดเพื่อนดูหนังที่เอสพลานาด ทิ้งรถไว้ แล้วมาดูหนังกับเพื่อน กลับไปเอารถช่วงบ่าย ทิ้งรถไว้ที่carcareน่าจะเกือบ 4 ชม. พอกลับมาเอารถ เกือบๆจะขับออกไปอยู่แล้ว มีเด็กที่ร้านบอกว่า รถพี่มีแมวติดอยู่ใต้กระโปรงรถด้วย เราตกใจมาก ถามคำแรกเลยว่า แล้วตายหรือเปล่า เด็กบอกว่าไม่ตาย พอเอาน้ำฉีดล้างรถ แมวกระโดดออกไป แต่น่าจะเจ็บ เห็นขนกระจุยเลย
เราถามหาแมวบอกเด็กว่าไม่รู้ใช่แมวเราหรือเปล่า เราเลี้ยงแมว แต่เราทิ้งรถไว้นานตั้งหลายชม. เด็กบอกว่ามันคงหนีไปแล้ว โทรกลับไปที่บ้านให้ดูแมวว่าครบรึเปล่า รอบแรกที่บ้านบอกว่าครบ เลยคิดว่าเป็นแมวข้างบ้านที่คอยให้ข้าวกิน สักพักที่บ้านโทรกลับมาอีกว่านับซ้ำ แมวหายไปตัวนึง เราใจจะขาด เดินหาแมวในบริเวณนั้นอยู่นานมาก เด็กที่ร้านก็ช่วยกันหาใหญ่เลย หาอยู่นานคิดว่าไม่เจอแล้ว ก็ฝากที่ร้านไว้ให้โทรหาถ้าเจอ พอสตารท์รถเด็กบอกว่า พี่แมวอยู่ใต้ท้องรถ เราคิดว่ามันคงหลบอยู่แถวๆนั้น หรืออาจจะใต้รถคันอื่นที่เอามาล้าง และได้ยินเสียงเรา กับคุ้นเสียงรถเลยกลับมาที่เดิม ตรวจดูตามตัวไม่เป็นอะไร นอกจากเท้าพองทั้งสี่ข้าง คงเพราะความร้อนตอนที่ติดกับรถมา ที่ร้านบอกว่าเราโชคดีมาก ขับมาซะไกล ทิ้งรถไว้ก็นาน ยังหาแมวเจอ และแมวไม่เป็นไร ก่อนหน้านี้มีคนเอา fortuner มาล้าง เปิดมาปั่นแมวซะเละ เพราะแมวเข้ามานอนในรถ สาเหตุที่แมวเข้ามาในรถทั้งที่ไม่เคยเข้านั้น ไม่แน่ใจว่าเพราะถูกจับอาบน้ำหรือเปล่า เห็นคนบอกว่าแมวชอบนอนในที่อุ่น อาจจะหลบมาอยู่ แล้ววันนั้นเราดันสตาร์ทแล้วขับออกไปเลย ไม่ได้วอร์มเครื่อง คิดว่ามันคงกระโดดไม่ทัน เลยเกาะรถไปด้วย
จากเหตุการณ์ครั้งนั้น ทำให้ทุกวันนี้เวลาเราออกจากบ้าน เราจะนับแมวที่บ้านให้ครบทุกตัว เช็คว่าอยู่ตรงไหน มีคนที่บ้านคอยช่วยดูเวลาเอารถออกจากบ้าน และเปิดฝากระโปรงรถทุกครั้งก่อนขับรถออกไป เพื่อความสบายใจของตัวเอง เพราะอาจไม่โชคดีเหมือนครั้งนี้ บางทีอาจจะไม่ใช่แมวของเราเอง อาจจะเป็นสัตว์อื่น เช่น หนู ก็เป็นได้ อย่างเพื่อนเราเคยจอดรถค้างคืนไว้ที่วัด ตื่นเช้าเอารถขับออกไป ได้ยินเสียงแมวร้อง ก็เป็นอีกเคสที่โชคดีช่วยไว้ได้ ......ก็เลยอยากจะฝากเรื่องนี้ไว้เป็นอุทาหรณ์ และขอแนะนำให้ทุกคนตรวจเช็ครถ และเปิดฝากระโปรงรถดูทุกครั้งก่อนสตาร์ทรถด้วยค่ะ เพื่อความปลอดภัยของสัตว์ที่อาจจะติดอยู่ในรถของคุณ อย่างเวลาเราเห็นแมวถูกรถชนบนนถนน ก็อดคิดไม่ได้ว่า มันอาจจะติดอยู่ในรถของใครโดยที่เจ้าของรถไม่ได้ดูก่อนขับรถออกไปหรือเปล่า รวมทั้งเจ้าของที่ประกาศตามหาแมวหาย จะเป็นไปได้ไหมว่าแมวมันติดไปกับรถโดยที่เจ้าของไม่รู้


ก่อนขับรถออกจากบ้านสละเวลาเปิดฝากระโปรงรถสักนิด เพื่อความปลอดภัยของสัตว์เลี้ยงในบ้าน....
วันเกิดเหตุ เราจะพาหมาที่บ้านไปว่ายน้ำ ลงมาก็เห็นว่าแม่บ้านอาบน้ำแมวอยู่ ก็เอาหมาใส่รถ แล้วก็ขับออกจากบ้านไปเลยด้วยความรวดเร็ว บ้านเราอยู่ลาดพร้าวแถวๆบิ๊กซี ขับไปสระว่ายน้ำตรงเลียบทางด่วนเอกมัย-รามอินทรา เป็นคนขับรถเร็วพอสมควร ระยะทางน่าจะประมาณ 5 กม. ไปถึงก็ชิล พาหมาลงมาเดินเล่นรอลงสระ น่าจะประมาณ 15 นาที เสร็จแล้วก็ขับต่อมา carcare ตรงลาดพร้าว 80 เพราะนัดเพื่อนดูหนังที่เอสพลานาด ทิ้งรถไว้ แล้วมาดูหนังกับเพื่อน กลับไปเอารถช่วงบ่าย ทิ้งรถไว้ที่carcareน่าจะเกือบ 4 ชม. พอกลับมาเอารถ เกือบๆจะขับออกไปอยู่แล้ว มีเด็กที่ร้านบอกว่า รถพี่มีแมวติดอยู่ใต้กระโปรงรถด้วย เราตกใจมาก ถามคำแรกเลยว่า แล้วตายหรือเปล่า เด็กบอกว่าไม่ตาย พอเอาน้ำฉีดล้างรถ แมวกระโดดออกไป แต่น่าจะเจ็บ เห็นขนกระจุยเลย
เราถามหาแมวบอกเด็กว่าไม่รู้ใช่แมวเราหรือเปล่า เราเลี้ยงแมว แต่เราทิ้งรถไว้นานตั้งหลายชม. เด็กบอกว่ามันคงหนีไปแล้ว โทรกลับไปที่บ้านให้ดูแมวว่าครบรึเปล่า รอบแรกที่บ้านบอกว่าครบ เลยคิดว่าเป็นแมวข้างบ้านที่คอยให้ข้าวกิน สักพักที่บ้านโทรกลับมาอีกว่านับซ้ำ แมวหายไปตัวนึง เราใจจะขาด เดินหาแมวในบริเวณนั้นอยู่นานมาก เด็กที่ร้านก็ช่วยกันหาใหญ่เลย หาอยู่นานคิดว่าไม่เจอแล้ว ก็ฝากที่ร้านไว้ให้โทรหาถ้าเจอ พอสตารท์รถเด็กบอกว่า พี่แมวอยู่ใต้ท้องรถ เราคิดว่ามันคงหลบอยู่แถวๆนั้น หรืออาจจะใต้รถคันอื่นที่เอามาล้าง และได้ยินเสียงเรา กับคุ้นเสียงรถเลยกลับมาที่เดิม ตรวจดูตามตัวไม่เป็นอะไร นอกจากเท้าพองทั้งสี่ข้าง คงเพราะความร้อนตอนที่ติดกับรถมา ที่ร้านบอกว่าเราโชคดีมาก ขับมาซะไกล ทิ้งรถไว้ก็นาน ยังหาแมวเจอ และแมวไม่เป็นไร ก่อนหน้านี้มีคนเอา fortuner มาล้าง เปิดมาปั่นแมวซะเละ เพราะแมวเข้ามานอนในรถ สาเหตุที่แมวเข้ามาในรถทั้งที่ไม่เคยเข้านั้น ไม่แน่ใจว่าเพราะถูกจับอาบน้ำหรือเปล่า เห็นคนบอกว่าแมวชอบนอนในที่อุ่น อาจจะหลบมาอยู่ แล้ววันนั้นเราดันสตาร์ทแล้วขับออกไปเลย ไม่ได้วอร์มเครื่อง คิดว่ามันคงกระโดดไม่ทัน เลยเกาะรถไปด้วย
จากเหตุการณ์ครั้งนั้น ทำให้ทุกวันนี้เวลาเราออกจากบ้าน เราจะนับแมวที่บ้านให้ครบทุกตัว เช็คว่าอยู่ตรงไหน มีคนที่บ้านคอยช่วยดูเวลาเอารถออกจากบ้าน และเปิดฝากระโปรงรถทุกครั้งก่อนขับรถออกไป เพื่อความสบายใจของตัวเอง เพราะอาจไม่โชคดีเหมือนครั้งนี้ บางทีอาจจะไม่ใช่แมวของเราเอง อาจจะเป็นสัตว์อื่น เช่น หนู ก็เป็นได้ อย่างเพื่อนเราเคยจอดรถค้างคืนไว้ที่วัด ตื่นเช้าเอารถขับออกไป ได้ยินเสียงแมวร้อง ก็เป็นอีกเคสที่โชคดีช่วยไว้ได้ ......ก็เลยอยากจะฝากเรื่องนี้ไว้เป็นอุทาหรณ์ และขอแนะนำให้ทุกคนตรวจเช็ครถ และเปิดฝากระโปรงรถดูทุกครั้งก่อนสตาร์ทรถด้วยค่ะ เพื่อความปลอดภัยของสัตว์ที่อาจจะติดอยู่ในรถของคุณ อย่างเวลาเราเห็นแมวถูกรถชนบนนถนน ก็อดคิดไม่ได้ว่า มันอาจจะติดอยู่ในรถของใครโดยที่เจ้าของรถไม่ได้ดูก่อนขับรถออกไปหรือเปล่า รวมทั้งเจ้าของที่ประกาศตามหาแมวหาย จะเป็นไปได้ไหมว่าแมวมันติดไปกับรถโดยที่เจ้าของไม่รู้