ผมเรียกมันว่า บททดสอบของชีวิต

คุณเคยเชื่อในเรื่องของโชคชะตาไหม ?
ผมเป็นคนหนึ่งที่มักจะถามคำถามนี้กับตัวเองเสมอ ๆ เพราะหลายๆอย่างที่ผมได้เจอ มันทำให้ผมสงสัยในหลายๆครั้ง
ผมจะขอเล่าประวัติชีวิตผมสักนิด ผมเชื่อว่าชีวิตผมอาจจะไม่ได้ลำบากจนถึงขีดสุด แต่ก็ไม่เคยสุขสบายแบบคนอื่นๆ
ผมเกิดที่จังหวัด ชลบุรี พ่อผมเป็นคนจังหวัดระยอง แม่ผมเป็นคนจังหวัดลำปาง ตอนผมเกิดมาชีวิตผมเหมือนจะสมบูรณ์แบบมากๆ
พ่อผมรับจ้างทำเบาะรถ โซฟา ต่างๆ ซึ่งค่อนข้างมีชื่อเสียงและเป็นที่รู้จักพอสมควรในพัทยา ชีวิตผมในช่วงนั้นเรียกได้ว่าสุขสบาย
ทุกอาทิตย์พ่อผมจะพาผมไปเที่ยว ไม่ว่าจะเป็นสวนสัตว์ ทะเล หรือกินร้านอาหารในห้าง เป็นชีวิตที่มีแต่ความสุข
พ่อกับแม่ผมตามใจผมมาก ผมอยากได้อะไรก็ต้องได้ พ่อจะหามาให้ทุกๆอย่าง

จนกระทั่ง วันที่มันเปลี่ยนแปลงชีวิตผมมาถึง วันที่พ่อผมเสียชีวิต ตอนนั้นผมจำได้อย่างแม่นยำว่าผมอยู่ ป.3 วันที่พ่อผมเสีย
มีมอเตอร์ไซค์รับจ้างมารับผมที่หน้าร้านเกมส์ บอกกับผมว่าพ่อผมเสียแล้ว ผมรู้สึกอึ้ง พูดอะไรไม่ออก มันหนักมากเกินกว่าเด็กคนหนึ่งจะรับมันไหว
หลังจากที่พ่อผมเสียทุกๆอย่างเริ่มมีการเปลี่ยนแปลง แม่ผมตั้งแต่แต่งงานกับพ่อ แม่ไม่ได้ทำงานอะไร เป็นแม่บ้านทำงานบ้านทั่วๆไป
เมื่อเสาหลักคือพ่อได้จากไป แม่ผมต้องทำงานแต่ก็ไม่พ้นงานรับจ้าง เพราะแม่จบแค่ ป.4 แล้วจากนั้นชีวิตผมก็เริ่มรู้สึกมีช่องว่าง
กลับจากโรงเรียนมาถึงบ้าน แม่ก็ไม่อยู่ เพราะแม่ต้องทำงาน ผมก็จะไปหมกตัวอยู่กับเพื่อนในร้านเกม อยู่แบบนั้นทั้งวันจนกว่าแม่จะกลับ
ผมเริ่มติดเพื่อน เพื่อนผมชวนผมสูบบุหรี่ ขณะนั้นผมยังอยู่แค่ ป.4 ผมทำทุกอย่างตามเพื่อน เริ่มขโมยของที่ตลาดนัด แต่ก็เป็นแค่ของเล็กๆน้อยๆ
เช่นพวกแหวน กำไรข้อมือ พลุ ประทัด ทำเพื่อตอบสนองความสนุกของตนเอง ทำเพื่อให้ได้เล่นกับเพื่อน เพราะชีวิตผมแทบจะไม่เหลือใครอีกแล้ว

จนกระทั่งวันหนึ่ง ตอนนั้นผมกำลังจะขึ้น ป.5 แม่ผมเริ่มรู้ว่าผมกำลังจะแย่ลง จึงได้ขอร้องให้ป้าผมรับผมไปอยู่ด้วย
เนื่องจากแม่ผมไม่มีเวลามาดูแล และคิดว่าถ้าอยู่ที่พัทยาต่อไป วันหน้าผมจะต้องติดยา ค้ายา ขโมยรถ กระชากสร้อย เป็นโจรอย่างไม่ต้องสงสัย
ทำให้ผมต้องไปอยู่กับป้า(ซึ่งเป็นพี่สาวของพ่อผม) ผมได้ไปอาศัยอยู่กับป้าที่ กรุงเทพ เรียนโรงเรียนประถมย่าน บึงกุ่ม
ชีวิตผมดีขึ้นมาก ผมมีคนคอยสั่งสอน คอยดูแล ป้าผมทำให้ผมกลับมามีชีวิตที่ดีขึ้นอีกครั้ง ป้าผมสอนให้ผมใช้ชีวิตเป็น ทำงานบ้านเป็น
ทำให้ผมมีนิสัยที่ดีขึ้น มีความรับผิดชอบมากขึ้น (ตั้งแต่มาอยู่กับป้าผมไม่เคยลักขโมย ไม่ยุ่งเกี่ยวบุหรี่หรือยาเสพติด) ขณะที่อยู่กับป้าผม ป้าผมจะเคี่ยวเข็ญให้ผมเรียนหนังสือ ป้าผมบอกผมเสมอว่าผมเป็นเด็กหัวดี (ตอนนั้นผมเข้าใจมาเสมอว่าคนที่เรียนหนังสือต้องได้เกรด 4.00 ทุกคน -"- เพราะผมได้เกรดนี้มาตลอด)  ผมคิดว่าผมกำลังจะมีอนาคตที่ดีในไม่ช้า แต่แล้วความคิดนี้ก็พังลง ตอนนั้นผมอยู่ ป.6 กำลังจะขึ้น ม.1 ป้ากับลุงผมทะเลาะกันรุนแรง
ลุงผมเป็นคนเสพติด (ลุงสูบกัญชา) ลุงเป็นเจ้าของบ้าน ไล่ป้าผมและพวกผมออกจากบ้าน ทำให้ผมรู้สึกว่าผมต้องเร่ร่อนอีกครั้ง ..

แต่เหมือนโชคชะตาเหมือนจะยังเห็นใจผมอยู่บ้าง
น้าชายผม (น้องชายของแม่) ได้เข้ามาอาสาจะดูแลผมต่อ โดยน้าชายได้พาผมไปอยู่ที่จังหวัดลำปาง เนื่องจากน้าชายต้องการกลับไปดูแลพ่อกับแม่ที่นั่น(ก็คือตากับยายผม) ชีวิตผมจึงได้กลับเข้าที่เข้าทางอีกครั้ง ผมจึงได้เรียนต่อ ม.1 ที่ลำปาง ระหว่างที่อยู่กับน้า จะว่ามีชีวิตที่ดีก็ดี จะว่าลำบากก็ใช่ เพราะผมต้องทำงานบ้านเกือบทุกอย่างในบ้าน กวาดบ้าน ถูบ้าน ล้างจาน ซักเสื้อผ้า ทำทุกๆอย่าง ผมแทบจะไม่ได้ออกไปข้างนอกเลย ผมอิจฉาเพื่อนๆ
ที่เค้าได้ไปเที่ยว ได้ออกจากบ้าน เพราะเมื่อผมจะขอน้าผมออกจากบ้านทีไร ผมจะต้องโดนด่า โดนว่าทุกที ผมพยายามหาเหตุผลไห้ตัวเองต่างๆนานาและผมก็ให้คำตอบกลับตัวเองว่า 'วันหนึ่งผมโตขึ้น ผมมีความคิดที่ดีขึ้น น้าผมจะต้องฟังเหตุผลผม และจะไว้ใจผม น้าคงมีเหตุผลของเค้า' จนยิ่งวันที่น้าผมมีลูก ผมยิ่งไม่ได้ออกไปไหนเลย แถมยังมีงานเพิ่มขึ้นมาอีกก็คือ ดูแลน้อง อยู่เป็นเพื่อนน้อง แทบจะไม่มีเวลาออกไปสังคมกับเพื่อนเลยจริงๆ ผมคิดน้อยใจในโชคชะตาของตัวเอง ทำไมผมต้องมาเจอกับอะไรแย่ๆแบบนี้ ตอนนี้ถ้าพ่อผมไม่ตาย ? ผมคงจะมีชีวิตที่ดีกว่านี้

ในบ้านผมปัญหามีไม่มาก มีแค่เรื่องเดียวคือ 'เรื่องเงิน' ปัญหานี้ทำร้ายจิตใจ ทำลายมิตรภาพ ญาติพี่น้อง เกือบจะทำลายทุกๆอย่าง ผมเกลียดความจนของตัวเองมาก น้าผมมักจะกดดันให้ผมโทรไปโกหกขอยืมเงินญาติๆ ต่างๆนานา ผมเป็นคนที่ขี้เกรงใจมาก แต่ก็ต้องทำเพราะเลี่ยงไม่ได้
แต่ผมก็อดทนอยู่มาได้หลายปี  จนกระทั่งตอนผมกำลังจะขึ้น ม.6 เหมือนโชคชะตาต้องการจะทดสอบผมอีกครั้ง

ป้าผมที่เคยโดนไล่ออกจากบ้านพร้อมๆกับผม เริ่มจะตั้งตัวได้ เริ่มจะพอมีเงิน ป้าก็เริ่มส่งเงินมาให้ผมใช้ แต่ปัญหาก็คือ ป้าผมกับน้าไม่ถูกกันอย่างรุนแรง
เพราะน้าผมบอกผมเสมอว่า ป้าผมทิ้งผมเอาไว้ ถ้าน้าไม่มาดูแล ป้าผมก็ไม่มีปัญญาดูแลผมได้ น้าผมจึงเกลียดป้าผม
แต่ผมไม่เคยเกลียดป้าผมเลย แม้กระทั่งแม่ผม ถึงแม้แม่จะไม่ได้ดูแลผม ไม่มีเวลา แต่ผมเข้าใจว่าบางสถานการณ์มันไม่สามารถเลือกจะทำอะไรได้
ป้าผมเริ่มจะโอนเงินมาให้ผมใช้ส่วนตัว ผมปิดบังน้ามาตลอด เพราะถ้าน้าผมรู้เมื่อไร น้าผมจะต้องเอาไป และจะต้องมีปัญหาตามมาแน่ๆ
และวันที่มีปัญหาก็มาถึง ป้าผมทะเลาะกับน้าอย่างรุนแรงเพราะป้าอยากให้ผมไปหา แต่น้าผมไม่ไห้ไป ผมเป็นคนกลางไม่รู้จะตัดสินใจยังไง
ผมรู้สึกอึดอัดมาก จนถึงจุดที่ต้องตัดสินใจ น้าผมได้ให้ผมเป็นคนตัดสินใจว่าจะอยู่กับใคร ? ใจนึงผมก็อยากไปให้พ้นจากที่นี่ เพราะผมไม่เคยมีเวลาเป็นส่วนตัวเลย ผมอยากจะเดินออกไปจากความลำบากนี้สักที แต่อีกใจผมก็สงสารน้อง สงสารน้า เค้าอุตส่าห์รับผมมาดูแล จะให้ผมอกตัญญูกับเค้าอย่างนั้นหรือ ? ในเมื่อต้องตัดสินใจ ผมคิดว่ามันยังไม่ถึงเวลาที่ผมจะคิดถึงเรื่องบุญคุณ ผมจะทำอะไรได้มากกว่านี้ถ้าหากผมมีโอกาส มีความเป็นอยู่ที่ดีกว่า
ผมจึงเลือกไปอยู่กับป้า แต่จริงๆผมไม่ได้อาศัยอยู่กับป้า ป้าผมแค่ส่งเงินมาให้ผม แต่ให้ผมไปอาศัยอยู่กับแม่ของลุง(ลุงคนนี้คือแฟนไหม่ป้า)ซึ่งมีบ้านอยู่
ในจังหวัดลำปางเหมือนกัน วันที่ผมกำลังเลือกทางเดินชีวิตผม ผมได้กราบเท้าน้าของผม ขอบคุณท่าน และกล่าวลา ผมรู้ว่ามันจบไม่ดีเลยที่เป็นเช่นนี้
แต่ผมได้ให้คำมั่นสัญญากับตัวเองไว้ 'วันใดผมประสบความสำเร็จ วันใดผมเรียนจบ ผู้มีพระคุณกับผมทุกคน ผมไม่มีวันลืม' เป็นสิ่งที่ผมคิดไว้เสมอ

ผมจบ ม.6 สายวิทย์ คณิต ตอนนั้นผมสอบติด พยาบาลบรมราชชนนี ที่จริงผมอยากเรียนหมอมาก แต่หัวสมองผมคงไปไม่ถึง ผมจึงเลือกจะสอบพยาบาล แล้วผมก็ติด เหตุผลที่ผมอยากเรียนเพราะว่า ผมอยากช่วยเหลือคนอื่น ผมอยากเรียนจบแล้วทำงานไวๆ ผมอยากตอบแทนบุญคุณ แต่ป้าผมได้ให้ตัวเลือก และทางเลือกกับผมไหม่ ป้าผมบอกกับผมว่า เรียนพยาบาล มันไม่ค่อยก้าวหน้าหรอก ถ้าเรียนพยาบาลแล้วสามารถสอบเป็นหมอได้ป้าจะให้ผมเรียน
ผมจึงจำต้องทิ้งพยาบาล แล้วไปสอบ วิศวะ ที่เชียงใหม่เพื่อตอบสนองความต้องการของป้าผม ทั้งๆที่ผมไม่เคยชอบ วิศวะ เลยผมเกลียดวิชาคำนวณ แล้วผมก็ติด วิศวะ ตามที่ป้าผมต้องการ แต่ผมก็ไม่ได้เรียนวิศวะ เพราะผมมีทางเลือกที่ดีกว่า
ก่อนที่ผมจะจบ ม.6 คุณครูได้ส่ง(หรือเรียกได้ว่าบังคับ)ผมไปสอบทุนๆหนึ่ง ซึ่งทุนนั้นคือ หนึ่งอำเภอ หนึ่งทุน(ODOS) ซึ่งผมบอกตรงๆว่าผมไม่เคยจะสนใจทุนนี้เลยจริงๆ (คำว่าทุน สำหรับผมคือต้องเก่ง เก่งมากๆ ถึงจะได้) หน้าอย่างผมเนี่ยหรือ ? จะไปสอบชิงทุน แถมทุนนี้ส่งเด็กไปเรียนต่อต่างประเทศอีกต่างหาก ผมเนี่ยหรือ ? ผมจึงไม่ได้ใส่ใจกับทุนนี้เท่าไร แต่ก็ไปสอบเพราะไม่อยากเสียโอกาส

ปรากฏว่าผมสอบผ่านข้อเขียน คนเดียวของอำเภอ และมีสิทธิ์สอบสัมภาษณ์เพียงคนเดียว (ซึ่งตรงกับจุดประสงค์ทุนคือ 1อำเภอ 1ทุน ซึ่งหมายความว่า ผมไม่มีคู่แข่ง) เหมือนโชคชะตาจะเข้าใจความลำบากของผม เหมือนทุกๆอย่างเป็นใจ ตอนนี้ผมได้ทุนมาเรียนต่ออยู่ที่ประเทศ ญี่ปุ่น
ผมเลือกเรียน สาขา เศรษฐศาสตร์ ผมไม่เคยคิดมาก่อนในชีวิตว่าผมจะได้มาถึงจุดๆนี้ ก่อนหน้านี้ผมยังไม่รู้เลยว่าผมจะมีทุน มีปัญญาเรียนปริญญาตรี รึเปล่า ผมคิดตลอดว่าผมโชคดีมาก ที่โอกาสนี้ผมไม่ได้พลาดมันไป ทั้งชีวิตทำงานเก็บเงินก็ยังไม่รู้ว่าจะได้มีโอกาสมาต่างประเทศมั้ย
ผมเชื่อในโชคชะตา ว่ามันจะต้องดีขึ้น และผมก็คิดถูก ผมเคยเสียใจที่โชคชะตาทำให้ผมเป็นแบบนี้ แต่วันนี้ผมไม่รู้สึกแบบนั้นอีกแล้ว
ตอนนี้ ผมรู้สึกได้ว่า ความลำบาก ที่ผมเจอมันกำลังสอนผมอยู่ ตอนนี้ผมดีใจที่ชีวิตผมเจอสิ่งร้ายๆเข้ามาเสมอๆ เพราะมันทำให้ผมรู้สึกว่า
'ต่อจากนี้ไม่ว่าจะมีปัญหา หรือเรื่องร้ายแรงมากแค่ใหน มันจะไม่ร้ายแรงไปกว่าที่ผมเคยเจอมาอีกแล้ว'

ปล. ผมแค่ต้องการแชร์ประสบการชีวิต ได้อ่านกระทู้ของหลายๆท่านแล้วก็รู้สึกมีกำลังใจ
จึงอยากจะแชร์ประสบการณ์ชีวิตของตัวเองบ้าง เผื่อจะเป็นกำลังใจให้กับผู้อ่านครับ หัวเราะ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่