(เกาะติดประมูล4G) กสทช.เศรษฐพงค์ ระบุ ผู้ที่จะเข้าประมูลมีค่าใช้จ่าย 5 แสนบาท และค่ามัดจำอีก 5% ของราคาตั้งต้น (580 ล้านบาท) แต่ถ้าวันประมูลมีผู้เข้าประมูลเท่ากับหรือน้อยกว่า 2 ราย จะยกเลิกการประมูลทันที
ประเด็นหลัก
และคาดว่าจะใช้เวลา 45 วัน หรือประมาณกลาง พ.ค.-มิ.ย.จากนั้นจะนำกลับไปที่ประชุม กสทช.อีกครั้งก่อนประกาศลงราชกิจจานุเบกษา เพื่อนำไปประกอบในการทำหนังสือเชื้อเชิญลงทุน (IM) ปลายเดือน ก.ค. และให้ผู้ที่สนใจนำเอกสารมายื่นในต้นเดือน ส.ค.เพื่อตรวจสอบและเปิดประมูลในกลางเดือน ส.ค.นี้
"ผู้ที่จะเข้าประมูลมีค่าใช้จ่าย 5 แสนบาท และค่ามัดจำอีก 5% ของราคาตั้งต้น (580 ล้านบาท) แต่ถ้าวันประมูลมีผู้เข้าประมูลเท่ากับหรือน้อยกว่า 2 ราย จะยกเลิกการประมูลทันที แต่ถ้าเดินหน้าประมูลต่อได้ก็น่าจะให้ใบอนุญาตได้ภายในเดือน ก.ย.นี้"
โดยการประมูลคลื่น 1800 MHz ที่จะเกิดขึ้นกลางเดือน ส.ค. เป็นการประมูลความถี่ในส่วนของ บมจ.กสท โทรคมนาคม ที่ให้สัมปทานบริษัท ทรูมูฟ จำกัด และบริษัท ดิจิตอล โฟน จำกัด ความจุ 25 MHz x2 แบ่งเป็น 2 ใบอนุญาต ใบละ 12.5 MHz x2 (1710-1722.5 MHz คู่กับ 1808-1817.5 MHz และ 1748-1760.5 MHz คู่กับ 1843-1855.5 MHz)
______________________________________
กทค.เคาะ 4G ใบละ 11,600 ล. ประมูล ส.ค.-900MHz พ.ย.นี้
ประชาชาติธุรกิจออนไลน์
"กทค." พร้อมเปิดประมูลคลื่น 1800 MHz กลาง ส.ค.นี้ เคาะราคาตั้งต้น 11,600 ล้านบาท/ใบอนุญาต ยึดสูตรคำนวณ "ไอทียู" มั่นใจค่ายมือถือแห่ชิงคลื่นคึกคัก ทั้งเตรียมเคาะราคาคลื่น 900 MHz ก่อนประมูล พ.ย.
พ.อ.เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ รองประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ในฐานะประธานคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม (กทค.) เปิดเผยว่า ที่ประชุม กทค.ที่ผ่านมา (18 เม.ย. 2557) มีมติเกี่ยวกับการกำหนดราคาตั้งต้นประมูลคลื่นความถี่ 1800 MHz ที่ 11,600 ล้านบาท/ใบอนุญาต เพื่อให้ผู้ชนะนำไปเปิดบริการ 4G หรืออื่น ๆ และเตรียมเสนอให้ที่ประชุมคณะกรรมการ กสทช.พิจารณาต่อไปก่อนนำไปประกาศเพื่อรับฟังความคิดเห็น
และคาดว่าจะใช้เวลา 45 วัน หรือประมาณกลาง พ.ค.-มิ.ย.จากนั้นจะนำกลับไปที่ประชุม กสทช.อีกครั้งก่อนประกาศลงราชกิจจานุเบกษา เพื่อนำไปประกอบในการทำหนังสือเชื้อเชิญลงทุน (IM) ปลายเดือน ก.ค. และให้ผู้ที่สนใจนำเอกสารมายื่นในต้นเดือน ส.ค.เพื่อตรวจสอบและเปิดประมูลในกลางเดือน ส.ค.นี้
"ผู้ที่จะเข้าประมูลมีค่าใช้จ่าย 5 แสนบาท และค่ามัดจำอีก 5% ของราคาตั้งต้น (580 ล้านบาท) แต่ถ้าวันประมูลมีผู้เข้าประมูลเท่ากับหรือน้อยกว่า 2 ราย จะยกเลิกการประมูลทันที แต่ถ้าเดินหน้าประมูลต่อได้ก็น่าจะให้ใบอนุญาตได้ภายในเดือน ก.ย.นี้"
โดยการประมูลคลื่น 1800 MHz ที่จะเกิดขึ้นกลางเดือน ส.ค. เป็นการประมูลความถี่ในส่วนของ บมจ.กสท โทรคมนาคม ที่ให้สัมปทานบริษัท ทรูมูฟ จำกัด และบริษัท ดิจิตอล โฟน จำกัด ความจุ 25 MHz x2 แบ่งเป็น 2 ใบอนุญาต ใบละ 12.5 MHz x2 (1710-1722.5 MHz คู่กับ 1808-1817.5 MHz และ 1748-1760.5 MHz คู่กับ 1843-1855.5 MHz)
ซึ่งกฎของการประมูลกำหนดให้เสนอราคา 580 ล้านบาท/ครั้ง และประมูลพร้อมกันทั้งสองใบอนุญาต ห้ามผู้เข้าร่วมประมูลรายหนึ่งถือใบอนุญาตสองใบ และกำหนดให้ผู้ชนะประมูลต้องขยายโครงข่ายให้ครอบคลุม 40% ของจำนวนประชากรภายใน 4 ปี และใบอนุญาตนี้มีอายุ 19 ปี
สำหรับการกำหนดราคาตั้งต้น "กทค." ได้ให้สหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศ (ไอทียู) ดำเนินการวิเคราะห์ โดย กทค.ไม่ได้เข้าไปปรับเปลี่ยนแต่อย่างใด โดยการคำนวณมูลค่าคลื่นพิจารณาจาก 3 ตัวแปรด้วยกัน คือ ด้านเศรษฐมิติ (การประมูลคลื่น 1800 MHz ในภูมิภาคนี้, อัตราแลกเปลี่ยนและค่าผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศหรือจีดีพี), รายได้และกำไรที่กลับมาหลังนำคลื่นไปประกอบธุรกิจ (Full Enterprise Value) และการประหยัดต้นทุนหลังได้รับคลื่นไป (Cost Reduction) แตกต่างจากการประมูลคลื่น 2100 MHz เมื่อปลายปี 2555 ที่ผ่านมาที่คำนึงถึงเศรษฐมิติในการคำนวณราคาตั้งต้น
"ถ้านำแค่เศรษฐมิติมาคำนวณอย่างเดียว ราคาอาจต่ำจนเหลือ 300 กว่าล้านบาท/ใบอนุญาต ซึ่งไม่สมเหตุสมผลนักเพราะโอเปอเรเตอร์ทุกรายตอนนี้มีคลื่น 2100 MHz เป็นพื้นฐานเพื่อให้บริการ 3G ดังนั้น คลื่น 1800 MHz เป็นเพียงคลื่นเสริมเพื่อช่วยเหลือเรื่องการบริการที่สมบูรณ์มากขึ้น"
อย่างไรก็ตาม เมื่อเทียบราคาตั้งต้นของคลื่น 1800 MHz ต่อ 1 MHz จะอยู่ที่ 464 ล้านบาท สูงกว่าราคาตั้งต้นของคลื่น 2100 MHz ต่อ 1 MHz ที่มีมูลค่า 450 ล้านบาท ประมาณ 3% เพราะเป็นคลื่นเสริม แต่เชื่อว่าราคานี้จะดึงดูดให้โอเปอเรเตอร์ทั้งรายใหญ่และรายเล็กเข้ามาประมูลเพื่อนำไปให้บริการ 4G ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ให้บริการความเร็วอินเทอร์เน็ตสูงกว่า 3G กว่าเท่าตัว
นอกจากนี้ การประมูลยังทำให้อุตสาหกรรมโทรคมนาคมเติบโตจากการใช้งานดาต้าที่เพิ่มขึ้น และเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ส่งเสริมการเติบโตของอัตราจีดีพีของประเทศ เพราะทำให้อัตราการจ้างงานเพิ่มขึ้นเช่นกัน
"จริง ๆ ไอทียูประเมินราคาคลื่น 1800 MHz นี้อยู่ที่ 663 ล้านบาท/MHz แต่ถ้าตั้งราคานี้คงไม่ดึงดูดใจผู้ประมูล จึงปรับลดราคาลง 70% ของมูลค่าดังกล่าวเหลือที่ 464 ล้านบาท/MHz เพื่อเป็นราคาตั้งต้น เพราะการตั้งราคานี้จะทำให้โอกาสที่ราคาในการประมูลจะพุ่งไปที่ 70-80% ของมูลค่านี้มีสูง และทุกประเทศที่จัดการประมูลใหญ่ ๆ ก็มีการปรับลดราคาจากราคาประเมินทั้งนั้น"
พ.อ.เศรษฐพงค์กล่าวต่อว่า สำหรับคลื่น 900 MHz ของ บมจ.ทีโอที ที่ให้สัมปทานแก่ บมจ.แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส หรือเอไอเอส ซึ่งจะสิ้นสุดสัมปทานในปี 2558 แต่จะนำมาประมูลล่วงหน้าในเดือน พ.ย.นี้ก็จะแบ่งเป็น 2 ใบอนุญาตเช่นกัน แต่แถบคลื่นไม่เท่ากันคือ 10 MHz x2 และ 7.5 MHz x2 ขณะนี้อยู่ระหว่างการวิเคราะห์เพื่อกำหนดราคาตั้งต้นโดยไอทียูเช่นกัน
http://www.prachachat.net/news_detail.php?newsid=1398315356
(เกาะติดประมูล4G) กสทช.เศรษฐพงค์ ระบุ ผู้ที่จะเข้าประมูลมีค่าใช้จ่าย 5 แสนบาท และค่ามัดจำอีก 5% ของราคาตั้งต้น (580 ลบ.)
ประเด็นหลัก
และคาดว่าจะใช้เวลา 45 วัน หรือประมาณกลาง พ.ค.-มิ.ย.จากนั้นจะนำกลับไปที่ประชุม กสทช.อีกครั้งก่อนประกาศลงราชกิจจานุเบกษา เพื่อนำไปประกอบในการทำหนังสือเชื้อเชิญลงทุน (IM) ปลายเดือน ก.ค. และให้ผู้ที่สนใจนำเอกสารมายื่นในต้นเดือน ส.ค.เพื่อตรวจสอบและเปิดประมูลในกลางเดือน ส.ค.นี้
"ผู้ที่จะเข้าประมูลมีค่าใช้จ่าย 5 แสนบาท และค่ามัดจำอีก 5% ของราคาตั้งต้น (580 ล้านบาท) แต่ถ้าวันประมูลมีผู้เข้าประมูลเท่ากับหรือน้อยกว่า 2 ราย จะยกเลิกการประมูลทันที แต่ถ้าเดินหน้าประมูลต่อได้ก็น่าจะให้ใบอนุญาตได้ภายในเดือน ก.ย.นี้"
โดยการประมูลคลื่น 1800 MHz ที่จะเกิดขึ้นกลางเดือน ส.ค. เป็นการประมูลความถี่ในส่วนของ บมจ.กสท โทรคมนาคม ที่ให้สัมปทานบริษัท ทรูมูฟ จำกัด และบริษัท ดิจิตอล โฟน จำกัด ความจุ 25 MHz x2 แบ่งเป็น 2 ใบอนุญาต ใบละ 12.5 MHz x2 (1710-1722.5 MHz คู่กับ 1808-1817.5 MHz และ 1748-1760.5 MHz คู่กับ 1843-1855.5 MHz)
______________________________________
กทค.เคาะ 4G ใบละ 11,600 ล. ประมูล ส.ค.-900MHz พ.ย.นี้
ประชาชาติธุรกิจออนไลน์
"กทค." พร้อมเปิดประมูลคลื่น 1800 MHz กลาง ส.ค.นี้ เคาะราคาตั้งต้น 11,600 ล้านบาท/ใบอนุญาต ยึดสูตรคำนวณ "ไอทียู" มั่นใจค่ายมือถือแห่ชิงคลื่นคึกคัก ทั้งเตรียมเคาะราคาคลื่น 900 MHz ก่อนประมูล พ.ย.
พ.อ.เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ รองประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ในฐานะประธานคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม (กทค.) เปิดเผยว่า ที่ประชุม กทค.ที่ผ่านมา (18 เม.ย. 2557) มีมติเกี่ยวกับการกำหนดราคาตั้งต้นประมูลคลื่นความถี่ 1800 MHz ที่ 11,600 ล้านบาท/ใบอนุญาต เพื่อให้ผู้ชนะนำไปเปิดบริการ 4G หรืออื่น ๆ และเตรียมเสนอให้ที่ประชุมคณะกรรมการ กสทช.พิจารณาต่อไปก่อนนำไปประกาศเพื่อรับฟังความคิดเห็น
และคาดว่าจะใช้เวลา 45 วัน หรือประมาณกลาง พ.ค.-มิ.ย.จากนั้นจะนำกลับไปที่ประชุม กสทช.อีกครั้งก่อนประกาศลงราชกิจจานุเบกษา เพื่อนำไปประกอบในการทำหนังสือเชื้อเชิญลงทุน (IM) ปลายเดือน ก.ค. และให้ผู้ที่สนใจนำเอกสารมายื่นในต้นเดือน ส.ค.เพื่อตรวจสอบและเปิดประมูลในกลางเดือน ส.ค.นี้
"ผู้ที่จะเข้าประมูลมีค่าใช้จ่าย 5 แสนบาท และค่ามัดจำอีก 5% ของราคาตั้งต้น (580 ล้านบาท) แต่ถ้าวันประมูลมีผู้เข้าประมูลเท่ากับหรือน้อยกว่า 2 ราย จะยกเลิกการประมูลทันที แต่ถ้าเดินหน้าประมูลต่อได้ก็น่าจะให้ใบอนุญาตได้ภายในเดือน ก.ย.นี้"
โดยการประมูลคลื่น 1800 MHz ที่จะเกิดขึ้นกลางเดือน ส.ค. เป็นการประมูลความถี่ในส่วนของ บมจ.กสท โทรคมนาคม ที่ให้สัมปทานบริษัท ทรูมูฟ จำกัด และบริษัท ดิจิตอล โฟน จำกัด ความจุ 25 MHz x2 แบ่งเป็น 2 ใบอนุญาต ใบละ 12.5 MHz x2 (1710-1722.5 MHz คู่กับ 1808-1817.5 MHz และ 1748-1760.5 MHz คู่กับ 1843-1855.5 MHz)
ซึ่งกฎของการประมูลกำหนดให้เสนอราคา 580 ล้านบาท/ครั้ง และประมูลพร้อมกันทั้งสองใบอนุญาต ห้ามผู้เข้าร่วมประมูลรายหนึ่งถือใบอนุญาตสองใบ และกำหนดให้ผู้ชนะประมูลต้องขยายโครงข่ายให้ครอบคลุม 40% ของจำนวนประชากรภายใน 4 ปี และใบอนุญาตนี้มีอายุ 19 ปี
สำหรับการกำหนดราคาตั้งต้น "กทค." ได้ให้สหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศ (ไอทียู) ดำเนินการวิเคราะห์ โดย กทค.ไม่ได้เข้าไปปรับเปลี่ยนแต่อย่างใด โดยการคำนวณมูลค่าคลื่นพิจารณาจาก 3 ตัวแปรด้วยกัน คือ ด้านเศรษฐมิติ (การประมูลคลื่น 1800 MHz ในภูมิภาคนี้, อัตราแลกเปลี่ยนและค่าผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศหรือจีดีพี), รายได้และกำไรที่กลับมาหลังนำคลื่นไปประกอบธุรกิจ (Full Enterprise Value) และการประหยัดต้นทุนหลังได้รับคลื่นไป (Cost Reduction) แตกต่างจากการประมูลคลื่น 2100 MHz เมื่อปลายปี 2555 ที่ผ่านมาที่คำนึงถึงเศรษฐมิติในการคำนวณราคาตั้งต้น
"ถ้านำแค่เศรษฐมิติมาคำนวณอย่างเดียว ราคาอาจต่ำจนเหลือ 300 กว่าล้านบาท/ใบอนุญาต ซึ่งไม่สมเหตุสมผลนักเพราะโอเปอเรเตอร์ทุกรายตอนนี้มีคลื่น 2100 MHz เป็นพื้นฐานเพื่อให้บริการ 3G ดังนั้น คลื่น 1800 MHz เป็นเพียงคลื่นเสริมเพื่อช่วยเหลือเรื่องการบริการที่สมบูรณ์มากขึ้น"
อย่างไรก็ตาม เมื่อเทียบราคาตั้งต้นของคลื่น 1800 MHz ต่อ 1 MHz จะอยู่ที่ 464 ล้านบาท สูงกว่าราคาตั้งต้นของคลื่น 2100 MHz ต่อ 1 MHz ที่มีมูลค่า 450 ล้านบาท ประมาณ 3% เพราะเป็นคลื่นเสริม แต่เชื่อว่าราคานี้จะดึงดูดให้โอเปอเรเตอร์ทั้งรายใหญ่และรายเล็กเข้ามาประมูลเพื่อนำไปให้บริการ 4G ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ให้บริการความเร็วอินเทอร์เน็ตสูงกว่า 3G กว่าเท่าตัว
นอกจากนี้ การประมูลยังทำให้อุตสาหกรรมโทรคมนาคมเติบโตจากการใช้งานดาต้าที่เพิ่มขึ้น และเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ส่งเสริมการเติบโตของอัตราจีดีพีของประเทศ เพราะทำให้อัตราการจ้างงานเพิ่มขึ้นเช่นกัน
"จริง ๆ ไอทียูประเมินราคาคลื่น 1800 MHz นี้อยู่ที่ 663 ล้านบาท/MHz แต่ถ้าตั้งราคานี้คงไม่ดึงดูดใจผู้ประมูล จึงปรับลดราคาลง 70% ของมูลค่าดังกล่าวเหลือที่ 464 ล้านบาท/MHz เพื่อเป็นราคาตั้งต้น เพราะการตั้งราคานี้จะทำให้โอกาสที่ราคาในการประมูลจะพุ่งไปที่ 70-80% ของมูลค่านี้มีสูง และทุกประเทศที่จัดการประมูลใหญ่ ๆ ก็มีการปรับลดราคาจากราคาประเมินทั้งนั้น"
พ.อ.เศรษฐพงค์กล่าวต่อว่า สำหรับคลื่น 900 MHz ของ บมจ.ทีโอที ที่ให้สัมปทานแก่ บมจ.แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส หรือเอไอเอส ซึ่งจะสิ้นสุดสัมปทานในปี 2558 แต่จะนำมาประมูลล่วงหน้าในเดือน พ.ย.นี้ก็จะแบ่งเป็น 2 ใบอนุญาตเช่นกัน แต่แถบคลื่นไม่เท่ากันคือ 10 MHz x2 และ 7.5 MHz x2 ขณะนี้อยู่ระหว่างการวิเคราะห์เพื่อกำหนดราคาตั้งต้นโดยไอทียูเช่นกัน
http://www.prachachat.net/news_detail.php?newsid=1398315356