สวัสดีครับ วันนี้ผมจะมาเล่าเรื่องปัญญาสังคมของผมในฐานะ วัยรุ่น ม.ปลายคนหนึ่ง ที่ผ่าร้อนหนาวมาเยอะพอสมควร
ผมกะว่าจะเขียนซัก สามเรื่องครับ
คือ การเรียน รสนิยม ...
เรื่องแรก การเรียน (มีสองช่วงครับ)
เมื่อก่อนผมไม่ใช่คนเรียนเก่งเลยครับ เมื่อก่อนอันดับก็ปาไปครึ่งห้องแล้ว (เมื่อก่อนเคยจำได้ลางๆ ว่าตกทุกวิชา 5555) ป.5 ยังเขียน eight eleven twelve ผิดเลย ตอนนั้นเครียดมาก ทำไมกุโง่วะ เรียนไม่ดี กีฬาไม่เก่ง ทำห่าอะไรไม่เป็น โคตรโหลยโถ่ย แถมดันไปคมกับพวกเพื่อนติดยาอีก (โชคดีที่พวกนั้นไม่ชวนผมเล่นยา กินเหล้า สูบบุหรี่) ผมจึงคิดละว่าต้องเปลี่ยนตัวเอง แต่ขอปีหน้า
ผมจึงเริ่มขยันเรียนตอน ป.6 ตอนนั้นเพื่อนเกเรก็หายไปเยอะแล้ว (ตอนนั้นผมโดนสุ่มไปห้องรองคิง) ในห้องมีเพื่อนอยู่สองกลุ่ม คือ เรียน กับ แร.. แน่นอนครับ ผมอยู่กลุ่ม แร.. แต่รอบนี้ผมไม่ตามน้ำแน่ ผมประคองครับ สุดท้าย ซึ่งผลก็ออกมาน่าพอใจครับ ติดอันดับหนึ่งในสิบ ของห้องรองคิง
ทีนี้ ทั้งเพื่อน ทั้งครูก็บอกให้ลองไปสอบหอวังดู ติดกับช่วงนั้นลูกของเพื่อนแม่ก็เคยสอบติดหอวังมา จริงเสี้ยนครับ เอาวะ กุอยากเข้าหอวังบ้าง
ช่วงนั้นผมโคตรหลงตัวเอง เรียนพิเศษก็เรียนไปงั้นๆ กลับบ้านมาก็เล่นเกม ไม่ทำการบ้าน เพราะกุเก่งแล้ว ปิดเทอมก็ไม่อ่านหนังสือเตรียมสอบ
จนสุดท้ายก็เป็นไปตามคาดครับ ..............ไม่ติด T T
ตอนนั้นผมสิ้นหวังครับ แล้วกุจะไปเรียนที่ไหนล่ะเนี่ย พ่อก็บอกให้ไปเรียนแถวบ้านครับ ซึ่งมีสามที่ในระแวกนั้นคือ กุนนที จันทร์หุ่น และเตรียมฯ รัชดา ตอนแรกผมก็สมัครที่เตรียมฯ รัชดาไว้ เผื่อๆ แต่ในใจก็คิดว่ากุไม่ได้เข้าหรอก กุเข้าหอวังอยู่แล้ว ซึ่งหลังจากไม่ได้ก็ไปเตรียม แต่โชคร้ายคือ วันสอบมันไปชนกับที่สอบหอวังอีก (ผมรู้ทีหลัง) แต่ยังมีจับฉลากครับ และโชคชะตาเล่นตลก จับไม่ได้ 555 ตอนนั้นผมจะสมัครเข้ากุนนทีอยู่แล้ว ดันมารู้ว่ามีการรับรอบสอง รอบนี้ใช้เกรดอย่างเดียวครับ ผมก็โชคดีไป เพราะเกรดจบ ป.6 มาดีมาก (ประถมอ่ะเนอะ)
พอเข้าไปแล้วก็ไปอยู่ห้อง 4 ครับ ซึ่งเป็นห้องที่เกเรติดอันดับสายชั้นเลย (แข่งกันกะห้อง 2) ผมก็คิดว่า อุตส่าห์จะแก้ตัวใหม่ดันมีเรื่องมาพาเสื่อมอีกละ แต่ผมก็กัดฟันสู้ไปครับ ทนไปซักทีก็คงไม่เป็นไร (ขึ้น ม.2 จะมีการเปลี่ยนห้องใหม่ คนไหนเก่งก็ไปห้องดีๆ เพราะตอนรับเข้ามาสุ่มห้องครับ คนเก่งอยู่ห้องบ๊วยก็มี) แต่ผมว่าสังคมของเด็กเกเรก็ดีไปอีกแบบนะ มันท้าทายดี ไม่รู้วันไหนกุจะโดนเข้าห้องปกครอง ไม่รู้วันไหนปากจะแตก ฮา
สุดท้ายผมรอดมาด้วยเกรด 3 กว่าๆ ครับ พอขึ้น ม.2 ผมก็เลื่อนไปอยู่ห้อง 9 (รองคิงอีกละ) ทีนี้คือปัญหาครับ ผมคาดหวังในสังคมของเด็กเรียนเยอะ แต่พอมาพบจริงๆ กลับเป็นอะไรที่แย่ครับ มีการแบ่งก๊ก แบ่งฝ่ายกันชัดเจนเลย บางกลุ่มไม่ชอบหน้ากัน บางกลุ่มเหยียดคนที่เรียนไม่เก่ง คนที่เก่งๆก็ไม่ยอมสอนเพื่อน ซึ่งผมเคยผ่านสภาวะเด็กโหลยโถ่ยมาแล้วก็รู้ดี ถึงการมีเพื่อนเก่งแต่ไม่ยอมช่วย ผมโคตรไม่ชอบเลย การกั๊กความรู้เนี่ย ผมหวังว่าจะเอาชนะพวกเห็นแก่ตัวนั้นให้ได้ ผมก็เลยเริ่มขยันขึ้น เรื่อยๆ เรื่อยๆ
ในห้องผมไม่มีกลุ่มถาวรครับ เป็นกลาง เข้ากลุ่มไหนอีกซักพักก็เปลี่ยน (ไม่ใช่เขาไล่นะครับ 55+) ก็เลยสนิทเกินครึ่งห้อง พอถึงช่วงสอบ ผมก็คิดหาวิธีว่า กุจะทำยังไงดีให้คะแนนสูงๆกันทั้งห้องดีวะ ก็คิดได้ว่า การทำสรุปสอบให้อ่านทั้งห้องเป็นอะไรที่ไม่เลว เราได้สรุปทบทวน เพื่อนได้อ่านสรุปสั้นๆ ได้ประโยชน์ทั้งสองฝ่าย
ซึ่งผมก็ทำสรุป แล้วเอาไปโพสกลุ่มห้องในเฟสครับ แน่นอน พวกเก่งๆเขา ego สูง เขาไม่มาอ่านของเราหรอก แต่ไม่เป็นไรครับ ผมทำให้คนไม่เก่ง ไม่ใช่คนเก่ง
สุดท้ายก็ผ่าน ม.2 มาได้ด้วยดีครับ
(จะว่าไป ชีวิตผมก็ไม่แย่มากนี่เนอะ แค่มันขึ้นๆลงๆ)
เดี๋ยวมาต่อ ม.3 นะครับ เรื่องนี้ยาวจริงๆ รอบหน้าจะมาบอกผลของความพยายามครับ
ชีวิตวัยรุ่น กับปัญหาสังคม
ผมกะว่าจะเขียนซัก สามเรื่องครับ
คือ การเรียน รสนิยม ...
เรื่องแรก การเรียน (มีสองช่วงครับ)
เมื่อก่อนผมไม่ใช่คนเรียนเก่งเลยครับ เมื่อก่อนอันดับก็ปาไปครึ่งห้องแล้ว (เมื่อก่อนเคยจำได้ลางๆ ว่าตกทุกวิชา 5555) ป.5 ยังเขียน eight eleven twelve ผิดเลย ตอนนั้นเครียดมาก ทำไมกุโง่วะ เรียนไม่ดี กีฬาไม่เก่ง ทำห่าอะไรไม่เป็น โคตรโหลยโถ่ย แถมดันไปคมกับพวกเพื่อนติดยาอีก (โชคดีที่พวกนั้นไม่ชวนผมเล่นยา กินเหล้า สูบบุหรี่) ผมจึงคิดละว่าต้องเปลี่ยนตัวเอง แต่ขอปีหน้า
ผมจึงเริ่มขยันเรียนตอน ป.6 ตอนนั้นเพื่อนเกเรก็หายไปเยอะแล้ว (ตอนนั้นผมโดนสุ่มไปห้องรองคิง) ในห้องมีเพื่อนอยู่สองกลุ่ม คือ เรียน กับ แร.. แน่นอนครับ ผมอยู่กลุ่ม แร.. แต่รอบนี้ผมไม่ตามน้ำแน่ ผมประคองครับ สุดท้าย ซึ่งผลก็ออกมาน่าพอใจครับ ติดอันดับหนึ่งในสิบ ของห้องรองคิง
ทีนี้ ทั้งเพื่อน ทั้งครูก็บอกให้ลองไปสอบหอวังดู ติดกับช่วงนั้นลูกของเพื่อนแม่ก็เคยสอบติดหอวังมา จริงเสี้ยนครับ เอาวะ กุอยากเข้าหอวังบ้าง
ช่วงนั้นผมโคตรหลงตัวเอง เรียนพิเศษก็เรียนไปงั้นๆ กลับบ้านมาก็เล่นเกม ไม่ทำการบ้าน เพราะกุเก่งแล้ว ปิดเทอมก็ไม่อ่านหนังสือเตรียมสอบ
จนสุดท้ายก็เป็นไปตามคาดครับ ..............ไม่ติด T T
ตอนนั้นผมสิ้นหวังครับ แล้วกุจะไปเรียนที่ไหนล่ะเนี่ย พ่อก็บอกให้ไปเรียนแถวบ้านครับ ซึ่งมีสามที่ในระแวกนั้นคือ กุนนที จันทร์หุ่น และเตรียมฯ รัชดา ตอนแรกผมก็สมัครที่เตรียมฯ รัชดาไว้ เผื่อๆ แต่ในใจก็คิดว่ากุไม่ได้เข้าหรอก กุเข้าหอวังอยู่แล้ว ซึ่งหลังจากไม่ได้ก็ไปเตรียม แต่โชคร้ายคือ วันสอบมันไปชนกับที่สอบหอวังอีก (ผมรู้ทีหลัง) แต่ยังมีจับฉลากครับ และโชคชะตาเล่นตลก จับไม่ได้ 555 ตอนนั้นผมจะสมัครเข้ากุนนทีอยู่แล้ว ดันมารู้ว่ามีการรับรอบสอง รอบนี้ใช้เกรดอย่างเดียวครับ ผมก็โชคดีไป เพราะเกรดจบ ป.6 มาดีมาก (ประถมอ่ะเนอะ)
พอเข้าไปแล้วก็ไปอยู่ห้อง 4 ครับ ซึ่งเป็นห้องที่เกเรติดอันดับสายชั้นเลย (แข่งกันกะห้อง 2) ผมก็คิดว่า อุตส่าห์จะแก้ตัวใหม่ดันมีเรื่องมาพาเสื่อมอีกละ แต่ผมก็กัดฟันสู้ไปครับ ทนไปซักทีก็คงไม่เป็นไร (ขึ้น ม.2 จะมีการเปลี่ยนห้องใหม่ คนไหนเก่งก็ไปห้องดีๆ เพราะตอนรับเข้ามาสุ่มห้องครับ คนเก่งอยู่ห้องบ๊วยก็มี) แต่ผมว่าสังคมของเด็กเกเรก็ดีไปอีกแบบนะ มันท้าทายดี ไม่รู้วันไหนกุจะโดนเข้าห้องปกครอง ไม่รู้วันไหนปากจะแตก ฮา
สุดท้ายผมรอดมาด้วยเกรด 3 กว่าๆ ครับ พอขึ้น ม.2 ผมก็เลื่อนไปอยู่ห้อง 9 (รองคิงอีกละ) ทีนี้คือปัญหาครับ ผมคาดหวังในสังคมของเด็กเรียนเยอะ แต่พอมาพบจริงๆ กลับเป็นอะไรที่แย่ครับ มีการแบ่งก๊ก แบ่งฝ่ายกันชัดเจนเลย บางกลุ่มไม่ชอบหน้ากัน บางกลุ่มเหยียดคนที่เรียนไม่เก่ง คนที่เก่งๆก็ไม่ยอมสอนเพื่อน ซึ่งผมเคยผ่านสภาวะเด็กโหลยโถ่ยมาแล้วก็รู้ดี ถึงการมีเพื่อนเก่งแต่ไม่ยอมช่วย ผมโคตรไม่ชอบเลย การกั๊กความรู้เนี่ย ผมหวังว่าจะเอาชนะพวกเห็นแก่ตัวนั้นให้ได้ ผมก็เลยเริ่มขยันขึ้น เรื่อยๆ เรื่อยๆ
ในห้องผมไม่มีกลุ่มถาวรครับ เป็นกลาง เข้ากลุ่มไหนอีกซักพักก็เปลี่ยน (ไม่ใช่เขาไล่นะครับ 55+) ก็เลยสนิทเกินครึ่งห้อง พอถึงช่วงสอบ ผมก็คิดหาวิธีว่า กุจะทำยังไงดีให้คะแนนสูงๆกันทั้งห้องดีวะ ก็คิดได้ว่า การทำสรุปสอบให้อ่านทั้งห้องเป็นอะไรที่ไม่เลว เราได้สรุปทบทวน เพื่อนได้อ่านสรุปสั้นๆ ได้ประโยชน์ทั้งสองฝ่าย
ซึ่งผมก็ทำสรุป แล้วเอาไปโพสกลุ่มห้องในเฟสครับ แน่นอน พวกเก่งๆเขา ego สูง เขาไม่มาอ่านของเราหรอก แต่ไม่เป็นไรครับ ผมทำให้คนไม่เก่ง ไม่ใช่คนเก่ง
สุดท้ายก็ผ่าน ม.2 มาได้ด้วยดีครับ
(จะว่าไป ชีวิตผมก็ไม่แย่มากนี่เนอะ แค่มันขึ้นๆลงๆ)
เดี๋ยวมาต่อ ม.3 นะครับ เรื่องนี้ยาวจริงๆ รอบหน้าจะมาบอกผลของความพยายามครับ