เมื่อวันที่ 24 เม.ย.ที่โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ ศาลรัฐธรรมนูญจัดโครงการสัมมนาทางวิชาการในวาระครบรอบ 16
ปีศาลรัฐธรรมนูญ เรื่อง“การปฏิรูปการเมืองภายใต้หลักนิติธรรม” โดยนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ เลขาธิการสถาบั
พระปกเกล้า ร่วมแสดงความคิดเห็นด้วย
ผมชอบความเห็นที่นายบวรศักดิ์พยายามจะสื่อสารว่า ตลอด 20 ปีที่ผ่านมากระแสปฏิรูปในโลกมีความ
รุนแรงขึ้น สิ่งสำคัญของการปฏิรูปมีจุดหมายเดียวกัน คือ “เพิ่มอำนาจความทรงธรรม และจำกัดอำนาจเสียงข้าง
มากให้อ่อนลง เพื่อลดสภาพเผด็จการ”ประชาธิปไตยจะต้องเคียงคู่อยู่กับหลักนิติธรรม การปฏิรูปประชาธิปไตยคือ
การปฏิรูปนิติธรรม ซึ่งที่ผ่านมายังมีปัญหาและมีการหาทางออกมาโดยตลอด
นายบวรศักดิ์กล่าวว่า การตั้งศาลรัฐธรรมนูญขึ้น เพื่อให้ศาลรัฐธรรมนูญเป็นผู้ควบคุมการตรารัฐ
ธรรมนูญไม่ให้ขัดกับรัฐธรรมนูญ พร้อมกำหนดให้คำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ เป็นกฎหมายผูกพันทุกองค์กร
ทั้งรัฐสภา ครม. และศาล ซึ่งรัฐธรรมนูญปี 40 และปี 50 ได้บัญญัติไว้ แสดงให้เห็นว่าการยกสถานะศาลรัฐธรรมนูญ
เป็นองค์กรที่ทำหน้าที่เท่าเทียมกับรัฐสภา เพื่อพิทักษ์กฎหมาย ควบคุมกฎหมายเพื่อไม่ให้ขัดรัฐธรรมนูญ รวมไปถึง
การควบคุมการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญของรัฐสภาด้วย จึงไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะเป็นการป้องกันเผด็จการรัฐสภา
เพื่อไม่ให้องค์กรที่รัฐธรรมนูญตั้งขึ้นมาทำลายรัฐธรรมนูญเสียเอง
<
<
<
ผมเชื่อว่า วันนี้บ้านเมืองต้องการการปฏิรูปอย่างแท้จริง ประชาชนผู้เป็นเจ้าของอำนาจอธิปไตยส่วนใหญ่ก็
แสดงออกแล้วว่าต้องการ เหลือแต่เพียง “รัฐบาลที่นำโดย น.ส.ยิ่งลักษณ์” ที่ยังหวงแหนอำนาจ ขวางกั้น ไม่เปิด
ทางให้มีการปฏิรูป เพราะห่วงตัวเองจะถูกลงโทษและไม่มีวันหวนกลับมาสู่อำนาจได้อีก
เป็นเรื่องเลวทรามมากนะครับ ถ้าหากเรา “ห่วงอำนาจและผลประโยชน์ส่วนตน” มากกว่าห่วง
“ความถูกต้องและความยั่งยืนของประเทศชาติ”
ยิ่งลักษณ์เป็นนายกฯ มา 2 ปี แสดงความห่วงใยผลประโยชน์ของประเทศชาติน้อยกว่าแสดงความ
เห็นแก่ตัว เห็นแก่ประโยชน์ของพรรค และโคตรวงศ์พงศา
<
<
<
สังคมไทยพูดถึงความรับผิดชอบที่ยิ่งลักษณ์กับพวกต้องรับผิดชอบน้อยเกินไป คนเสื้อแดงยังขี้ขลาด
ไม่ลุกขึ้นมาเรียกร้องสิ่งที่ถูกต้อง ปล่อยให้เธอปกครองและกดขี่เยี่ยงทาส เยี่ยงสุนัขในบ้าน ทำให้เธอย่ามใจที่จะ
อาศัยความหน้าด้าน อ้างข้างๆ คู เพื่อจะอยู่ในอำนาจอันน้อยนิดนี้ต่อไป
เอาเถอะครับ ถ้าใครที่ยอมไม่ได้ ก็ลุกขึ้นแสดงตนพร้อมๆ กัน รอสัญญาณจาก กปปส. ซึ่งจะแถลงใน
วันที่ 30 เมษายนนี้ ถึงมาตรการขั้นสุดท้าย เผด็จศึกรัฐบาลแด ทวงคืนประเทศไทย และเดินหน้าสู่การปฏิรูป เพื่อ
ให้บ้านเมืองมีกติกาที่รัดกุม มีความเป็นธรรมทั่วถึง และเป็นประชาธิปไตยที่ไม่พูดกันแค่อำนาจและกฎหมาย แต่
พูดถึง “ความรับผิดชอบ” ด้วย
ผมเชื่อว่า “การปฏิรูป” เกิดขึ้นและเป็นจริงได้ จากการแสดงฉันทามติของประชาชน นักการเมืองชั่ว
ต้องจบสิ้นได้ ด้วยอำนาจอธิปไตยที่มวลมหาประชาชนนำมารวมกัน แต่หากยังนิ่งเฉย เห็บ-หมัด-ปลวก- here ทาง
การเมืองเหล่านี้ ก็นั่งยังคิ้วหลิ่วตา เล่นเจ้าล่อเอาเถิดกับคนที่ไม่เอาไหนต่อไป!!
http://www.naewna.com/politic/columnist/12199


ถามปฏิรูป ก่อนเลือกตั้ง ดียังไง หาคนมาตอบไม่ได้ กระทั่งคุณข้างบูรพา ผู้สนับสนุน
ในบอรดนี้ ก็ยังไม่มา ถามเอง ตอบเอง ก็แล้วกัน
นี่เป็นคำตอบจาก "แนวหน้า"
ปฏิรูป เพื่อกำจัด รัฐบาล ต้องทำก่อนเลือกตั้ง
เพราะถ้าเลือกตั้งก่อน รัฐบาลก็กลับมาอีก แค่นั้นเอง
อะไรที่รัฐบาลนี้ทำไม่ดี ฝ่ายค้านน่าจะนำไปหาเสียง เมื่อมีการเลือกตั้ง ก็ต้องถูกกำจัด
ออกไป โดยประชาชน แล้ว ก็สามารถปฏิรูปประเทศได้อย่างไจ
ตามไปอ่านความเลว ของรัฐบาล และ โรดแม็ป การปฏิรูป อย่างสั้น ตาม link ค่ะ
งานนี้ สถาบันพระปกเกล้า มาร่วมด้วยช่วยกัน
“ปฏิรูปบ้านเมือง” ต้องเกิดขึ้น รัฐบาลชั่วต้องถูกกำจัด!! เส้นใต้บันทัด จิตกร บุษบา แนวหน้าออนไลน์
ปีศาลรัฐธรรมนูญ เรื่อง“การปฏิรูปการเมืองภายใต้หลักนิติธรรม” โดยนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ เลขาธิการสถาบั
พระปกเกล้า ร่วมแสดงความคิดเห็นด้วย
ผมชอบความเห็นที่นายบวรศักดิ์พยายามจะสื่อสารว่า ตลอด 20 ปีที่ผ่านมากระแสปฏิรูปในโลกมีความ
รุนแรงขึ้น สิ่งสำคัญของการปฏิรูปมีจุดหมายเดียวกัน คือ “เพิ่มอำนาจความทรงธรรม และจำกัดอำนาจเสียงข้าง
มากให้อ่อนลง เพื่อลดสภาพเผด็จการ”ประชาธิปไตยจะต้องเคียงคู่อยู่กับหลักนิติธรรม การปฏิรูปประชาธิปไตยคือ
การปฏิรูปนิติธรรม ซึ่งที่ผ่านมายังมีปัญหาและมีการหาทางออกมาโดยตลอด
นายบวรศักดิ์กล่าวว่า การตั้งศาลรัฐธรรมนูญขึ้น เพื่อให้ศาลรัฐธรรมนูญเป็นผู้ควบคุมการตรารัฐ
ธรรมนูญไม่ให้ขัดกับรัฐธรรมนูญ พร้อมกำหนดให้คำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ เป็นกฎหมายผูกพันทุกองค์กร
ทั้งรัฐสภา ครม. และศาล ซึ่งรัฐธรรมนูญปี 40 และปี 50 ได้บัญญัติไว้ แสดงให้เห็นว่าการยกสถานะศาลรัฐธรรมนูญ
เป็นองค์กรที่ทำหน้าที่เท่าเทียมกับรัฐสภา เพื่อพิทักษ์กฎหมาย ควบคุมกฎหมายเพื่อไม่ให้ขัดรัฐธรรมนูญ รวมไปถึง
การควบคุมการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญของรัฐสภาด้วย จึงไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะเป็นการป้องกันเผด็จการรัฐสภา
เพื่อไม่ให้องค์กรที่รัฐธรรมนูญตั้งขึ้นมาทำลายรัฐธรรมนูญเสียเอง
<
<
<
ผมเชื่อว่า วันนี้บ้านเมืองต้องการการปฏิรูปอย่างแท้จริง ประชาชนผู้เป็นเจ้าของอำนาจอธิปไตยส่วนใหญ่ก็
แสดงออกแล้วว่าต้องการ เหลือแต่เพียง “รัฐบาลที่นำโดย น.ส.ยิ่งลักษณ์” ที่ยังหวงแหนอำนาจ ขวางกั้น ไม่เปิด
ทางให้มีการปฏิรูป เพราะห่วงตัวเองจะถูกลงโทษและไม่มีวันหวนกลับมาสู่อำนาจได้อีก
เป็นเรื่องเลวทรามมากนะครับ ถ้าหากเรา “ห่วงอำนาจและผลประโยชน์ส่วนตน” มากกว่าห่วง
“ความถูกต้องและความยั่งยืนของประเทศชาติ”
ยิ่งลักษณ์เป็นนายกฯ มา 2 ปี แสดงความห่วงใยผลประโยชน์ของประเทศชาติน้อยกว่าแสดงความ
เห็นแก่ตัว เห็นแก่ประโยชน์ของพรรค และโคตรวงศ์พงศา
<
<
<
สังคมไทยพูดถึงความรับผิดชอบที่ยิ่งลักษณ์กับพวกต้องรับผิดชอบน้อยเกินไป คนเสื้อแดงยังขี้ขลาด
ไม่ลุกขึ้นมาเรียกร้องสิ่งที่ถูกต้อง ปล่อยให้เธอปกครองและกดขี่เยี่ยงทาส เยี่ยงสุนัขในบ้าน ทำให้เธอย่ามใจที่จะ
อาศัยความหน้าด้าน อ้างข้างๆ คู เพื่อจะอยู่ในอำนาจอันน้อยนิดนี้ต่อไป
เอาเถอะครับ ถ้าใครที่ยอมไม่ได้ ก็ลุกขึ้นแสดงตนพร้อมๆ กัน รอสัญญาณจาก กปปส. ซึ่งจะแถลงใน
วันที่ 30 เมษายนนี้ ถึงมาตรการขั้นสุดท้าย เผด็จศึกรัฐบาลแด ทวงคืนประเทศไทย และเดินหน้าสู่การปฏิรูป เพื่อ
ให้บ้านเมืองมีกติกาที่รัดกุม มีความเป็นธรรมทั่วถึง และเป็นประชาธิปไตยที่ไม่พูดกันแค่อำนาจและกฎหมาย แต่
พูดถึง “ความรับผิดชอบ” ด้วย
ผมเชื่อว่า “การปฏิรูป” เกิดขึ้นและเป็นจริงได้ จากการแสดงฉันทามติของประชาชน นักการเมืองชั่ว
ต้องจบสิ้นได้ ด้วยอำนาจอธิปไตยที่มวลมหาประชาชนนำมารวมกัน แต่หากยังนิ่งเฉย เห็บ-หมัด-ปลวก- here ทาง
การเมืองเหล่านี้ ก็นั่งยังคิ้วหลิ่วตา เล่นเจ้าล่อเอาเถิดกับคนที่ไม่เอาไหนต่อไป!!
http://www.naewna.com/politic/columnist/12199
ถามปฏิรูป ก่อนเลือกตั้ง ดียังไง หาคนมาตอบไม่ได้ กระทั่งคุณข้างบูรพา ผู้สนับสนุน
ในบอรดนี้ ก็ยังไม่มา ถามเอง ตอบเอง ก็แล้วกัน
นี่เป็นคำตอบจาก "แนวหน้า" ปฏิรูป เพื่อกำจัด รัฐบาล ต้องทำก่อนเลือกตั้ง
เพราะถ้าเลือกตั้งก่อน รัฐบาลก็กลับมาอีก แค่นั้นเอง
อะไรที่รัฐบาลนี้ทำไม่ดี ฝ่ายค้านน่าจะนำไปหาเสียง เมื่อมีการเลือกตั้ง ก็ต้องถูกกำจัด
ออกไป โดยประชาชน แล้ว ก็สามารถปฏิรูปประเทศได้อย่างไจ
ตามไปอ่านความเลว ของรัฐบาล และ โรดแม็ป การปฏิรูป อย่างสั้น ตาม link ค่ะ
งานนี้ สถาบันพระปกเกล้า มาร่วมด้วยช่วยกัน