สงสัยแฮะ
นางเอกเขาควรจะกำลังเครียดจากการที่พ่อโดนมาเฟียจับไปไม่รู้เป็นตายร้ายดียังไงไม่ใช่หรือ? แล้วไหงแทนที่จะโฟกัสไปที่พล็อตนี้ที่น่าสนใจกว่าตั้งเยอะ แต่ดันหันไปโฟกัสเรื่องแย่งผู้ชายแทนซะงั้น มันทั้งไม่สมเหตุสมผลและเป็นการทำให้กระแสของเนื้อเรื่องสะดุดด้วย
อีกอย่างหนึ่ง คนที่กำลังเครียดเป็นห่วงพ่ออย่างนางเอก ตามความเป็นจริงแล้วไม่ควรจะเสียเวลากับเรื่องจิ๊บจ๊อยพรรค์นี้ด้วยซ้ำไม่ใช่หรือ? ที่จริงตามคาร์แรคเตอร์หญิงเก่งที่เลี้ยงดูมาแบบชาวยุโรปนั้น ถ้ากำลังอยู่ในสถานการณ์ตึงเครียดอย่างนี้แล้วยังมาเจอแม่พระเอกแอนด์เดอะแก๊งหาเรื่องไร้สาระมาให้รำคาญใจอีก ก็น่าที่จะเขียนบทให้เขาเดินหนีไปแบบไม่ให้ความสำคัญกับเรื่องปัญญาอ่อนพรรค์นี้ หรือถ้ายังตื๊อมากนักก็น่าจะออกมาจากบ้านนั้นเสียเลยก็ได้ ที่ไปก็มีแล้วด้วย จะได้ตั้งมั่นกับการตามช่วยพ่อได้ถนัดๆโดยไม่มีแมงหวี่มาตอมให้รำคาญใจอีกต่างหาก
หรือถ้าจะให้นางเอกทนอยู่รบกับแม่ผัวให้สมกับชื่อเรื่อง พล็อตเรื่องพ่อก็ยังสามารถเอามาใช้ได้อยู่ อย่างเช่นตอนที่พระเอกหัวกลวงมาหาเรื่องหึงไม่เข้าท่าก็ตอกกลับไปได้ว่า "พ่อตูจะเป็นจะตายยังไม่รู้ แล้วสูคิดว่าตูจะมีกะจิตกะใจไปเฟลิร์ตกับคนอื่นได้เรอะ? นี่สูโง่หรือปัญญาอ่อนกันแน่ฟะ?" อะไรประมาณนี้ซึ่งมันจะทั้งสะใจและพัฒนาคาร์แรคเตอร์ของนางเอกอีกด้วย
น่าเสียดายที่พล็อตนี้ถูกมองข้ามไปอย่างน่าเสียดาย อยากให้โฟกัสกับส่วนนี้ให้มากกว่านี้ครับ
สะใภ้หัวแดง : นี่เขาลำดับความสำคัญของพล็อตเรื่องผิดหรือเปล่าหว่า?
นางเอกเขาควรจะกำลังเครียดจากการที่พ่อโดนมาเฟียจับไปไม่รู้เป็นตายร้ายดียังไงไม่ใช่หรือ? แล้วไหงแทนที่จะโฟกัสไปที่พล็อตนี้ที่น่าสนใจกว่าตั้งเยอะ แต่ดันหันไปโฟกัสเรื่องแย่งผู้ชายแทนซะงั้น มันทั้งไม่สมเหตุสมผลและเป็นการทำให้กระแสของเนื้อเรื่องสะดุดด้วย
อีกอย่างหนึ่ง คนที่กำลังเครียดเป็นห่วงพ่ออย่างนางเอก ตามความเป็นจริงแล้วไม่ควรจะเสียเวลากับเรื่องจิ๊บจ๊อยพรรค์นี้ด้วยซ้ำไม่ใช่หรือ? ที่จริงตามคาร์แรคเตอร์หญิงเก่งที่เลี้ยงดูมาแบบชาวยุโรปนั้น ถ้ากำลังอยู่ในสถานการณ์ตึงเครียดอย่างนี้แล้วยังมาเจอแม่พระเอกแอนด์เดอะแก๊งหาเรื่องไร้สาระมาให้รำคาญใจอีก ก็น่าที่จะเขียนบทให้เขาเดินหนีไปแบบไม่ให้ความสำคัญกับเรื่องปัญญาอ่อนพรรค์นี้ หรือถ้ายังตื๊อมากนักก็น่าจะออกมาจากบ้านนั้นเสียเลยก็ได้ ที่ไปก็มีแล้วด้วย จะได้ตั้งมั่นกับการตามช่วยพ่อได้ถนัดๆโดยไม่มีแมงหวี่มาตอมให้รำคาญใจอีกต่างหาก
หรือถ้าจะให้นางเอกทนอยู่รบกับแม่ผัวให้สมกับชื่อเรื่อง พล็อตเรื่องพ่อก็ยังสามารถเอามาใช้ได้อยู่ อย่างเช่นตอนที่พระเอกหัวกลวงมาหาเรื่องหึงไม่เข้าท่าก็ตอกกลับไปได้ว่า "พ่อตูจะเป็นจะตายยังไม่รู้ แล้วสูคิดว่าตูจะมีกะจิตกะใจไปเฟลิร์ตกับคนอื่นได้เรอะ? นี่สูโง่หรือปัญญาอ่อนกันแน่ฟะ?" อะไรประมาณนี้ซึ่งมันจะทั้งสะใจและพัฒนาคาร์แรคเตอร์ของนางเอกอีกด้วย
น่าเสียดายที่พล็อตนี้ถูกมองข้ามไปอย่างน่าเสียดาย อยากให้โฟกัสกับส่วนนี้ให้มากกว่านี้ครับ