เศรษฐกิจมันแย่ หรือใจคนมันแย่เป็นสันดาน ถึงได้คิดที่จะกลายเป็นขโมย มีเด็กนักเรียนสองคนโดนขโมย I phone ที่ห้าง ตั้งแต่เช้าห้างเปิด คนขโมยเป็นผู้หญิง แต่งตัวดูดี เหมือนพนักงาน Office ทำทีเป็นเดินมาหาเด็กนักเรียน 2 คนที่เป็นเพื่อนกัน ขณะกำลังเดินออกจากลิฟท์ชั้น3 เพื่อขอยืมโทรศัพท์ของน้องโทรหาเพื่อน ทั้งที่ในมือตัวเองก็ถือ I Phone อยู่ 1 เครื่อง แต่ อ้างว่าตัวเองเพิ่งมาจากต่างประเทศ โทรศัพท์ยังใช้ไม่ได้ จากนั้นก็ชวนน้องเค้าเดินลงบันไดเลื่อนไปที่ Food ของห้างโดยระหว่างทางเดินผ่านหน้าร้านเรา เนื่องจากบันไดทางลงอยู่ตรงนั้นพอดี
พอไปถึง Food น้องคนหนึ่งก็ให้ยืมโทรศัพท์ไป ผู้หญิงคนนี้คุยไปซักพักก็ใช้น้อง 1 คนไปซื้อบัตรเติมเงิน และขอยืมโทรศัพท์ของน้องอีกคน โดยที่เครื่องเดิมยังไม่คืน น้องก็ให้ไปแล้วก็ ไม่ได้สนใจผู้หญิงคนนั้นอีก ซักพักถึงเริ่มรู้ตัวว่าผู้หญิงคนนี้หายไปแล้ว พร้อมกับโทรศัพท์ I Phone 2 เครื่อง ช่วงกลางวันแม่เค้ามาตามหากล้องวงจรปิดที่ร้าน ถึงเล่าให้ฟังด้วยอารมณ์โมโห
เลยอยากเตือนหลายคน ภัยมันใกล้ตัวเกินไปแล้ว มนุษย์เดี๋ยวนี้จิตใจไม่ได้ดีพอที่ควรจะไว้ใจ ยังใจหาย ลึกๆก็สงสารน้องที่ร้องไห้อยู่เหมือนกัน เข้าใจดีว่ามันรู้สึกยังไง เพราะเคยเจอมาแล้วกับตัวเอง แต่คนละเหตุการณ์ ของเราเกิดจากความประมาท เผลอลืมไว้ในห้องน้ำ ไม่เกิน 5 นาทีนึกได้วิ่งกลับไปดูไม่มีแล้ว พยายามโทรเข้าก็ไม่ติดปิดเครื่อง อารมณ์ตอนนั้นไม่ได้เสียใจ ฟูมฟาย หรือร้องไห้ แต่เสียดายเงินที่ใช้ซื้อมาจากน้ำพักน้ำแรงเมื่อตอนที่เริ่มทำงานใหม่ๆ เงินเดือนก็ไม่เยอะ ด้วยความที่อยากได้ต้องเก็บเงินซื้อตั้ง 6 เดือน ทั้งที่ราคา หมื่นนิดๆ ด้วยอารมณ์วัยรุ่นเด็กอายุ 19 แต่ก็เข้าใจว่าพ่อ แม่ เค้าไม่มีให้ จึงต้องเก็บเงินซื้อ และใช้มามาเกือบ 4 ปี
พอคิดว่าไม่น่าจะได้คืนแน่แล้วก็โทรหาพ่อ กับพี่สาว ตอนนั้นรู้สึกขอบคุณพ่อกับพี่มากที่ไม่ดุ หรือต่อว่าซักคำแกพูดแค่ประโยคเดียวคือ "ช่างมันเถอะ หายก็ซื้อใหม่" ก็รู้จริงๆแล้วพ่ออยากจะปลอบใจมากกว่า ส่วนพี่ก็รู้ว่าคงอยากดุแหละ แต่คงนึกทันว่าดุไปก็ไม่มีประโยชน์ซ้ำเติมกันเปล่าๆ สุดท้ายก็คุยกันเฉยๆ
จนได้เครื่องใหม่มา ครั้งนี้ไม่ประมาทแล้วไม่พกเวลาทำงาน หรือไปเข้าห้องน้ำอีกเพราะมันเป็นความทรงจำที่ค่อนข้างแย่ เก็บไว้ที่เคาน์เตอร์แคชเชียร์ มีคนอยู่เฝ้าตลอด และกล้องวงจรปิด ส่อง มากกว่า 2 กล้อง พร้อมตั้งรหัสผ่านในการเข้าใช้งาน ไม่มักง่ายเหมือนเครื่องเก่าที่ไม่รู้จะตั้งทำไมเพราะมันใช้ลำบาก ตอนนี้เข็ดแล้วจริงๆ เรื่องแบบนี้ใครไม่เจอกับตัวจะไม่รู้สึกอะไร ทำให้ไม่ระมัดระวัง แต่คนที่ผ่านมันมาแล้วคงจะรู้ดี อย่างน้อยก็ต้องขอบคุณครอบครัวและคนรอบข้างที่พร้อมจะเข้าใจและไม่ซ้ำเติม แถมยังพร้อมจะช่วยเหลือด้วย เพราะจิตใจคนเรามันอ่อนไหว คำพูดคนที่พูดออกมาอาจจะไม่รู้สึกอะไร แต่คนฟังรู้สึก สำหรับครอบครัวมันไม่ใช่แค่เรื่องโทรศัพท์ แต่มันผ่านมาหลายเรื่องมาก ตั้งแต่เล็กจนโต ในขณะที่เรากำลังรู้สึกถูกคนอื่นทำร้าย เราก็ยังรู้สึกได้เสมอว่ายังมีครอบครัวที่โอบกอดจริงๆนะ สักพักเรื่องราวร้ายๆมันก็ผ่านไป แม้จะยังไม่ถูกลืม แต่มันคือบทเรียนบทหนึ่งที่เราต้องเรียนรู้ด้วยตัวเอง ถึงจะรู้ เพราะผู้รู้ย่อมรู้ได้เฉพาะตน ^_^
ใจร้ายมาก กล้าขโมยของ ของเด็กนักเรียน
พอไปถึง Food น้องคนหนึ่งก็ให้ยืมโทรศัพท์ไป ผู้หญิงคนนี้คุยไปซักพักก็ใช้น้อง 1 คนไปซื้อบัตรเติมเงิน และขอยืมโทรศัพท์ของน้องอีกคน โดยที่เครื่องเดิมยังไม่คืน น้องก็ให้ไปแล้วก็ ไม่ได้สนใจผู้หญิงคนนั้นอีก ซักพักถึงเริ่มรู้ตัวว่าผู้หญิงคนนี้หายไปแล้ว พร้อมกับโทรศัพท์ I Phone 2 เครื่อง ช่วงกลางวันแม่เค้ามาตามหากล้องวงจรปิดที่ร้าน ถึงเล่าให้ฟังด้วยอารมณ์โมโห
เลยอยากเตือนหลายคน ภัยมันใกล้ตัวเกินไปแล้ว มนุษย์เดี๋ยวนี้จิตใจไม่ได้ดีพอที่ควรจะไว้ใจ ยังใจหาย ลึกๆก็สงสารน้องที่ร้องไห้อยู่เหมือนกัน เข้าใจดีว่ามันรู้สึกยังไง เพราะเคยเจอมาแล้วกับตัวเอง แต่คนละเหตุการณ์ ของเราเกิดจากความประมาท เผลอลืมไว้ในห้องน้ำ ไม่เกิน 5 นาทีนึกได้วิ่งกลับไปดูไม่มีแล้ว พยายามโทรเข้าก็ไม่ติดปิดเครื่อง อารมณ์ตอนนั้นไม่ได้เสียใจ ฟูมฟาย หรือร้องไห้ แต่เสียดายเงินที่ใช้ซื้อมาจากน้ำพักน้ำแรงเมื่อตอนที่เริ่มทำงานใหม่ๆ เงินเดือนก็ไม่เยอะ ด้วยความที่อยากได้ต้องเก็บเงินซื้อตั้ง 6 เดือน ทั้งที่ราคา หมื่นนิดๆ ด้วยอารมณ์วัยรุ่นเด็กอายุ 19 แต่ก็เข้าใจว่าพ่อ แม่ เค้าไม่มีให้ จึงต้องเก็บเงินซื้อ และใช้มามาเกือบ 4 ปี
พอคิดว่าไม่น่าจะได้คืนแน่แล้วก็โทรหาพ่อ กับพี่สาว ตอนนั้นรู้สึกขอบคุณพ่อกับพี่มากที่ไม่ดุ หรือต่อว่าซักคำแกพูดแค่ประโยคเดียวคือ "ช่างมันเถอะ หายก็ซื้อใหม่" ก็รู้จริงๆแล้วพ่ออยากจะปลอบใจมากกว่า ส่วนพี่ก็รู้ว่าคงอยากดุแหละ แต่คงนึกทันว่าดุไปก็ไม่มีประโยชน์ซ้ำเติมกันเปล่าๆ สุดท้ายก็คุยกันเฉยๆ
จนได้เครื่องใหม่มา ครั้งนี้ไม่ประมาทแล้วไม่พกเวลาทำงาน หรือไปเข้าห้องน้ำอีกเพราะมันเป็นความทรงจำที่ค่อนข้างแย่ เก็บไว้ที่เคาน์เตอร์แคชเชียร์ มีคนอยู่เฝ้าตลอด และกล้องวงจรปิด ส่อง มากกว่า 2 กล้อง พร้อมตั้งรหัสผ่านในการเข้าใช้งาน ไม่มักง่ายเหมือนเครื่องเก่าที่ไม่รู้จะตั้งทำไมเพราะมันใช้ลำบาก ตอนนี้เข็ดแล้วจริงๆ เรื่องแบบนี้ใครไม่เจอกับตัวจะไม่รู้สึกอะไร ทำให้ไม่ระมัดระวัง แต่คนที่ผ่านมันมาแล้วคงจะรู้ดี อย่างน้อยก็ต้องขอบคุณครอบครัวและคนรอบข้างที่พร้อมจะเข้าใจและไม่ซ้ำเติม แถมยังพร้อมจะช่วยเหลือด้วย เพราะจิตใจคนเรามันอ่อนไหว คำพูดคนที่พูดออกมาอาจจะไม่รู้สึกอะไร แต่คนฟังรู้สึก สำหรับครอบครัวมันไม่ใช่แค่เรื่องโทรศัพท์ แต่มันผ่านมาหลายเรื่องมาก ตั้งแต่เล็กจนโต ในขณะที่เรากำลังรู้สึกถูกคนอื่นทำร้าย เราก็ยังรู้สึกได้เสมอว่ายังมีครอบครัวที่โอบกอดจริงๆนะ สักพักเรื่องราวร้ายๆมันก็ผ่านไป แม้จะยังไม่ถูกลืม แต่มันคือบทเรียนบทหนึ่งที่เราต้องเรียนรู้ด้วยตัวเอง ถึงจะรู้ เพราะผู้รู้ย่อมรู้ได้เฉพาะตน ^_^