โงกุน VS ไป่หวู่หนาน ใครเจ๋งกว่ามาดูกัน

การจะเทียบจะวัดว่าใครเก่งกว่าเหนือกว่า มีวิธีวัดดังนี้
1.ความสามารถในการทำลายโลกโดยการโจมตีเพียงครั้งเดียว
1.1 โงกุน - ตอนที่เบจิต้ามาเยือนโลกครั้งแรกเค้าได้สู้กับโงกุน และเบจิต้าได้ใช้ระเบิดแกลลิกเพื่อที่จะทำลายโลก ซึ่งถ้ายิงใส่โลกแน่นอนว่าโลกแตกแน่
ถ้าให้เทียบพลังของโงกุนกับระเบิดแกลลิกก็คือ ใช้หมัดไคโอ 10 เท่าเป็นตัวขับดันพลังคลื่นเต่า ซึ่งโงกุนทำได้และพลังคลื่นเต่านี้จะมีอานุภาพพอๆกับหรือรุนแรงกว่าระเบิดแกลลิกของเบจิต้า นี่ขนาดยังไม่เป็นซุปเปอร์ไซย่ายังทำได้กันแล้ว
1.2 ไป่หวู่หนาน - ตอนที่ยังเป็นแค่วอร์ลอร์ดธรรมดา พลัง 99 ชั้นบรรยากาศยังทำลายโลกไม่ได้เลย ต่อให้มีพลังถึง 1 ล้านแรงม้าก็ทำลายโลกไม่ได้เพราะมันไม่แรงพอ ถ้าคิดตามความเป็นจริง มอเตอร์ไซต์ขนาด 500 แรงม้าจำนวน 2,000 คัน มันทำลายโลกได้หรือเปล่าละ

ดังนั้นข้อสรุปในข้อที่ 1 คือโงกุนเหนือกว่าเก่งกว่าไป่หวู่หนาน

2.ความเร็ว และอานุภาพการทำลาย
2.1 โงกุน - ตอนที่สู้กับจอมมารบูร่างต้น โงกุนได้เป็นซุปเปอร์ไซย่าขั้นที่ 3 แต่ยังสู้จอมมารบูไม่ได้เพราะโงกุนไปฝึกวิชาที่ดาวของท่านไคโอ
เมื่อกลับมายังโลกพลังของซุปเปอร์ไซย่าขั้น 3 จึงไม่แข็งแกร่งพอ พูดง่ายๆก็คือถ้าโงกุนไม่ตายแล้วได้ฝึกวิชาบนโลกจนเป็นซุปเปอร์ไซย่าขั้น 3 บนโลกได้
โงกุนจะไม่แพ้จอมมารบูร่างต้น และไม่ต้องใช้บอลเกงกิกำจัดจอมมารบู ส่วนตัวจอมมารบูร่างต้นนั้นความสามารถเหลือหลาย
มันสามารถเดินทางด้วยพลังจิตข้ามจักรวาล ข้ามมิติ เหมือนโงกุนได้ และทุกๆที่ที่มันไปมันก็ทำลายดาวเป็นว่าเล่น ถือว่าโหดมากสำหรับจอมมารบูร่างต้น
2.2 โงกุน - หลังจากนั้นในภาค GT โงกุนก็ได้เป็นซุปเปอร์ไซย่าขั้นที่ 4 ลองคิดดูละกันว่าโงกุนจะโหดกว่าจอมมารบูร่างต้นแค่ไหน
2.3 ไป่หวู่หนาน - ในภาค Tigerhell-Final ที่เป็นนักรบสุดขั้ว ตอนสร้างดาว รวมดาว ในกาแล็กซี่ เพื่อเตรียมสถานที่ของศึกไฟนอล ไปหวู่หนานก็เสียพลังไปพอสมควรแล้ว ดังนั้นเลิกคิดไปได้เลยเรื่องที่ว่าจะทำให้ได้อย่างจอมมารบูร่างต้นอะนะ(ไปตามจุดต่างๆของจักรวาลแล้วทำลายดาวเป็นว่าเล่น)
ไป่หวู่หนานไม่มีปัญญาทำได้แน่นอน

***ใน 1 วินาที โงกุน กับ ไป่หวู่หนานทำอะไรได้บ้าง***
- ไม่ต้องพูดถึงซุปเปอร์ไซย่าขั้น 4 เอาแค่ขั้น 3 ก็พอ โงกุนสามารถเคลื่อนไหวไปอยู่ข้างหลังของอีกฝ่ายได้โดยใช้เวลาไม่ถึง 1 วินาที
แต่สำหรับไป่หวู่หนาน 1 วินาทีคือ 1 กระบวนท่า ไอ้ที่เรามักเห็นมันพูดกันบ่อยๆว่าผ่านไป 3000 กระบวนท่ายังไม่รู้แพ้รู้ชนะ บางคนอาจคิดว่าหลายชั่วโมงหรือหลายวัน แต่จริงๆแล้วมันคือ 50 นาทีเองนะครับ วอร์ลอร์ดนั้นมีข้อเสียอยู่อย่างนึงคือเรื่องของความเร็วนี่แหละ ฝีมือพัฒนาขึ้น พลังเพิ่มขึ้น แต่ความเร็วไม่ค่อยเพิ่มขึ้น ต่างกับพวกดราก้อนบอลที่เมื่อพลังเพิ่ม ทุกอย่างจะเพิ่มขึ้นหมด ด้วยเหตุนี้ไห่หู่จึงฝึกฝนตนเองในเรื่องความเร็ว เพราะเมื่อสู้กันไปนานๆจะทำให้ได้เปรียบโดยสามารถออกกระบวนท่าได้มากกว่าในเวลาที่เท่ากัน นี่คือความฉลาดของไห่หู่ที่เห็นคุณค่าของความเร็ว จะว่าไปไหหู่คือผู้ที่โจมตีได้รวดเร็วที่สุดมากกว่าใครเลยด้วยซ้ำ
*** ดังนั้นถ้าโงกุนเป็นซุปเปอร์ขั้น 4 ใน 1 วินาทีโงกุนสามารถทำอะไรได้มากมายกว่าไปหวู่หนาน จึงไม่มีทางเลยที่ไป่หวู่หนานจะเอาชนะโงกุนได้
       เพราะมันคนละชั้นกันไปแล้ว ความจริงไป่หวู่หนานในร่างนักรบสุดขั้วเอาชนะจอมมารบูร่างต้นไม่ได้เลยด้วยซ้ำ
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่