-คนมาปฎิบัติ ไม่มีใครที่จะไม่ผิดเลยย ต้องผิดแน่นอน แต่ผิด เพื่อจะถูก ศึกษาพระธรรมขนาดไหนก็ผิด ถ้า มาลงมือปฎิบัติ
-เมื่อไม่รู้รายละเอียดของพระธรรมแล้ว ปฏิบัติอะไรและอย่างไร ถ้า กรณีบวช อุปัชฌา ก็สอนตั่งแต่ตอนบวชในโบส แล้วโดยให้ กรรมฐาน เกษา โลมา นขา ทันนตา ตะโจ และทั่วๆไป ส่วนมาก ก็ บริกรรม กำหนดลม นี่ก็ถือว่าเรียนรู้แล้วทราบวิธีแล้ว ปฎิบัติได้เลย แต่จะให้ไม่ผิดเลยไม่มีหลอก
- ปริยัติ ศึกษา ตำราจำเปน ไหม ..... ก็จำเปน ไม่ไช่จะปฎิเสธ....แต่พอศึกษา แล้ว เวลาปฎิบัติ ก็คอยเอามาเทียบเคียง กับที่ศึกษามา มันจะกลายเปนนิวรกีดขวางเข้าไปอีก การปฎิบัติ จะยากขึ้น ......กิเลสนี้ร้ายนัก
ไม่รู้ ปริยัติ จะปฎิบัติอย่างไร
-เมื่อไม่รู้รายละเอียดของพระธรรมแล้ว ปฏิบัติอะไรและอย่างไร ถ้า กรณีบวช อุปัชฌา ก็สอนตั่งแต่ตอนบวชในโบส แล้วโดยให้ กรรมฐาน เกษา โลมา นขา ทันนตา ตะโจ และทั่วๆไป ส่วนมาก ก็ บริกรรม กำหนดลม นี่ก็ถือว่าเรียนรู้แล้วทราบวิธีแล้ว ปฎิบัติได้เลย แต่จะให้ไม่ผิดเลยไม่มีหลอก
- ปริยัติ ศึกษา ตำราจำเปน ไหม ..... ก็จำเปน ไม่ไช่จะปฎิเสธ....แต่พอศึกษา แล้ว เวลาปฎิบัติ ก็คอยเอามาเทียบเคียง กับที่ศึกษามา มันจะกลายเปนนิวรกีดขวางเข้าไปอีก การปฎิบัติ จะยากขึ้น ......กิเลสนี้ร้ายนัก