ประกันชั้น 1 ของ tokio marine รถชนมา 1 เดือน จนป่านนี้รถยังไม่ได้ซ่อมเลย

ผมเริ่มไม่มั่นใจในความมั่นคงในทรัพย์สินของตัวเองละ ผมขอโพสเรื่องราวเอาไว้เป็นหลักฐานกับที่ Pantip นี่ละกัน

เรื่องมันเกิดเมื่อคืนวันที่ 13 มีนาคม 2557 ที่ผ่านมานี้ ผมขับรถไปชนเสาไฟฟ้า ตรงแยกลาดพร้าว 101
โดยในรถมีผมและผู้โดยสารอีก 2 คน คือ แฟนผม กับ เพื่อนของแฟนผมอีกคน ส่วนตัวผมไม่ได้รับบาดเจ็บอะไร
แฟนมีแผลฟกช้ำจากเข็มขัดนิรภัยบ้าง แต่ก็ไม่บาดเจ็บร้ายแรง ส่วนเพื่อนแฟนแขนหัก
ทั้ง 2 คนถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลพญาไท นวมินทร์ทันทีโดยเจ้าหน้าที่กู้ภัย

..... และ ... เรียกว่าอะไรดี มันบรรยายเป็นคำพูดไม่ถูกเลย

ในวินาทีนั้น คุณลองนึกถึงอารมณ์ของคนที่เพิ่งเกิดอุบัติเหตุ สติ และ ความรู้สึกมันสับสนไปหมด
ผมขอชื่นชมจากใจจริงกับเจ้าหน้าที่กู้ภัยทุกคนที่อยู่ ณ แยก 101 นั้นมากครับ
ทันทีที่เกิดเหตุ พวกเจ้าหน้าที่เข้ามาช่วยเหลือในทันที ปฐมพยาบาลเบื้องต้นให้คนเจ็บ
และคอยพูดคุยกับผมให้ผมมีสติ ผมตอนนั้นมันเป็นความรู้สึกที่บอกไม่ถูก มันตกใจ มันนิ่งไปหมดทุกอย่าง
มีเจ้าหน้าที่กู้ภัยนั่นแหละครับ คอยแนะนำว่าผมควรทำอะไร คอยปลอบใจให้ผมสงบลง
พี่เจ้าหน้าที่เขาก็ถามว่าผมมีประกันภัยไหม? ผมก็ตอบว่ามีครับ เป็นประกันชั้น 1
เขาก็ปลอบใจ พี่ๆ เขาอัธยาศัยดีมากครับ ปลอบให้ผมอุ่นใจว่าไม่เป็นไรนะน้อง มีประกันชั้น 1 ไม่ต้องห่วงอะไร
และเขาก็เลยให้ผมโทรหาประกัน.....

ความคับข้องใจมันเกิดเมื่อตอนโทรหาประกันของผมเองนี่แหละ .... ผมทำประกันภัยชั้น 1 ไว้กับ บริษัทโตเกียวมารีนฯ
ผมโทรหาประกันทันทีที่เกิดเรื่อง เวลาคือประมาณ ห้าทุ่มกว่าๆ
(ในบันทึกประจำวันผมลงเวลาไว้ 23:40 ... เรื่องเวลาผมจำนาทีไม่ได้ แต่จำได้ว่าประมาณ 5 ทุ่มนั่นแหละ
ตอนเจ้าหน้าที่รับเรื่องผมก็นึกว่าจะอุ่นใจได้ละ ผมก็รอตัวแทนประกันมา ณ ที่เกิดเหตุ
ส่วนตอนนั้น คนเจ็บทั้งสองคนเจ้าหน้าที่กู้ภัยเขาก็นำตัวส่งรพ. ไปก่อนในทันที ส่วนผมคนขับ ซึ่งไม่ได้บาดเจ็บอะไร
ผมก็รออยู่ ณ จุดเกิดเหตุ เพื่อรอให้ประกันมา ..... ผ่านไปครึ่งชั่วโมง ยังไม่มีวี่แวว ของประกัน .... ส่วนพวกพี่ๆ เจ้าหน้าที่กู้ภัย
เขาก็พยายามชวนผมคุยอยู่ตลอด ... คงต้องการดูปฏิกิริยาการตอบสนองของตัวผมว่าสมองไม่ได้รับการกระทบกระเทือนอะไร
ว่ายังสามารถสื่อสารกับเขาได้ปกติ เพราะพวกพี่ๆ เองก็มาถามผมว่าตัวผมไม่เป็นอะไรหรอ จะไปรพ. ก่อนไหม ... เขาคอยถามผมแบบนั้นอยู่ตลอด

เผอิญตอนนั้นพี่กู้ภัยเขาบอกว่าให้บอกประกันด้วยว่าให้เตรียมรถยกมาด้วย
รถมันเคลื่อนย้ายไม่ได้ ต้องใช้รถยก ผมก็เลยโทรฯ กลับไปบอกทางศูนย์อีกทีว่าให้เตรียมรถยกมาด้วย
ทางศูนย์ก็รับทราบแล้ว (ถ้าโตเกียวฯ ไม่เชื่อ เอาเทปที่คุณบอกว่าบันทึกไว้เพื่อปรับปรุงบริการ มาเปิดเสียงฟังได้เลย)

ในตอนนั้นผมอยู่คนเดียวครับ แฟนผมและเพื่อนเขาก็ถูกส่งตัวไปรพ.
เผอิญตอนนั้นแฟนเก่าติดต่อมาพอดี ....
(เรื่องอุบัติเหตุในครั้งนี้มันเกี่ยวเนื่องมาจากปัญหาชีวิตรักส่วนตัวของผมพอดี แต่ไม่ขอเล่าในส่วนของชีวิตส่วนตัวนะครับ)
พอเขารู้ว่าผมเกิดอุบัติเหตุเขาก็เลยจะมาหาผม แรกๆ ผมก็บอกว่าเขาไม่ต้องมาหรอก
(แต่ลึกๆ ในใจตอนนั้นผมก็กลัวอะนะบอกตรงๆ อยากมีคนอยู่ข้างๆ)
ก็เลยปล่อยให้เขาตามมาหาผม ... ต้องบอกก่อนว่าแฟนเก่าผมอยู่แถวบางบัวทอง
ส่วนจุดเกิดเหตุผมอยู่ ลาดพร้าว 101 ซึ่งก็ถือว่าไกลกันพอสมควรนะ
ประเด็นมันอยู่ตรงนี้แหละ.... กลับเข้ามาที่เรื่องประกัน

ผมรอประกันอยู่เป็นชั่วโมงๆ จนแฟนเก่าผมมาถึงที่เกิดเหตุแล้ว
คิดดู... เขามาจากบางบัวทองยังมาถึงที่เกิดเหตุก่อนตัวแทนประกันเลย
ตอนนั้นเวลาน่าจะประมาณ เที่ยงคืนกว่าๆ ได้มั้ง ที่แฟนเก่าผมมาถึง
ผมเลยโทรฯ ย้ำไปที่ประกันอีกที (ติดต่อผ่านศูนย์ใหญ่)
เขาก็ทำมาแอ๊บบอก "อ้าว! เจ้าหน้าที่ยังไปไม่ถึงอีกหรอครับ?"
(ผมคิดในใจ...อ้าว ดีออก! ยังมีหน้ามาบอกแบบนี้ใส่ผมอีก)
และก็ให้เบอร์มือถือคนที่จะมา (ชื่ออะไรจำไม่ได้)
ผมโทรฯ ก็โทรหามันเป็นสิบๆ สาย .... ไม่รับ!

ผ่านไปเกือบๆ จะตีหนึ่ง (เที่ยงคืนกว่าๆ) ละมั้ง มีเบอร์ที่ไม่ใช่เบอร์ตัวแทนประกันที่ศูนย์ให้มา
ติดต่อมาที่มือถือผม เป็นเสียงผู้หญิงถามผมว่า ....
ดีออก #1 : พี่อยู่ตรงไหนนะค่ะ
ผม : แยกลาดพร้าว 101 ครับ
ดีออก #1 : อ้าว! ต้องขอโทษด้วยนะค่ะนึกว่าห้าแยกลาดพร้าว เดี๋ยวพี่รออีกซักครู่นะคะกำลังไปละค่ะ
ผม : ครับ! (คิดในใจ ... อะไรของมันว่ะ!)
ผม : เออ! อีกเรื่อง รถผมมันเคลื่อนย้ายไม่ได้ ให้เอารถยกมาด้วยนะครับ (ผมเน้นไปอีกรอบ)
ดีออก #1 : ค่ะ เดี๋ยวจะประสานงานให้

ผมมั่นใจว่าผมบอกสถานที่เกิดเหตุไปกับทางศูนย์แบบชัดเจนแล้วว่ามันคือ "แยกลาดพร้าว 101"
ถามใครๆ ในนี้ว่ารู้จักไหมครับ แยกลาดพร้าว 101 อะ ที่อยู่บนเส้นลาดพร้าวเลย ก่อนถึงเดอะมอล์บางกะปิ

ผ่านไปเป็นครึ่งชั่วโมง ประกันก็ยังไม่มา คิดดูตอนนั้นมันตีหนึ่งละ
ผมโทรฯ กลับไปที่เบอร์ของดีออก#1 ผลคือ ไม่มีคนรับ!
ตอนนั้นหงุดหงิดครับ หงุดหงิดมาก ผมโทรหาประกันตั้งแต่ตอนห้าทุ่ม จนตีหนึ่งมันยังไม่โพล่หัวมา
แล้วที่บอกอยู่ห้าแยกลาดพร้าวเมื่อครึ่งชั่วโมงก่อนมันขับรถหรือเดินมา จนป่านนี้ยังไม่ถึงที่ผมเลย

จนเวลาผ่านเลยไปถึงตีหนึ่งกว่าๆ (จำนาทีไม่ได้) ผมเองก็เกรงใจพวกพี่ๆ เจ้าหน้าที่กู้ภัย
รถผมมันจอดคาอยู่กลางแยกนั้นอะ ขยับไปไหนไม่ได้ ... ว่าแล้วก็ลงรูปให้ดูเลย


นี่ถ้าเป็นตอนกลางวันคงยุ่งยากกันไปหมด พวกพี่ๆ กู้ภัยบอกเป็นเสียงเดียวกันเลยว่า "เปลี่ยนประกันเลยน้อง"

ตีหนึ่งกว่าๆ เกือบๆ ตีสอง! ที่ตัวแทนประกันโพล่หัวมา
รวมเวลาที่ผมเรียกศูนย์ไปตั้งแต่ ห้าทุ่ม ถึง ตอนนั้นคือ จะตีสอง
เกือบ 2 ชั่วโมง! ตัวแทนประกันถึงโพล่หัวมาถึงผม แฟนเก่าผมบ้านอยู่บางบัวทอง
ยังมาถึงผมภายในเวลาแค่ ไม่ถึง 1 ชั่วโมงเอง แถมขับรถยนต์มาด้วย
แต่นี่มาด้วยมอเตอร์ไซต์! รถติดหรอ?? ... เรื่องเวลานั้นเอาไว้ทีหลัง ทำเรื่องอุบัติเหตุก่อน นั่นคือสิ่งที่คิดในใจ

รู้อะไรไหมครับ First Impression กับตัวแทนประกันผมไม่มีเลย!
อัธยาศัยแย่มาก มาถึงทำหน้าไม่พอใจใส่ผมอะ ?? นี่ผมผิดหรอที่เรียกคุณมาตอนกลางคืน??
ผมจะพยายามเรียบเรียงเป็นบทสนทนานะ...

ผม : พี่ใช่ตัวแทนประกันผมหรือเปล่า? (ผมถามด้วยน้ำเสียงปกตินะ ไม่ได้เหวี่ยง)
ดีออก #2 : (พยักหน้า) ..... (ผมคิดในใจ มารยาทอะมีไหม? ผมถามดีๆ พยักหน้าตอบ)
....แล้วมันก็ไม่สนใจอะไร เดินไปดูรถ ไม่ถาม ไม่แนะนำอะไรผมซํกคำ....แล้วก็มาพูดกับผมแค่ว่า
ดีออก #2 : ขอบัตรใบขับขี่ครับ ตารางกรมธรรณ์ แล้วก็พรบ.
ผม : (ผมก็หยิบให้ พร้อมเสียง) .... อะ
ดีออก #2 : มีรถยกไหม?
ผม : อ้าว! ผมแจ้งไปกับศูนย์ว่าให้จัดรถยกมาด้วย รถมันเคลื่อนย้ายเองไม่ได้ คุณไม่ได้ประสานงานมาหรอ (เริ่มเหวี่ยง)
ดีออก #2 : (มันก็ทำหน้านิ่งๆ ... แล้วก็เงียบ จากนั้นก็หยิบโทรฯ มากดโทรออก)

ตอนนั้นผมเคืองมากครับ ประกันเจ้านี้ ติดต่อประสานงานกันยังไง? ผมบอกเน้นไปแล้วว่ารถมันต้องใช้รถยก
กลับมาถามผมหน้าตาเฉยว่า "มีรถยกไหม?" เออ.... ถ้าผมไม่เคยบอกว่าให้เอารถยกมาด้วยก็ว่าไปอย่าง นี่เน้นไปตั้งสองรอบ

แล้วก็รอมันเรียกรถยกมาอีก ตีสองได้อะที่รถยกมาถึง
ระหว่างนั้นก่อนรถยกมาถึงมันก็มาเขียนบันทึกเหตุการณ์ผม ผมก็เล่าให้ฟังว่าเกิดอะไร

ขอบอก ณ ตรงนี้เลยนะครับว่า "ตัวแทนประกัน ไม่ได้แนะนำ หรือ ให้ข้อมูลอันเป็นสิทธิ์ประโยชน์อะไรแก่ผมเลย"

กลับมาตอนรถยกมา ....

ดีออก #2 : พี่จะให้ยกเข้าอู่ไหนครับ
ผม : (ตอนนั้นแฟนเก่าผมแนะนำอู่แถวบ้านเขา) มีอู่นี้ (ผมยื่นนามบัตรของอู่ให้)
มันถามผมว่า
ดีออก #2 : แล้วที่อู่มีคนเฝ้าไหม ?
ผม : ไม่ทราบครับ
ดีออก #2 : คือ รถยกไป ถ้าไม่มีคนเฝ้า เขาก็ยกลงไม่ได้อะพี่
ผม : แล้วให้ผมทำไง คุณมีอะไรแนะนำให้ผมบ้างไหม? Service Mind อะรู้จักไหม ... ไม่ใช่อะไรๆ ก็ถามผมอย่างเดียว แทนที่คุณอะจะแนะนำผม
ดีออก #2 : ไม่ใช่อย่างนั้นพี่ มันก็ต้องแล้วแต่พี่ว่าพี่จะเอาอู่ไหน
ผม : งั้นเอาอู่ที่โตเกียวโคไว้ ที่เอารถผมไปเข้าได้เวลานี้อะ
ดีออก #2 : งั้นก็ต้องรอเช้าก่อนอยู่ดีอะพี่ ถ้ายังไงผมจะติดต่อพี่ไปอีกทีว่าได้อู่ไหน
ผม : แล้วรถผมอะ?
ดีออก #2 : ก็เดียวจอดไว้อยู่บนรถยก รอจนเช้าเขาถึงจะลากไปที่อู่อะครับ
ผม : คือ รถผมต้องค้างอยู่บนรถยกนั่นทั้งคืน?
ดีออก #2 : ก็ต้องอย่างงั้นแหละพี่
ผม : อืมๆ แล้วนี่ผมต้องทำไรต่อ
ดีออก #2 : พี่ก็ไปที่สน. ไปลงบันทึกประจำวันไว้
ผม : คือ ผมต้องทำอะไรบ้าง ช่วยแนะนำหน่อยได้ไหม?
ดีออก #2 : ก็ไปลงบันทึกประจำวันเอาไว้ก่อน จากนั้นก็เอาใบส่งตัวผู้บาดเจ็บจากสน. ไปที่รพ.
ผม : นี่คือเรียบร้อยแล้วใช่ไหม?
ดีออก #2 : ครับ เรื่องรถเดี๋ยวพรุ่งนี้เช้าผมโทรฯ แจ้ง
ผม : ครับ

จากนั้นผมก็แยกย้ายกับตัวแทนประกัน .... จุดสังเกตุคือ ตัวแทนประกันไม่ได้ให้ใบเครม หรือ เอกสารอะไรกับผมเลย
ผมเองตอนนั้นก็ยอมรับว่าความรอบคอบไม่มี มันตกใจ + ไม่เคยเจอเหตุการณ์แบบนี้มาก่อน
หวังเพิ่งตัวแทนประกันก็ไม่ได้เรื่อง ไม่แนะนำอะไรเลย ปล่อยผมไปตามยถากรรม
พวกพี่ๆ กู้ภัยยังแนะนำให้ดีกว่ามากกกกกก ทั้งอัธยาศัย ทั้งกิริยา ต่างกันลิบลับ ทั้งๆ ที่ตัวแทนประกันน่ะ
ควรจะมีทีท่าที่เข้าหาผมกว่านี้ กลับเป็นพวกพี่ๆ กู้ภัยที่ให้กำลังใจและปลอบใจผมซะเอง

อ้อ!... มีเรื่องเม้าท์ ตอนที่รถยกมา พวกพี่ๆ กู้ภัยเขาหมั่นไส้ตัวแทนประกันครับ
พี่ๆ เขาบอกว่า ปล่อยให้มันยก มันเข็นคนเดียว ไม่ไปโบกรถให้หรอก หมั่นไส้มัน
(คิดดู ขนาดพวกพี่ๆ กู้ภัยยังหมั่นไส้ตัวแทนประกันผมอะ)

ผมเองเคยใช้ประกันของเจ้าอื่นมา ก่อนจะมาต่อของโตเกียวฯ
ก่อนหน้านั้นใช้สินมั่นคง ยอมรับเลยครับว่า ดีจริง! โทรฯเรียกปุ๊บ ไม่เกิน 30-45 นาทีมาถึงผมละ (ตอนกลางวันด้วย)
แถมดำเนินเรื่องอะไรๆ ให้เสร็จหมด ผมอุ่นใจมากๆ ที่ตัวแทนประกันภัยสินมั่นคงมา
ต่างจากโตเกียวราวฟ้ากับเหวนรกเลยละครับ อันนี้พูดจริงๆ ไม่ได้มา discredit อะไรกัน
ที่เลือกเจ้านี้เพราะ Broker ประกันภัยแหละแนะนำมา ผมเองก็ด้วยความโลภไง เห็นแก่ของถูก ... สมน้ำหน้าตัวเอง

เดี๋ยวมีต่อ.... พิพม์มาเยอะเกิน ตาหลาย ขอพักสายตาแป๊บ
แก้ไขข้อความเมื่อ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่