ที่จริงน่าจะเป้นกระทู้สนทนา แต่ก็อยากถามความคิดเห็นด้วย เลยตั้งเป็นกระทู้คำถามค่ะ
เรื่องมีอยู่ว่า เมื่อสงกรานต์มีโอกาสกลับบ้าน (ที่บ้านนอก) ก็ได้เจอได้คุยกับญาติๆเจอหลานๆ
แต่มีอยุ่คนหนึ่งค่ะ ซึ่งแม่ของน้องคือน้าของเรา
น้องคนนี้อายุ 6 ขวบ ย่าง 7ขวบ น้องชอบดูลครมาก โดยเฉพาะละครหลังข่าว
น้องรู้หมดว่าใครเป็นใครในเรื่อง เรื่องราวเป็นยังไง เวลาน้องเล่า น้องจะเรียกชื่อตัวละคร นำหน้าด้วยคำว่า I หรือ E ทุกคน
น้ามาเล่าให้เราฟังว่า น้องดื้อมาก ชอบพูดชอบเถียง ใช้คำพูดเหมือนคนในละครเป๊ะๆ ชอบแต่งตัวโป๊ๆ
มีอยู่ครั้งนึง น้าซื้อชุดกระโปรง ยาวเลยเข่ามาให้ น้องไม่ชอบ เอาไปตัดจนสั้นเลยหัวเข่า
นาเลยดุ แต่น้องก็เถียงมาว่าใครๆก็ใส่กัน อันนี้เจอกับตัวเลย น้องเอาลูกบอลของเล่นหลาน (ของเล่นลูกเรา)
น้องเอาบอลลูกขนาดผลส้มนี่และค่ะ เอาไปยัดทำนม แล้วใส่ส้นสูงเดนไปเดินมา เดินบิดตูด พูดจาคะขา เหมือนในละครเลย
ซึ่งดูแล้วมันไม่น่ารักเลยค่ะ เราก็ดุไป แต่น้องกลับพูดสวนกลับมาว่า ว่าให้เขาระวังเข้าลูกตัวเองนะ เราอึ้งเลย ไม่น่าเชื่อว่าเด็ก 7ขวบจะพูดแบบนี้
น้าเลยพูดต่อหน้าว่า นิสัยน้องไม่ดี เวลาไปโรงเรียนไม่ยอมให้ไปส่งถึงห้องเรียน บอกว่าอายเพื่อน
วันก่อนพ่อของน้องไม่สบาย น้าบอกให้เอายาไปให้พ่อ น้องเดินไปบ่นไปว่า เมื่อไหร่พ่อจะตายๆไปซะที อยู่ก็เป็นภาระลูกหลาน
น้าก็เล่าไปน้ำตาซึมไป ตอนนั้นน้องเขาก็โมโหค่ะ เดินมาตวาดทุกคนว่า ไม่มีไรคุยกันรึไง ถึงต้องมานั่งนินทาคนอื่น
เราเห็นแบบนี้แล้ว ปวดหัวแทนพ่อแม่เลยค่ะ
ผลการเรียนของน้องเทอมนี้ก็ตกค่ะ ต้องเรียนซัมเมอร์ ไม่งั้นต้องซ้ำชั้น ซึ่งวิชาที่น้องตกคือ ภาษาไทยค่ะ
พอเราไปสอนว่า ทำไมไม่ตั้งใจเรียน เวลาซ้ำชั้นแล้วต้องไปเรียนกะน้องๆไม่อายเขาเหรอ น้องตอบว่า ไม่อาย
สาวเหตุที่เป็นแบบนี้เราก็พอเข้าใจค่ะ พ่อแม่ต้องทำงาน หาเช้ากินค่ำ ไม่ค่อยได้ดูแล เรื่องพฤติกรรมเท่าไหร่
อีกอย่างพ่อแม่เองก็ชอบดูละครมาก (ไม่ได้ว่าละครไม่ดีนะคะ แต่พ่อแม่อาจไม่ได้ชี้แนะเด็กเลยแยกแยะไม่ออกค่ะ)
มีอยู่ครั้งนึง น้าเล่าว่า น้าตีน้องเขา น้องเขาโกรธมาก เก็บเสื้อผ้าใส่กระเป๋าจะหนีออกจากบ้าน น้าก็ไม่ตาม คิดว่าคงงอน ไปไม่ไกล
แต่พอน้าไปดูกระเป๋าตังค์ ปรากฎว่าหายเกลี้ยงทั้งกระเป๋า เลยเอะใจไปดูทองในห้องนอน หายหมด
น้าเลยรีบตาม เห็นน้องนั่งอยู่ข้างทาง และน้องก็ขโมยเงินและทองมาจริงๆ
น่ากลัวมั๊ยละคะ ถ้าเผอิญมีคนมาจอดรับไป น้องเขาจะเป็นยังไง ดีที่ว่าเป็นบ้านนอก ไม่ค่อยมีคนแปลกหน้าเท่าไหร่
มาถึงหลานอีกคนค่ะ คนนี้เป้นลูกของน้าผู้ชาย ทางบ้านฐานะดีกว่าน้าคนแรก พ่อแม่เปิดร้านขายของชำ ซึ่งใหญ่ที่สุดในหมู่บ้านละ
ลูกค้าจึงเยอะ เย็นๆจะยุ่งมาก แต่ลูกสาวเขา (อยู่ม.1จะขึ้นม.2) ไม่เคยมาช่วยเลย พ่อแม่จึงต้องจ้างคนมาช่วย
น้องคนนี้เรียนโรงเรียนเอกชน ค่าเทอมแพง น้าสะใภ้เล่าว่าต้องให้เงินไปโรงเรียนวันละ 150 บาท (อุต่ะ มากกว่าเราตอนไปทำงานอีก)
น้องคนนี้เห้นชัดเจนเลยว่า พ่อแม่ตามใจ เพราะเป็นลูกหลง น้องจึงค่อนข้างเอาแต่ใจ
วันที่เราไปเยี่ยมน้า น้าและน้าสะใภ้กำลัง ง่วนกับการตามหาน้อง ไม่ได้กินข้าวกินน้ำเลย
น้าสะใภ้เล่าว่า เมื่อวานเย็น ใกล้สงกรานลูกค้าเยอะ จึงบอกให้น้องออกมาช่วย แต่น้องไม่มาจึงดุนิดหน่อย
จากนั้นน้องก็ปิดห้องเงียบ ซึ่งเป้นปกติ จนเช้า พ่อจะไปซื้อของในเมืองตามปกติ น้องจึงขอไปด้วย
บอกพ่อจะรอที่รถ พ่ออุตส่าซื้อสตอเบอรี่ ซื้อขนมมาให้ พอมาถึงที่รถ คนแถวนั้นบอกว่าเป็นน้องซ้อนรถเครื่องผู้ชายวัยรุ่นคนหนึ่งไป
หัวอกพ่อแม่ ได้ยินแค่นี้ก็ใจแทบสลาย จะไปแจ้งความก็ยังไม่ถึง24ชั่วโมง โทรมา ติดแต่ไม่รับ โทรตามเพื่อนๆ ก็ไม่มีใครรู้เห็น
เราก็ได้แต่ปลอบใจว่า น้องคงงอน และหนีไปเที่ยวกับเพื่อน (ทั้งๆที่เราเองก็คิดไปไกลกว่านั้นแล้ว)
เรานึกได้ว่า น้องเขาเล่นเฟส แอบเข้าไปดูเฟสเขา คงได้เรื่องอะไรบ้าง
(เมื่อก่อนน้องเขาก็เป้นเพื่อนเราในเฟสค่ะ แต่น้องเขาชอบโพสด่า คำหยาบคายบ่อยๆ เราเลยเข้าไปเตือน ผลคือน้องเขาบล๊อคเฟสเราค่ะ)
ซึ่งก็ได้เรื่องจริงๆ เพราะน้องเขาไม่ได้ล๊อคเอ๊าออก จึงเข้าไปดูที่ข้อความ ปรากฎว่า น้องคุยกับผู้ชายคนหนึ่งนัดแนะกันมารับ
โดยก่อนหน้านั้นน้องเขาก็ระบายให้เพื่อนชายคนนี้ฟังว่า เกลียดพ่อแม่ พ่อแม่ไม่เข้าใจ อยากหนีไปที่อื่น เพื่อนชายคนนี้จึงชวนมาเที่ยวบ้าน
ซึ้งข้อความนี้คุยกันตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว เราจึงเข้าไปดูเฟสน้องคนนี้ เลยได้เบอร์โทร พ่อก็รีบโทรตาม และได้ไปตามที่บ้าน จนได้ตัวน้องกลับมาค่ะ
พอกลับมาถึงบ้าน น้องก็โวยวายใหญ่เลย ขึ้น ขึ้น กู ว่าใครเสือ ก เข้าเฟสกู
ก็อย่างว่า ขี้ใคร ใครก็ว่าหอม แม่น้องเขาก็มาแก้ตัวแทน ว่าเด็กมันไม่รุ้ อย่าถือสา เราเองก็ไม่ถือสาหรอกค่ะ
พออีกวัน เราก็พาหลานๆไปเล่นน้ำ ไปเที่ยวพ่อเขาก็ฝากไปด้วยคน เราเก็เห็นว่าเป็นหลาน และก็ยังมีญาติคนอื่นๆรุ่นราวคราวเดียวกัน คงเป็นเพื่อนกันได้
คนอื่นใส่เสื้อยืดกางเกงขาสั้น ปกติ แต่น้องคนนี้ ใส่เสื้อกล้ามสีขาว เสื้อในสีดำ กางเกงยีนส์ขาสั้น เราเห็นตกใจเลย
แต่พ่อแม่เขายังไม่ว่า เราเองก็ไม่มีสิทธิ์ห้าม ซ้ำแม่เขายังชมอีกว่า ลูกเป็นสาวแล้ว ดูสิ แต่งตัวเป็นวัยรุ่นละ สวยเชียว บลาๆๆๆ
พอเล่นไปซักพัก ถึงน้ำพุร้อน เลยแวะเที่ยว น้องเขาลงรถแล้วก็ขอตัวไปห้องน้ำ เราก็ไม่ว่าไร แต่น้องเขาก็หายไปเลย
เราเองหน้าซีดเลย พาลูกเขามาหายอีก ตามหากันจ้าละหวั่น โทรไปไม่รับ เราคิดว่ายังไงกลับไปตั้งหลักที่บ้านก่อน
ขากลับโชคดี เจอน้องเขาเล่นน้ำกับเพื่อนข้างทาง ทั้งกลุ่มมีทั้ง เด็ก12-13ถึงคนโตยี่สิบกว่าๆ กินเหล้ากัน
เราแวะรับน้อง เพื่อนชายเขาเมา มาถามเราว่ามีปัญหาอะไรมั๊ย และน้องยืนยันว่าไม่กลับ เรานี่เซงเลย แต่เราก็ต้องรับผิดชอบ
เราจึงเสนอไปว่า ให้น้องกลับกับเรา แล้วให้เพื่อนขับตามไปรับที่บ้านดีกว่า ซึ่งน้องและเพื่อนก็ตกลง
เชื่อมั๊ยคะว่า พอถึงบ้านแล้ว พ่อแม่น้องอนุญาตให้น้องเขาไปเล่นกะเพื่อนได้ค่ะ
ให้เหตุผลว่า น้องเขายังเด็ก คงไม่ทำไรเสียหายหรอก อีกอย่างตอนไปเราก็เห็นว่าใครมารับเลยหมดห่วง
เราได้แต่ถอนหายใจ ในฐานะที่เราเองมีลูกสาว เราก็กังวลไม่น้อย
ขนาดตอนนี้ยังขนาดนี้ แล้วอีกสิบปีลูกสาวเราเป็นวัยรุ่น เราจะตามเขายังไง
ใครมีวิธีการเลี้ยงลูกยังไงพอแนะนำบ้างมั๊ยคะ ยอมรับตามตรงเลยว่า กังวลมาก
ซึ่งตอนนี้ลูกยังเล็กยังไม่ค่อยมีอะไรกังวลเกี่ยวกับนิสัยและพฤติกรรม
แต่เรื่องแบบนี้มันรอให้ถึงเวลาแล้วค่อยสอนคงไม่ได้ค่ะ คงต้องตื่นตัวแต่ตอนนี้เลย
ปล.ย๊าวววววยาว ขอบคุณที่อ่านจนจบนะคะ
พฤติกรรมของเด็ก ปัจจุบัน (เกิดจากครอบครัวหรือสังคม)
เรื่องมีอยู่ว่า เมื่อสงกรานต์มีโอกาสกลับบ้าน (ที่บ้านนอก) ก็ได้เจอได้คุยกับญาติๆเจอหลานๆ
แต่มีอยุ่คนหนึ่งค่ะ ซึ่งแม่ของน้องคือน้าของเรา
น้องคนนี้อายุ 6 ขวบ ย่าง 7ขวบ น้องชอบดูลครมาก โดยเฉพาะละครหลังข่าว
น้องรู้หมดว่าใครเป็นใครในเรื่อง เรื่องราวเป็นยังไง เวลาน้องเล่า น้องจะเรียกชื่อตัวละคร นำหน้าด้วยคำว่า I หรือ E ทุกคน
น้ามาเล่าให้เราฟังว่า น้องดื้อมาก ชอบพูดชอบเถียง ใช้คำพูดเหมือนคนในละครเป๊ะๆ ชอบแต่งตัวโป๊ๆ
มีอยู่ครั้งนึง น้าซื้อชุดกระโปรง ยาวเลยเข่ามาให้ น้องไม่ชอบ เอาไปตัดจนสั้นเลยหัวเข่า
นาเลยดุ แต่น้องก็เถียงมาว่าใครๆก็ใส่กัน อันนี้เจอกับตัวเลย น้องเอาลูกบอลของเล่นหลาน (ของเล่นลูกเรา)
น้องเอาบอลลูกขนาดผลส้มนี่และค่ะ เอาไปยัดทำนม แล้วใส่ส้นสูงเดนไปเดินมา เดินบิดตูด พูดจาคะขา เหมือนในละครเลย
ซึ่งดูแล้วมันไม่น่ารักเลยค่ะ เราก็ดุไป แต่น้องกลับพูดสวนกลับมาว่า ว่าให้เขาระวังเข้าลูกตัวเองนะ เราอึ้งเลย ไม่น่าเชื่อว่าเด็ก 7ขวบจะพูดแบบนี้
น้าเลยพูดต่อหน้าว่า นิสัยน้องไม่ดี เวลาไปโรงเรียนไม่ยอมให้ไปส่งถึงห้องเรียน บอกว่าอายเพื่อน
วันก่อนพ่อของน้องไม่สบาย น้าบอกให้เอายาไปให้พ่อ น้องเดินไปบ่นไปว่า เมื่อไหร่พ่อจะตายๆไปซะที อยู่ก็เป็นภาระลูกหลาน
น้าก็เล่าไปน้ำตาซึมไป ตอนนั้นน้องเขาก็โมโหค่ะ เดินมาตวาดทุกคนว่า ไม่มีไรคุยกันรึไง ถึงต้องมานั่งนินทาคนอื่น
เราเห็นแบบนี้แล้ว ปวดหัวแทนพ่อแม่เลยค่ะ
ผลการเรียนของน้องเทอมนี้ก็ตกค่ะ ต้องเรียนซัมเมอร์ ไม่งั้นต้องซ้ำชั้น ซึ่งวิชาที่น้องตกคือ ภาษาไทยค่ะ
พอเราไปสอนว่า ทำไมไม่ตั้งใจเรียน เวลาซ้ำชั้นแล้วต้องไปเรียนกะน้องๆไม่อายเขาเหรอ น้องตอบว่า ไม่อาย
สาวเหตุที่เป็นแบบนี้เราก็พอเข้าใจค่ะ พ่อแม่ต้องทำงาน หาเช้ากินค่ำ ไม่ค่อยได้ดูแล เรื่องพฤติกรรมเท่าไหร่
อีกอย่างพ่อแม่เองก็ชอบดูละครมาก (ไม่ได้ว่าละครไม่ดีนะคะ แต่พ่อแม่อาจไม่ได้ชี้แนะเด็กเลยแยกแยะไม่ออกค่ะ)
มีอยู่ครั้งนึง น้าเล่าว่า น้าตีน้องเขา น้องเขาโกรธมาก เก็บเสื้อผ้าใส่กระเป๋าจะหนีออกจากบ้าน น้าก็ไม่ตาม คิดว่าคงงอน ไปไม่ไกล
แต่พอน้าไปดูกระเป๋าตังค์ ปรากฎว่าหายเกลี้ยงทั้งกระเป๋า เลยเอะใจไปดูทองในห้องนอน หายหมด
น้าเลยรีบตาม เห็นน้องนั่งอยู่ข้างทาง และน้องก็ขโมยเงินและทองมาจริงๆ
น่ากลัวมั๊ยละคะ ถ้าเผอิญมีคนมาจอดรับไป น้องเขาจะเป็นยังไง ดีที่ว่าเป็นบ้านนอก ไม่ค่อยมีคนแปลกหน้าเท่าไหร่
มาถึงหลานอีกคนค่ะ คนนี้เป้นลูกของน้าผู้ชาย ทางบ้านฐานะดีกว่าน้าคนแรก พ่อแม่เปิดร้านขายของชำ ซึ่งใหญ่ที่สุดในหมู่บ้านละ
ลูกค้าจึงเยอะ เย็นๆจะยุ่งมาก แต่ลูกสาวเขา (อยู่ม.1จะขึ้นม.2) ไม่เคยมาช่วยเลย พ่อแม่จึงต้องจ้างคนมาช่วย
น้องคนนี้เรียนโรงเรียนเอกชน ค่าเทอมแพง น้าสะใภ้เล่าว่าต้องให้เงินไปโรงเรียนวันละ 150 บาท (อุต่ะ มากกว่าเราตอนไปทำงานอีก)
น้องคนนี้เห้นชัดเจนเลยว่า พ่อแม่ตามใจ เพราะเป็นลูกหลง น้องจึงค่อนข้างเอาแต่ใจ
วันที่เราไปเยี่ยมน้า น้าและน้าสะใภ้กำลัง ง่วนกับการตามหาน้อง ไม่ได้กินข้าวกินน้ำเลย
น้าสะใภ้เล่าว่า เมื่อวานเย็น ใกล้สงกรานลูกค้าเยอะ จึงบอกให้น้องออกมาช่วย แต่น้องไม่มาจึงดุนิดหน่อย
จากนั้นน้องก็ปิดห้องเงียบ ซึ่งเป้นปกติ จนเช้า พ่อจะไปซื้อของในเมืองตามปกติ น้องจึงขอไปด้วย
บอกพ่อจะรอที่รถ พ่ออุตส่าซื้อสตอเบอรี่ ซื้อขนมมาให้ พอมาถึงที่รถ คนแถวนั้นบอกว่าเป็นน้องซ้อนรถเครื่องผู้ชายวัยรุ่นคนหนึ่งไป
หัวอกพ่อแม่ ได้ยินแค่นี้ก็ใจแทบสลาย จะไปแจ้งความก็ยังไม่ถึง24ชั่วโมง โทรมา ติดแต่ไม่รับ โทรตามเพื่อนๆ ก็ไม่มีใครรู้เห็น
เราก็ได้แต่ปลอบใจว่า น้องคงงอน และหนีไปเที่ยวกับเพื่อน (ทั้งๆที่เราเองก็คิดไปไกลกว่านั้นแล้ว)
เรานึกได้ว่า น้องเขาเล่นเฟส แอบเข้าไปดูเฟสเขา คงได้เรื่องอะไรบ้าง
(เมื่อก่อนน้องเขาก็เป้นเพื่อนเราในเฟสค่ะ แต่น้องเขาชอบโพสด่า คำหยาบคายบ่อยๆ เราเลยเข้าไปเตือน ผลคือน้องเขาบล๊อคเฟสเราค่ะ)
ซึ่งก็ได้เรื่องจริงๆ เพราะน้องเขาไม่ได้ล๊อคเอ๊าออก จึงเข้าไปดูที่ข้อความ ปรากฎว่า น้องคุยกับผู้ชายคนหนึ่งนัดแนะกันมารับ
โดยก่อนหน้านั้นน้องเขาก็ระบายให้เพื่อนชายคนนี้ฟังว่า เกลียดพ่อแม่ พ่อแม่ไม่เข้าใจ อยากหนีไปที่อื่น เพื่อนชายคนนี้จึงชวนมาเที่ยวบ้าน
ซึ้งข้อความนี้คุยกันตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว เราจึงเข้าไปดูเฟสน้องคนนี้ เลยได้เบอร์โทร พ่อก็รีบโทรตาม และได้ไปตามที่บ้าน จนได้ตัวน้องกลับมาค่ะ
พอกลับมาถึงบ้าน น้องก็โวยวายใหญ่เลย ขึ้น ขึ้น กู ว่าใครเสือ ก เข้าเฟสกู
ก็อย่างว่า ขี้ใคร ใครก็ว่าหอม แม่น้องเขาก็มาแก้ตัวแทน ว่าเด็กมันไม่รุ้ อย่าถือสา เราเองก็ไม่ถือสาหรอกค่ะ
พออีกวัน เราก็พาหลานๆไปเล่นน้ำ ไปเที่ยวพ่อเขาก็ฝากไปด้วยคน เราเก็เห็นว่าเป็นหลาน และก็ยังมีญาติคนอื่นๆรุ่นราวคราวเดียวกัน คงเป็นเพื่อนกันได้
คนอื่นใส่เสื้อยืดกางเกงขาสั้น ปกติ แต่น้องคนนี้ ใส่เสื้อกล้ามสีขาว เสื้อในสีดำ กางเกงยีนส์ขาสั้น เราเห็นตกใจเลย
แต่พ่อแม่เขายังไม่ว่า เราเองก็ไม่มีสิทธิ์ห้าม ซ้ำแม่เขายังชมอีกว่า ลูกเป็นสาวแล้ว ดูสิ แต่งตัวเป็นวัยรุ่นละ สวยเชียว บลาๆๆๆ
พอเล่นไปซักพัก ถึงน้ำพุร้อน เลยแวะเที่ยว น้องเขาลงรถแล้วก็ขอตัวไปห้องน้ำ เราก็ไม่ว่าไร แต่น้องเขาก็หายไปเลย
เราเองหน้าซีดเลย พาลูกเขามาหายอีก ตามหากันจ้าละหวั่น โทรไปไม่รับ เราคิดว่ายังไงกลับไปตั้งหลักที่บ้านก่อน
ขากลับโชคดี เจอน้องเขาเล่นน้ำกับเพื่อนข้างทาง ทั้งกลุ่มมีทั้ง เด็ก12-13ถึงคนโตยี่สิบกว่าๆ กินเหล้ากัน
เราแวะรับน้อง เพื่อนชายเขาเมา มาถามเราว่ามีปัญหาอะไรมั๊ย และน้องยืนยันว่าไม่กลับ เรานี่เซงเลย แต่เราก็ต้องรับผิดชอบ
เราจึงเสนอไปว่า ให้น้องกลับกับเรา แล้วให้เพื่อนขับตามไปรับที่บ้านดีกว่า ซึ่งน้องและเพื่อนก็ตกลง
เชื่อมั๊ยคะว่า พอถึงบ้านแล้ว พ่อแม่น้องอนุญาตให้น้องเขาไปเล่นกะเพื่อนได้ค่ะ
ให้เหตุผลว่า น้องเขายังเด็ก คงไม่ทำไรเสียหายหรอก อีกอย่างตอนไปเราก็เห็นว่าใครมารับเลยหมดห่วง
เราได้แต่ถอนหายใจ ในฐานะที่เราเองมีลูกสาว เราก็กังวลไม่น้อย
ขนาดตอนนี้ยังขนาดนี้ แล้วอีกสิบปีลูกสาวเราเป็นวัยรุ่น เราจะตามเขายังไง
ใครมีวิธีการเลี้ยงลูกยังไงพอแนะนำบ้างมั๊ยคะ ยอมรับตามตรงเลยว่า กังวลมาก
ซึ่งตอนนี้ลูกยังเล็กยังไม่ค่อยมีอะไรกังวลเกี่ยวกับนิสัยและพฤติกรรม
แต่เรื่องแบบนี้มันรอให้ถึงเวลาแล้วค่อยสอนคงไม่ได้ค่ะ คงต้องตื่นตัวแต่ตอนนี้เลย
ปล.ย๊าวววววยาว ขอบคุณที่อ่านจนจบนะคะ